รวมพลังปันสุขให้น้อง ศูนย์เรียนรู้ไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านเกริงปะตีคลี่

21.12.18 | 12:18 น.

ประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษา มีโรงเรียนในพื้นที่ชนบทที่อยู่ห่างไกลในถิ่นทุรกันดารและโรงเรียนที่มีงบประมาณจำกัดอีกเป็นจำนวนมากที่ประสบปัญหาขาดแคลนอุปกรณ์การเรียน และเครื่องอุปโภคบริโภคต่างๆ

ดี-แลนด์ กรุ๊ป จัดกิจกรรมรวมพลังคนดี ส่งต่อพื้นที่สร้างสรรค์ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นและความตั้งใจที่จะสร้างสังคมที่มีจิตอาสาเพื่อส่งต่อความดีและสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคม โดยมุ่งเน้นไปที่ 3 กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ พนักงานในองค์กร ลูกบ้านที่อาศัยอยู่ในโครงการของดี-แลนด์ กรุ๊ป รวมถึงชุมชนโดยรอบและสังคม ด้วยการจัดกิจกรรมจิตอาสาเพื่อช่วยเหลือน้องๆ ในถิ่นทุรกันดาร ล่าสุด จัดกิจกรรม “รวมพลังคนดี ส่งต่อพื้นที่สร้างสรรค์” ครั้งที่ 3 ภายใต้โครงการ “คนดี ดี-แลนด์” (ปันสุข ก็สุขใจ) นำทีมคณะผู้บริหารและพนักงานเดินทางไกลมาถึงเมืองหน้าด่านชายขอบตะวันตกติดกับประเทศพม่า

ศิริพงษ์ สมบูรณ์

“ศิริพงษ์ สมบูรณ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดี-แลนด์ กรุ๊ป จำกัด บอกว่า “ครั้งนี้เราตั้งใจที่จะเข้ามาช่วยปรับปรุงห้องสมุด ซึ่งออกแบบให้มีลักษณะเป็นการสร้างพื้นที่แบบ Co-Learning Play Yard เพื่อให้เด็กๆ สนุกกับการเรียนรู้และเล่นไปพร้อมกันได้แบบครบวงจร รวมทั้งส่งมอบเครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียน เสื้อกันหนาว ของเล่นเสริมทักษะ และขนมให้กับน้องๆ ที่ศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขา แม่ฟ้าหลวง บ้านเกริงปะตีคลี่ ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก เพื่อส่งเสริมการเรียนและส่งมอบโอกาสกับเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” 

สำหรับศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านเกริงปะตีคลี่ เป็นหนึ่งในโครงการตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2548 ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักในการบริการการศึกษาและพัฒนาชุมชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร เพื่อให้ประชาชนในชุมชนดังกล่าวสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาได้ และได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา โดยสถานที่ตั้งของศูนย์บ้านเกริงปะตีคลี่แห่งนี้ ตั้งอยู่ภายในหมู่บ้านที่ห่างจากถนนหลักประมาณ 11 กม. แต่หากเป็นช่วงฤดูฝนต้องใช้การเดินเท้าเพียงอย่างเดียว ภายในศูนย์มีครู 2 คน ช่วยกันดูแลทั้งเรื่องอาหารกลางวันสำหรับเด็กๆ การเยี่ยมบ้านนักเรียนและการเรียนการสอน 7 ระดับชั้น คือ ตั้งแต่อนุบาล-ป.6 และกลุ่มผู้ใหญ่ที่ไม่ได้เข้าเรียนในระบบสถานศึกษา จำนวนนักเรียนทั้งหมด 109 คน อายุตั้งแต่ 3-60 ปี ปัจจุบันเด็กๆ ที่ศูนย์สามารถสื่อสารภาษาไทยได้เกือบ 100% โดยประมาณ 60% เป็นชนเผ่ากะเหรี่ยง ซึ่งตอนนี้ได้สัญชาติไทยแล้วประมาณ 40%

“ส.อ.ฤทธิไกร วันรังษี” หรือ “ครูหนุ่ม” ครูอาสาสมัครการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อ.อุ้มผาง หนึ่งในครูประจำศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านเกริงปะตีคลี่ เล่าว่า ทาง กศน.มีภารกิจในการจัดและส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยที่มีคุณภาพ เพื่อยกระดับการศึกษาและพัฒนาทักษะการเรียนรู้ของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมายให้เหมาะสมทุกช่วงวัย มีทักษะที่จำเป็นพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน และสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต โดยเฉพาะโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร

Advertisement

“เป้าหมายสูงสุดในการเข้ามารับตำแหน่งครูที่โรงเรียนแห่งนี้ ก็คือความต้องการให้เด็กๆ ชาวไทยภูเขาที่นี่ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบการศึกษาพื้นฐานและสามารถเข้าใจภาษาไทยได้ เพราะถ้าหากเด็กๆ เหล่านี้ไม่รู้ภาษาไทย อ่าน-เขียนภาษาไทยไม่ได้ เขาก็จะไม่รู้สึกว่าเขาเป็นคนไทย ก็จะไม่รู้สึกหวงแหนแผ่นดินเกิด แต่ถ้าเขารู้สึกว่าเขาเป็นคนไทย เขาก็จะมีแรงจูงใจในการร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาหมู่บ้าน พัฒนาท้องถิ่น หรือเวลาไปทำงาน เขาก็จะไม่โดนหลอก และได้รับเงินค่าจ้างในอัตราที่เหมาะสม” ครูหนุ่มบอกอีกว่า

“สิ่งที่เราทำคือการมุ่งพัฒนาที่ตัวเด็ก โดยเฉพาะการศึกษาถือเป็นเรื่องสำคัญมาก ไม่ว่าจะอยู่เมืองหรืออยู่ป่า ก็ต้องได้รับการศึกษาเหมือนกัน” 

ด้วยศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้ตั้งอยู่ใจกลางหมู่บ้านที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองพอสมควร ยิ่งเมื่อรวมกับสภาพภูมิประเทศโดยรอบที่เป็นภูเขาสูงชัน ทำให้การเข้าถึงสื่อการเรียนการสอนใหม่ๆ ที่จะช่วยกระตุ้นการเรียนรู้ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยของเด็กๆ ยังมีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น

“ผมมองว่าห้องสมุดคือคลังปัญญาที่จะช่วยให้เด็กนักเรียนที่นี่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้น เพียงแต่ว่าเรามีข้อจำกัดด้วยตัวของสื่อการเรียนรู้ต่างๆ ในห้องสมุดของเราไม่ได้มีเพียงพอสำหรับเด็กนักเรียนทุกคน ซึ่งในวันนี้ผมขอเป็นตัวแทนเด็กๆ จากศูนย์การเรียนรู้ชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านเกริงปะตีคลี่ แสดงความขอบคุณที่ได้สร้างโอกาสในการเรียนรู้ ช่วยให้เด็กๆ มีความสุข ได้รู้จักการให้และการแบ่งปัน เพื่อที่เด็กเหล่านี้จะเติบโตขึ้นเป็นคนดีของสังคม และเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่จะพัฒนาประเทศชาติต่อไป” ครูหนุ่มกล่าวทิ้งท้าย

“ปันสุข ก็สุขใจ” ความสุขง่ายๆ จาก “การให้” และ “การแบ่งปัน” เป็นรากฐานสำคัญอันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนให้สังคมไทยงดงาม น่าอยู่ เป็นสังคมที่มีความเกื้อกูล และเป็นสังคมแห่งความสุขอย่างแท้จริง