หน้าแรก ประชาชื่น เมื่อน่านฟ้าล...

เมื่อน่านฟ้าลาวเปิด (อีกครั้ง)

4.05.16 | 16:49 น.

ลาวเป็นประเทศที่ว่าจะไปง่ายก็ง่าย จะไปยากก็ยาก เนื่องจากเพียงเราเดินทางออกจากประเทศไทยข้ามด่านชายแดน ข้ามสะพานไปทั้ง 4 แห่งก็สามารถไปเที่ยวเมืองลาวได้แล้ว ซึ่งจะนั่งรถยาวหรือบินไปลงสนามบินในเมืองชายแดนเหล่านั้นก็ทำได้ไม่ยากเย็น หากแต่การเดินทางต่อเข้าไปยังหัวเมืองท่องเที่ยวที่ไม่ได้อยู่ชายแดน อย่างเมืองวังเวียงหรือหลวงพระบาง ต้องใช้เวลานั่งรถยาวนานบนเส้นทางทุลักทุเลหัวโยกหัวคลอนทั้งสิ้น ส่วนการข้ามด่านชายแดนก็มีส่วนยุ่งยากเสียเวลา ทั้งการต่อคิว ตม. และการนั่งรถโดยสารข้ามด่าน การบินตรงลงเมืองต่างๆ จึงช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า 2-3 ชั่วโมง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามเทศกาลที่มีคนผ่านด่านข้ามแดนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม สายการบินที่บินตรงเข้าสู่สปป.ลาว มีแต่สายการบินแบบ Full Service และราคาสูง โดยเฉลี่ยการบินจากกรุงเทพมหานครไปยังเวียงจันทน์ ปากเซหรือหลวงพระบาง จะอยู่ที่ประมาณ 128 เหรียญสหรัฐหรือ 4,600 บาทต่อเที่ยว หรือเกือบหนึ่งหมื่นบาทถ้าเดินทางไปกลับ เมื่อเทียบกับการบินโลว์คอสต์ลงเมืองชายแดนของไทยที่ไปกลับไม่ถึง 2,000 บาท ทำให้ชาวลาวไม่นิยมเดินทางด้วยเครื่องบิน และชาวไทยชาวต่างชาติที่เดินทางไปยังลาวก็เลือกเดินทางทางรถมากกว่า ยกเว้นผู้ที่เดินทางมาจากประเทศจีนซึ่งมีสายการบินของจีนทั้งแบบเช่าเหมาลำและแบบประจำ

สายการบินต้นทุนต่ำ หรือโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ที่เปิดทำการในลาวก่อนหน้านี้ มีเพียงแอร์เอเชียมาเลเซีย ซึ่งจะบินตรงจากกัวลาลัมเปอร์ไปกลับเวียงจันทน์ สัปดาห์ละสี่เที่ยวบิน ซึ่งไม่ได้รับความนิยมมากนัก เนื่องจากใช้เวลาเดินทางค่อนข้างมากและชาวมาเลเซียก็ไม่นิยมเดินทางมาเที่ยวประเทศลาว ต่างจากการเดินทางต่อมาจากประเทศไทยซึ่งนักท่องเที่ยวตะวันตกและญี่ปุ่นเข้าถึงได้ง่ายกว่า เดิมทีนั้น ไทยแอร์เอเชียเคยบินเส้นทางกรุงเทพฯ(สุวรรณภูมิ)-ดอนเมือง มาแล้วในช่วงปี 2547-2549 แต่ถูกนโยบายของรัฐบาลลาวในขณะนั้นยกเลิกการบินไปเพราะต้องการปกป้องอุตสาหกรรมสายการบินของลาวเอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อสายการบินของลาวอย่างการบินลาว และลาวเซ็นทรัลแอร์ไลน์ ไม่สามารถรองรับการเดินทางได้เพียงพอ และขาดประสิทธิภาพในการดำเนินงาน รวมถึงรัฐบาลลาวในระยะต่อมา เห็นความสูญเสียทางเศรษฐกิจที่เกิดจากการปิดน่านฟ้า ว่าทำให้คนลาวต้องเสียเวลาและเสียเงินเดินทางไปขึ้นเครื่องบินที่ต่างแขวงของต่างประเทศ(กล่าวคือจังหวัดชายแดนของไทย) แทนที่จะได้ค่าเดินทางจากภายในประเทศลาวเอง ในปี 2016 สายการบินไทยแอร์เอเชีย จึงเปิดเส้นทางกรุงเทพฯ (ดอนเมือง)-หลวงพระบาง ขึ้นอีกครั้งเมื่อปลายเดือนมีนาคม และจะเปิดเส้นทาง กรุงเทพฯ(ดอนเมือง)-เวียงจันทน์ ในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้

แนวทางดังกล่าวทำให้มองเห็นว่ารัฐบาลลาวจะเริ่มส่งเสริมการเดินทางด้วยเครื่องบินมากขึ้น และมีโอกาสจะเปิดเสรีน่านฟ้ามากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีแผนจะย้ายสนามบินวัดไตที่เริ่มแออัดออกไปสร้างสนามบินนานาชาติแห่งใหม่นอกนครหลวงเวียงจันทน์เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามายังสปป.ลาวกว่าปีละ 12 ล้านคน ให้เปลี่ยนจากการเดินทางผ่านประเทศไทยด้วยรถยนต์หรือรถไฟ มาเป็นการบินมาลงสนามบินภายในของ สปป.ลาวโดยตรง ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และการหมุนเวียนของเงินภายในประเทศ รวมถึงรายได้จากการเก็บภาษีสนามบิน มากกว่าที่จะคอยอุ้มสายการบินรัฐวิสาหกิจในประเทศให้อยู่รอดไปวันๆ อย่างผูกขาดเท่านั้น

Advertisement

จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าลาวจะพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวไปพร้อมกับการขยายสนามบินและเพิ่มการเดินทางทางอากาศให้ได้มากขนาดไหน และจะมีสายการบินต้นทุนต่ำรายใด เข้าไปช่วงชิงน่านฟ้าของลาวที่ได้เปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง