ต่อยอดงานวิจัย e-Museum พลิก 5 พิพิธภัณฑ์ลำปาง สู่วัฒนธรรมดิจิทัล

29.01.19 | 16:45 น.

ได้รับการตอบรับการจากท่องเที่ยวเป็นอย่างดีกับโครงการ e-culture มุ่งเน้นสร้างคลังข้อมูลวัฒนธรรมแบบเปิด ขยายผลจากงานวิจัยโครงการพัฒนาระบบพิพิธภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Museum) และระบบนำชมพิพิธภัณฑ์ (Museum Pool) ที่พัฒนาโดยห้องปฏิบัติการวิจัยเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติและความหมาย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช). โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) และ สวทช.ภาคเหนือ

ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ หัวหน้าทีมวิจัยเทคโนโลยีภาษาธรรมชาติและความหมาย เนคเทค-สวทช. บอกว่า ปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ใช้เพื่อให้สามารถจัดเก็บข้อมูลดังกล่าวในรูปแบบดิจิทัล ทำให้องค์ความรู้ดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้โดยง่าย รวมถึงนำมาใช้เพื่อการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างน่าสนใจมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ โครงการ e-culture มุ่งเน้นงานวิจัยด้านการอนุรักษ์และท่องเที่ยว เพื่อพัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลวัฒนธรรม และนำข้อมูลด้านวัฒนธรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการท่องเที่ยว เช่น นำชมพิพิธภัณฑ์ สร้างเส้นทางท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม โดยชุมชนหรือหน่วยงานสามารถเรียนรู้และเข้าใจกระบวนการ พร้อมจัดทำได้ด้วยตัวเอง อีกทั้งโครงการยังมุ่งเน้นสร้างคลังข้อมูลวัฒนธรรมแบบเปิด เพื่อให้นักพัฒนาซอฟต์แวร์สามารถนำไปต่อยอดสนับสนุนการท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“ระบบบริหารจัดการข้อมูลวัฒนธรรม เป็นระบบที่ช่วยให้ผู้ใช้งานโดยอาจเป็นชุมชนหรือหน่วยงาน สามารถบริหารจัดการข้อมูลของชุมชนหรือหน่วยงานได้ด้วยตัวเอง จัดเก็บข้อมูลดิจิทัลในรูปแบบมาตรฐาน ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับคลังข้อมูลความรู้หรือคลังข้อมูลวัฒนธรรมอื่นๆ ได้ด้วย โดยระบบสามารถจัดเก็บข้อมูลได้หลายรูปแบบ เช่น ข้อความ ภาพ เสียง วิดีโอ ภาพ 360 องศา ภาพ 3 มิติ ผู้ใช้งานจะมีส่วนนำเสนอข้อมูลในรูปแบบเว็บไซต์ของตนเองได้ และสามารถสร้าง QR Code สำหรับนำชมได้ โดยโครงการมุ่งเน้นสร้างคลังข้อมูลวัฒนธรรม โดยเจ้าของข้อมูลเป็นผู้บันทึกข้อมูล และขยายผลสู่การสร้างเส้นทางท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และพัฒนาบุคลากรในพื้นที่ให้สามารถรักษาข้อมูลซึ่งเป็นองค์ความรู้ของชุมชนได้ด้วยตนเอง และสามารถถ่ายทอดไปยังบุคคลอื่นได้”

Advertisement

ปิยะฉัตร ใคร้วานิช เบอร์ทัน ผู้อำนวยการ สวทช.ภาคเหนือ กล่าวเสริมว่า พิพิธภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ ถือได้ว่าเป็นแหล่งรวบรวมองค์ความรู้หลากหลายศาสตร์ด้วยกัน ทั้งทางด้านวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ ประเพณี รวมถึงด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การจัดทำพิพิธภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นส่วนหนึ่งในการนำเทคโนโลยีเพื่อการอนุรักษ์มาใช้ เพื่ออนุรักษ์ข้อมูล องค์ความรู้ในพิพิธภัณฑ์ให้อยู่ในรูปแบบดิจิทัล ด้วยการบริหารจัดการลงทะเบียนข้อมูลวัตถุจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ตามมาตรฐานการจัดเก็บและการกำกับข้อมูล โดย สวทช.ภาคเหนือ มีแนวทางขยายผลงานวิจัยในพื้นที่ภาคเหนือ ให้สอดคล้องกับการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนบน โดยเน้นสนับสนุนการสร้างกำลังคนด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี e-Museum ในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ให้เพิ่มทวีคูณ และขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ต่อไป

ด้านผู้เชี่ยวชาญในพื้นที่ ดร.อนุกูล ศิริพันธุ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์นครลำปาง เล่าถึงภาพรวมของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในลำปางว่า ได้รับการตอบรับการจากท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ทั้งการท่องเที่ยวทางธรรมชาติ การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และการท่องเที่ยวโดยชุมชน ซึ่งปัจจุบันผู้คนรวมถึงผู้ประกอบการในจังหวัดลำปางมีความตื่นตัวเป็นอย่างมากและให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน โดยผลที่คาดหวังจากการใช้เทคโนโลยีดังกล่าวกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ คือเป็นฐานรองรับองค์ความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาท้องถิ่นในรูปแบบดิจิทัล และคนเข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

“โครงการ e-culture มุ่งเน้นสร้างคลังข้อมูลวัฒนธรรมแบบเปิด โดยในการขยายผลการใช้งานระบบบริหารจัดการข้อมูลวัฒนธรรมในภาคเหนือตอนบนแห่งแรกที่ จ.เชียงใหม่ ด้วยความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เพื่อจัดเก็บข้อมูลวัฒนธรรม จำนวน 6 แห่ง พบว่าได้รับความสนใจจากภาคเอกชนเกิดการนำระบบบริหารจัดการข้อมูลวัฒนธรรมไปใช้ในการจัดเก็บข้อมูลองค์ความรู้ของหน่วยงาน จึงได้ต่อยอดขยายผลงานวิจัยมายังจังหวัดลำปาง ที่นอกจากเป็นจังหวัดที่มีมรดกทางวัฒนธรรมที่น่าสนใจ อีกทั้งยังมีชุมชน กลุ่มคนที่สนใจงานด้านศิลปวัฒนธรรมค่อนข้างสูงอีกด้วย”

สำหรับพิพิธภัณฑ์ทั้ง 5 แห่งในลำปางที่เลือกเป็นโครงการนำร่อง ได้แก่ พิพิธภัณฑ์วัดปงสนุก วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม บ้านป่องนัก เซรามิคธนบดี และมิวเซียมลำปาง