อาศรมมิวสิก : วิทยาลัยเทคโนโลยีดนตรี มหาวิทยาลัยนครพนม : โดย สุกรี เจริญสุข

2.12.18 | 13:00 น.

ผมได้รับเชิญให้ไปพูดเรื่องการศึกษาดนตรี เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและเสนอวิสัยทัศน์ในการจัดการศึกษาดนตรีในระดับอุดมศึกษาที่มหาวิทยาลัยนครพนม เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 โดยมีผู้ฟังเป็นอาจารย์ นักเรียนที่มีความคาดหวังว่าจะได้เรียนดนตรีในระดับปริญญา การเปิดใหม่ของวิชาดนตรีจะต้องเป็นวิชาที่มีความแตกต่างไปจากสถาบันอื่นที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย

วิสัยทัศน์นั้น ถ้าหากพูดไปแล้วแต่ทำไม่ได้ ก็เป็นได้แค่ “การโม้” หรือเป็นได้แค่การสร้างความเพ้อฝันเท่านั้น อาจารย์สงัด ภูเขาทอง ท่านได้เคยพูดไว้ว่า “คนที่คิดแล้วไม่ทำ หรือทำโดยไม่คิด ฉิบหายทั้งคู่” ดังนั้น การแสดงวิสัยทัศน์ส่วนใหญ่ในเมืองไทย จะต้องลงมือทำเองจึงสำเร็จ เพราะการพูด ใครๆ ก็พูดได้ สังคมไทยก็มีคนพูดได้เยอะ คนเขียนก็เยอะ คนวิจารณ์ยิ่งเยอะใหญ่ เพียงแต่ไม่มีคนที่ลงมือทำให้สำเร็จ

อาจารย์ทินกร อัตไพบูลย์ ผู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นหมอโปงลาง ทำงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยนครพนม ท่านได้ชักชวนไปพูดคุยกับผู้บริหารและครูดนตรีในจังหวัดนครพนม เพื่อหาแนวทางความเป็นไปได้ที่จะเปิดสอนดนตรี ทั้งนี้ ได้ชักชวนกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามดนตรียามาฮ่า จำกัด ดร.พีรวัฒน์ ชูเกียรติ ซึ่งดูแลธุรกิจการค้าขายเครื่องดนตรีและมีโรงเรียนดนตรี 80 โรงเรียน เพื่อเสนอมุมมองที่แตกต่างออกไป

ช่วยกันชี้ทางที่จะพัฒนาให้มหาวิทยาลัยนครพนมมีโอกาสเดินไปสู่เป้าหมายได้เร็วขึ้น

มหาวิทยาลัยนครพนม จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ.2548 โดยรวมสถาบันการศึกษาในจังหวัดเข้าด้วยกัน ประกอบด้วยวิทยาลัยและคณะวิชา กระจายอยู่ในพื้นที่ต่างๆ มีคณะครุศาสตร์ ซึ่งเดิมเป็นราชภัฏนครพนม วิทยาลัยพยาบาล วิทยาลัยเทคนิค วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี วิทยาลัยการอาชีพนาหว้า วิทยาลัยการบินนานาชาติ วิทยาลัยศรีสงคราม คณะศิลปกรรมศาสตร์ คณะการจัดการและการบัญชี และโรงเรียนสาธิต โครงสร้างของมหาวิทยาลัยนครพนมนั้น เปิดสอนตั้งแต่หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ปริญญาตรี และปริญญาโท

Advertisement

ผู้บริหารมหาวิทยาลัยนครพนม มีวัตถุประสงค์จะเปิดสอนวิชาดนตรี เพื่อสร้างความแตกต่างจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นๆ ความแตกต่างอันจะเป็นเหตุผลสำคัญที่จะเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และบอกกับกรรมการสภามหาวิทยาลัยได้ว่า ดนตรีที่เปิดสอนในมหาวิทยาลัยนครพนมนั้น ไม่เหมือนและมีความแตกต่างจากสถาบันอุดมศึกษาอื่นจริง ซึ่งจะต้องมีความโดดเด่นกว่าวิชาดนตรีที่เปิดสอนที่อื่นด้วย ความจริงก็เป็นเรื่องที่ยาก ยากเพราะต้องลงทุนสูง ยากเพราะต้องหาบุคลากรที่ดีและเก่งมาทำงาน ยากที่จะสร้างคุณภาพของความน่าเชื่อถือ ยากที่ต้องสร้างมาตรฐานนานาชาติซึ่งจะต่อรองไม่ได้ และที่สำคัญคือ นโยบายในการทำงานของสถาบันดนตรีจะต้องได้ทำอย่างต่อเนื่อง แม้ผู้บริหารจะเปลี่ยนไป แต่นโยบายไม่ควรจะเปลี่ยน หากเปลี่ยนนโยบายก็จะทำให้คุณภาพเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นจุดด้อยของระบบการศึกษาไทย

