‘ทีเส็บ’ กระตุ้นชุมชนสร้างสรรค์ เมืองยั่งยืน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

26.12.18 | 16:29 น.
ผลงานชนะเลิศ "โครงงานรักษ์สิ่งแวดล้อมตามวิถีชุมชนบ้านสันยาว" ทีมกลุ่มงานประดิษฐ์บ้านสันยาว

ทุกครั้งของการจัดประชุมโดยหน่วยงานในประเทศหรือการต้อนรับนักเดินทางกลุ่มไมซ์จากต่างประเทศจะเกิดโอกาสทางเศรษฐกิจหลายด้าน ที่น่าสนใจคือจะทำอย่างไรให้โอกาสเหล่านั้นสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและยังคงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กันอย่างยั่งยืนได้

ภูริพันธ์ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายสำนักงานผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือทีเส็บ เล่าว่า “ทีเส็บริเริ่มนโยบายการส่งเสริมการจัดงานอย่างยั่งยืนตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 ทำให้ประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นประเทศแรกในเอเชียที่สร้างโรดแมปสำหรับการจัดประชุมสีเขียว โดยแนวทางนี้ได้เผยแพร่ไปยังทั่วภูมิภาคเอเชีย

ต่อมาในปี พ.ศ.2555 จนถึงปัจจุบัน มีการนำกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนมาประยุกต์ใช้กับอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศ โดยคำนึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมว่าเป็นประเด็นที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันดูแล และในฐานะหน่วยงานรัฐหลักในการพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์และการจัดงานของประเทศไทย จึงได้ร่วมมือกับจังหวัดเชียงใหม่ และภาคชุมชน จัดทำโครงการ ไมซ์ไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ขึ้น โดยเป็นการประกวดออกแบบการจัดงานประชุมสัมมนาซึ่งใช้วัสดุท้องถิ่นเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ในการใช้วัสดุท้องถิ่นจัดงานประชุม เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างรายได้ ก่อให้เกิดพลังของชุมชนที่เข้มแข็ง พร้อมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธุรกิจไมซ์และการจัดงานให้กับชุมชนด้วย”

ภูริพันธ์ บุนนาค
ภัทร์ ศาสตร์ขำ

ทั้งนี้ มีทีมที่ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 9 ทีม ซึ่งแต่ละทีมมีความคิดสร้างสรรค์แตกต่างกัน สำหรับผู้ชนะเลิศ ได้แก่ ทีมกลุ่มงานประดิษฐ์บ้านสันยาว “โครงงานรักษ์สิ่งแวดล้อมตามวิถีชุมชนบ้านสันยาว” ได้รับประกาศนียบัตรพร้อมเงินรางวัลมูลค่า 30,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีมวิถีไทย วิถียอง บ้านสันทางหลวง “โครงงานการจัดงานประชุมสัมมนา ยองสันทางหลวงสไตล์” ได้รับประกาศนียบัตรพร้อมเงินรางวัลมูลค่า 20,000 บาท รองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม Happy Coconut “โครงงานการประดิษฐ์สิ่งของเหลือใช้จากกะลา” ได้รับประกาศนียบัตรพร้อมเงินรางวัลมูลค่า 10,000 บาท ส่วนอีก 6 ทีมได้รับรางวัลชมเชย ประกาศนียบัตรพร้อมเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท ซึ่งทั้งหมดจะได้เข้าร่วมอบรมพิเศษในหลักสูตรมืออาชีพด้านการจัดงานอย่างยั่งยืนที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วย

ภัทร์ ศาสตร์ขำ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรมไมซ์ ทีเส็บผู้แทนกรรมการบอกว่า การตัดสินให้คะแนนกับทุกทีมนั้น กรรมการรู้สึกลำบากใจอย่างมาก เพราะทั้ง 9 ทีมที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศมามีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่นต่างกันไป

Advertisement

“ดีใจและภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้เห็นความตั้งใจ ไอเดีย ความพยายาม และความกระตือรือร้นในการนำเสนอแนวคิดที่มีคุณค่า ผลงานของทุกทีมนั้นมีโอกาสนำมาต่อยอดใช้ในงานได้จริง สามารถสร้างประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน ตลอดจนสร้างรายได้ ที่สำคัญคือไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

“บางครั้งการต่อยอดในแบบไมซ์อาจไปไม่ถึงชุมชน ดังนั้น ชุมชนเองควรช่วยกันคิดว่าหากมีการจัดประชุมในเมืองแล้วจะทำอย่างไรเพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด ใครที่มีผลิตภัณฑ์ของตัวเองที่น่าสนใจหรือกำลังทำอยู่ตอนนี้ อยากให้ลองชวนเพื่อนบ้านใกล้เคียงมาทำสิ่งที่มีประโยชน์ยั่งยืนต่อชุมชนด้วยกัน”

