“เมื่อฉันเด็กๆ น่ะ เป็นเด็กที่เงียบ ไม่ค่อยพูดค่อยจา เสด็จพ่อก็จะให้เป็นหมอ จึงประทานนามว่า ไวทยากร ไวทยะก็แปลว่าแพทย์ แล้วอากรก็ที่เกิด บ่อเกิดแห่งวิชาแพทย์ ทีนี้เมื่อฉันสอบชิงทุนเล่าเรียนหลวงได้เมื่ออายุ 13 ปีเศษ ท่านก็บอกว่า ควรจะเลือกเรียนวิชาที่ปราดเปรื่องยิ่งกว่าแพทย์ ก็ขอพระราชทานรัชกาลที่ 5 ให้พระราชทานนามแก่ฉัน ทีนี้ แทนที่จะเป็นไวทยากร ท่านทรงเติม ‘วรรณ’ ซึ่งแปลว่าหนังสือ ไวทยะที่ว่าแพทย์นั้นก็เหมือนคำว่า Doctor วิชาการแพทย์ หรือ Doctor วิชาอื่นก็ได้ เพราะฉะนั้นก็เติม ‘วรรณไวทยากร’ ก็เป็นหมอหนังสือ ตั้งแต่นั้นฉันก็พยายามที่จะบำเพ็ญตนให้สมแก่ชื่อที่ได้พระราชทานนั้น”
พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงให้สัมภาษณ์ถึงชีวประวัติของพระองค์ แก่ นายอัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ลงตีพิมพ์ในหนังสือ ประวัติบุคคลที่น่ารู้จัก จัดพิมพ์ พ.ศ.2516
ความที่นำมาลงเผยแพร่อีกครั้ง ณ ที่นี้ นำมาจากวารสารปากไก่ ฉบับรางวัลพระองค์วรรณฯ 16 สิงหาคม 2559 สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย เจ้าของ นายบูรพา อารัมภีร นายกสมาคม นายขจรฤทธิ์ รักษา สาราณียกร
หน้าปกเป็นพระฉายาลักษณ์ มีลายเซ็นพระนามและวันที่อยู่มุมขวา “วรรณไวทยากร” 19 ก.ย. 69
ในเล่มมีพระประวัติ พลตรีพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ โดยหม่อมหลวงปีกทิพย์ มาลากุล ขอนำมาเสนอโดยย่อ ดังนี้
พลตรี พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นนราธิปพงศ์ประพันธ์ ทรงมีพระนามเดิมว่า หม่อมเจ้าวรรณไวทยากร วรวรรณ ประสูติเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม พ.ศ.2434 ที่ตำบลบ้านตะนาว อำเภอสำราญราษฎร์ จังหวัดพระนคร เป็นโอรสของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ในรัชกาลที่ 4 และหม่อมหลวงต่วนศรี วรวรรณ ในสกุล “มนตรีกุล” ซึ่งสืบสายมาจากพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงพิทักษ์มนตรี
ทรงมีพี่น้องร่วมพระบิดารวม 33 พระองค์ และที่ประสูติแต่หม่อมหลวงต่วนศรี วรวรรณ ด้วยกัน ได้แก่ หม่อมเจ้าศิวากร วรวรรณ
ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมเจ้าพิบูลเบ็ญจางค์ กิติยากร เมื่อ พ.ศ.2463 มีโอรสและนัดดา (ถึงแก่กรรม) และมีปนัดดา พระองค์ทรงเสกสมรสกับหม่อมพร้อยสุพณ (สกุลเดิม บุนนาค) มีธิดาคือ หม่อมราชวงศ์วิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร และนัดดาถึงแก่กรรม
การศึกษา พ.ศ.2443 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ พ.ศ.2444 ที่โรงเรียนราชวิทยาลัย และได้รับพระราชทานทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ เมื่อพระชนมายุ 14 พรรษา
พ.ศ.2448 ทรงศึกษา ณ โรงเรียน Marlborough College 5 ปี ทั้งภาษาปัจจุบันและภาษากรีก ทรงได้รับรางวัลถึง 17 รางวัล จากนั้นจึงทรงเข้ารับการศึกษาในมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้รับปริญญา B.A. เกียรตินิยมทางประวัติศาสตร์ พ.ศ.2458 เข้าศึกษาต่อที่กรุงปารีส ฝรั่งเศส ในวิชาการทูต สอบไล่ได้ประกาศนียบัตรวิชาการทูตรางวัลที่ 1 กลับมาเรียนปริญญาโท ที่ออกซ์ฟอร์ด
ทรงได้รับดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์อักษรศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์รัฐศาสตร์ (การทูต) และวารสารศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กับอีกหลายมหาวิทยาลัยทั้งในและต่างประเทศ
เมื่อทรงสำเร็จการศึกษา ทรงได้รับแต่งตั้งเป็นเลขานุการตรีประจำสถานทูตไทย ณ กรุงปารีส และเป็นเลขานุการคณะทูตไทยที่ประชุมสันติภาพภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 1
พ.ศ.2465 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรี รับปรึกษาราชการในส่วนพระองค์
ทรงเข้ารับราชการในตำแหน่งสำคัญอีกหลายตำแหน่ง พ.ศ.2473 ทรงได้รับแต่งตั้งเป็นศาสตราจารย์ในคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทรงสอนภาษาอังกฤษและภาษาไทย
พ.ศ.2475 มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองทรงเป็นเจ้านายพระองค์หนึ่งที่ได้รับความไว้ใจจากคณะผู้ก่อการในการปฏิบัติราชการรับใช้ประเทศชาติ และทรงทำหนังสือพิมพ์ “ประชาชาติ” กับทรงปฏิบัติหน้าที่ราชการเรื่อยมาตั้งแต่นั้น