รักษาการอธิการบดีมหาวิทยาลัยนครพนม ผศ.ดร.พัฒนพงษ์ วันจันทึก คนรุ่นใหม่ไฟแรง อายุยังน้อย (44 ปี) มีพลังมาก มีความมุ่งมั่น มีเวลาที่จะพัฒนามหาวิทยาลัยนครพนมให้ก้าวไปข้างหน้า ท่านพูดถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหาร การพัฒนาวิทยาการ (ดนตรี) ด้วยเทคโนโลยี เพราะท่านเองเรียนมาทางด้านวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ การอาศัยโอกาสของความเป็นอาเซียนผ่านมิติของดนตรี ทั้งนี้ เพราะนครพนมอยู่ใกล้ลาว กัมพูชา พม่า เวียดนาม และจีน ที่สำคัญก็คือ มหาวิทยาลัยนครพนมยังใหม่อยู่

มหาวิทยาลัยนครพนม มีข้อได้เปรียบหลายอย่าง ได้เห็นดวงอาทิตย์ขึ้นในตอนเช้า เห็นดวงอาทิตย์ตกตอนเย็น เห็นพระจันทร์ขึ้นและเห็นพระจันทร์ตก มีแม่น้ำโขงสวยงาม มีภูเขาทอดยาวเลียบฝั่งโขง แม้ภูเขานั้นจะเป็นของลาว แต่วิวภูเขาเป็นของฝั่งไทย นครพนมมีอากาศที่ดี ลมพัดเย็นสบาย ชีวิตมีความสงบไม่เร่งรีบ เป็นจังหวัดที่ขายความสุข (ที่สุด)

ในประเทศไทย ใครอยากได้ความสุขก็ต้องไปอยู่ที่นครพนม

ข้อเสนอหากจะเปิดวิชาเอกดนตรีที่มหาวิทยาลัยนครพนม ไม่ควรใช้โครงสร้างของหลักสูตรเก่าที่มีอยู่แล้ว เพราะโครงสร้างหลักสูตรเก่านั้น เน้นสอนความรู้ (80%) สอนเพื่อให้ได้ความรู้และมุ่งสู่ใบปริญญา ออกไปรับราชการและหางานทำ ซึ่งหมดยุคไปแล้ว
เมื่อใช้โครงสร้างหลักสูตรเก่า เวลาผ่านไป 60 กว่าปี มหาวิทยาลัยไม่ได้เป็นแหล่งของความรู้อีกต่อไป เพราะว่าความรู้นั้นมีอยู่แล้วบนโลก ความรู้เรียนทันกันหมด มีศาสตราจารย์ ดร.ยูทูบ (YouTube) ศาสตราจารย์ ดร.วิกิพีเดีย (Wikipedia) ศาสตราจารย์ ดร.กูเกิล (Google) ซึ่งทุกคนสามารถศึกษาหาความรู้ได้ด้วยตนเองและทุกเวลา

สังคมไทยยุคใหม่ต้องการสร้างคนที่มีความสามารถสูง สร้างคนออกไปสร้างงาน จึงต้องปรับโครงสร้างหลักสูตรเสียใหม่ เพื่อให้มีวิชาพัฒนาความสามารถ (80%) เท่ากับการเปลี่ยนโครงสร้างหลักสูตรของมหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง มหาวิทยาลัยไทยยังไม่คุ้นและยังไม่ได้คิดวิธีสร้างให้มีฝีมือแบบใหม่นี้ ปัจจุบันสิ่งที่เห็นตำตาก็คือ บัณฑิตที่เรียนจบมหาวิทยาลัยออกมา เป็นผู้ที่ไม่มีความสามารถและทำอะไรไม่ได้ ตกงาน ยุคใหม่ใช้โครงสร้างใหม่เพื่อสร้างคนออกไปสร้างงาน

ปัญหาสำหรับโครงสร้างใหม่คือ เน้นที่การปฏิบัติ (ความสามารถ 80%) กรรมการสภามหาวิทยาลัยและคณะกรรมการวิชาการกระทรวงศึกษาธิการก็ไม่คุ้นและไม่พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะไปเป็นฝ่ายค้านเสมอ เพราะคนเหล่านี้มีแต่ความรู้ ไม่มีความสามารถ และตกยุคไปแล้ว คล้ายๆ เป็นยาสามัญประจำบ้านที่หมดอายุไปนานแล้ว นั่งเป็นบอร์ดวิชาการ (บอดสนิททั้ง 2 ข้าง)