ผลงานรองชนะเลิศอันดับ 2 “โครงงานการประดิษฐ์สิ่งของเหลือใช้จากกะลา” ทีม Happy Coconut

ด้าน ศิริพร ทุนอินทร์ หัวหน้ากลุ่มงานประดิษฐ์บ้านสันยาว เล่าถึงความรู้สึกและแนวคิดของผลิตภัณฑ์ที่ส่งเข้าประกวดในครั้งนี้ว่า เมื่อปี พ.ศ.2553 หมู่บ้านสันยาวได้รับเลือกเข้าโครงการเศรษฐกิจพอเพียงต้นแบบ มีการส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ และเป็นหมู่บ้านที่ได้รับการคัดเลือกให้ปลูกผักเพื่อเก็บเมล็ดพันธุ์ส่งให้กับโครงการศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธุ์เพ็ญศิริ

ขณะเดียวกัน ได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ สำหรับพัฒนาทักษะด้านงานศิลปหัตถกรรมในกลุ่มแม่บ้านและผู้สูงอายุในหมู่บ้าน โดยส่งเสริมให้ประดิษฐ์งานศิลปะ ตุง โคม และการประดิษฐ์ของตกแต่งบ้านจากวัสดุเหลือใช้ในการเกษตรและชีวิตประจำวัน อาทิ ดอกไม้จากใยบวบ ดอกซากุระจากถุงพลาสติกเหลือใช้ ผลสตรอเบอรี่จากเศษผ้า และลูกปัด งานสานจากกระดาษนิตยสารเก่า หวาย และไม้ไผ่ โคมไฟจากผลน้ำเต้าแห้งฉลุลาย ถาด บายศรี ประดิษฐ์จากกล่องนม UHT เป็นต้น

“เมื่อครั้งที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมชมชุมชนบ้านสันยาวเมื่อปี พ.ศ.2555 ทรงสนพระทัยในงานประดิษฐ์ เศษวัสดุ เหลือใช้ และตรัสชมเชยว่าน่าสนใจ ยังความปลาบปลื้มปีติแก่ชาวบ้านในหมู่บ้านสันยาวเป็นอันมาก จึงคิดสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์วัสดุเหลือใช้มาอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการสร้างสรรค์จากสิ่งวัสดุเหลือใช้หลากหลายประเภทในชีวิตประจำวัน เพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมและสร้างรายได้ให้ชุมชน แต่ปัจจุบันยังขาดเครือข่าย และตลาดรองรับ เมื่อได้รับทราบข่าวโครงการ ‘ไมซ์ไทย ใส่ใจสิ่งแวดล้อม’ จึงนำเสนอผลงาน ‘รักษ์สิ่งแวดล้อมตามวิถีชุมชนบ้านสันยาว’ เข้าประกวด”

ศิริพร ทุนอินทร์

ศิริพรอธิบายเพิ่มเติมว่า ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดเน้นการสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์จากของเหลือใช้ และสามารถนำไปใช้ในงานประชุม สัมมนาได้จริง อาทิ ใบตองสำหรับทำภาชนะใส่อาหาร ไม้ไผ่ทำกระบอกน้ำ ผักผลไม้ชุมชนนำมาทำเป็นวัตถุดิบในการทำอาหารหรืออาหารว่าง เมื่อได้รับรางวัลในครั้งนี้จึงดีใจและภูมิใจมาก เพราะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนว่าสิ่งที่ทำมาโดยตลอดนั้นมีคุณค่า และท้ายที่สุดแล้วคือการมีตลาดที่รองรับอยู่

การประชุมที่ดีและยั่งยืนควรเป็นการประชุมที่สามารถสร้างประโยชน์ได้ทั้งชุมชนและผู้ร่วมประชุม ซึ่งการจะได้รับประโยชน์เหล่านั้น ชุมชนเองต้องลงมือทำ ค้นหา และชูจุดเด่นผลิตภัณฑ์ของตัวเองออกมาให้ได้ สามารถเผยแพร่ให้ผู้คนในสังคมได้รับรู้ถึงคุณค่าของผลงานที่สร้างสรรค์ขึ้น

และเพื่อความสมบูรณ์ควรวางแผนต่อยอดขึ้นไปอีกขั้นว่าจะนำมาสร้างความยั่งยืนให้กับตัวเองและสังคมได้ต่อไปอย่างไรดังเช่นผลงานประดิษฐ์ที่หมู่บ้านสันยาวกำลังทำอยู่ และจะยังคงเดินหน้าต่อไป

ผลงานรองชนะเลิศอันดับ 1 “โครงงานการจัดงานประชุมสัมมนายองสันทางหลวงสไตล์” ทีมวิถีไทย วิถียอง บ้านสันทางหลวง