มหาวิทยาลัยนครพนมจะเดินต่อไปอย่างไรหากจะหลีกเลี่ยงความล้มเหลวซ้ำซ้อน การเป็นบัณฑิตที่มีแต่ความรู้และขาดคุณภาพเรื้อรัง จึงขอเสนอให้มหาวิทยาลัยนครพนมสร้างเป็น “วิทยาลัยเทคโนโลยีดนตรี” เปิดวิชาช่างซ่อมสร้างเครื่องดนตรีในระดับประกาศนียบัตร (ปวช. และ ปวส.) อาทิ วิชาช่างซ่อมเครื่องดนตรี (ดนตรีพื้นบ้าน ดนตรีไทย ดนตรีสากล) ช่างเครื่องไฟฟ้า และช่างอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น

หากจะเปิดในระดับปริญญาตรีก็น่าจะเปิดสอนวิชาครูช่างดนตรี (ปฏิบัติ) วิชาอุตสาหกรรมดนตรี การผลิตเครื่องดนตรี วัสดุศาสตร์สำหรับทำเครื่องดนตรี การผลิตเครื่องดนตรีที่ทำด้วยไม้ ดิน โลหะ วัสดุใช้ทดแทน การทำกล่องใส่เครื่องดนตรี การออกแบบ วิศวกรรมและเทคโนโลยีดนตรี เสียงสังเคราะห์ การบันทึกเสียง (ในห้องบันทึกเสียง ห้องแสดง กลางแจ้ง) ไมโครโฟน การควบคุมเครื่องเสียง ดนตรีประกอบสารคดี ดนตรีประกอบภาพยนตร์ ดนตรีประกอบรายการวิทยุโทรทัศน์ เป็นต้น

เปิดธุรกิจดนตรี ขายเครื่องและอุปกรณ์ดนตรี การสอนเครื่องดนตรี กฎหมายลิขสิทธิ์ สัญญาจ้าง สัญญาซื้อขาย จัดการแสดงดนตรี การขายตรง การขายผ่านสื่อ (on line) ธุรกิจระหว่างประเทศ การผลิตรายการดนตรี ประพันธ์เพลงเพื่อการฟัง เพลงประกอบการแสดง ดนตรีแสงสีเสียง เพลงโฆษณา เป็นต้น

ดนตรีบำบัด การขับร้องและเล่นเครื่องดนตรี จิตวิทยาเพลง การดูแลผู้ป่วย วงขับร้องประสานเสียง วงตีเกราะเคาะไม้ การร้องรำทำเพลง การเต้นรำเข้าจังหวะ วงดนตรีผู้สูงอายุ บทสวดดนตรีสำหรับพิธีกรรม วงดนตรีทุกชนิดที่อยากให้นักศึกษาได้เล่น เป็นต้น

ส่วนระดับบัณฑิตศึกษา (ปริญญาโทและเอก) ให้เน้นการศึกษาวิจัย โดยไม่มีวิชาเรียน แต่นักศึกษาสามารถเสนอหัวข้อวิจัยที่สนใจจะศึกษา ซึ่งนักศึกษาต้องมีประสบการณ์และประกอบอาชีพดนตรีที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อวิจัย (อย่างน้อย 5 ปี) โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องเป็นที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญ (มีฝีมือ) ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องมีใบปริญญา เพราะผู้ที่มีฝีมือนั้นจะมีความรู้และมีความสามารถอยู่ในตัวพร้อมกัน

การแก้ปัญหาเรื่องผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องนั้น สภามหาวิทยาลัยนครพนมควรยกย่องและให้เกียรติ โดยแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญให้เป็น “ศาสตราจารย์ศิลปิน” เพื่อจะได้มีฐานะทางสังคม เพื่อจะรับเงินเดือนพิเศษและสร้างความน่าเชื่อถือแก่สังคม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเรื่องส่วนใหญ่จะไม่มีใบปริญญา อาทิ หมอแคน หมอผี หมอพิณ หมอลำ หมอช้าง หมอตำแย หมอความ หมอดู หมอนวด หมอยา หมอรักษา เป็นต้น

การเปิดสอนดนตรีที่มหาวิทยาลัยนครพนม ควรสร้างแตกต่าง ต้องใช้ฝีมือและคุณภาพนำ เพื่อเด็กสามารถเข้าสู่อาชีพได้เลย ไม่ต้องคอยให้เรียนจบการศึกษา สามารถที่จะมีอาชีพในระหว่างที่เรียน เป็นช่างที่เก่ง เล่นเครื่องดนตรีได้ พูดภาษาอาเซียนได้ มีคุณภาพสูง ซึ่งไม่ต้องเป็นห่วงว่าเรียนจบไปแล้วจะออกไปทำอะไร เพราะคนที่มีฝีมือจะไปอยู่ที่ไหนในโลกก็ได้