ด้วยความโดดเด่นและความหลากหลายของสถานที่ท่องเที่ยว อาหารการกิน ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์
จึงไม่แปลกที่ “กรุงเทพมหานคร” จะเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลกเป็นเวลาหลายปีติดต่อกัน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญ
อย่างในวันขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวร่วมเคาต์ดาวน์ ส่งท้ายปีที่กรุงเทพมหานครอย่างล้มหลาม
โดยเฉพาะริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ มีการจัดงานเฉลิมฉลองขึ้นมาหลายจุดด้วยกัน
หนึ่งในนั้นคือ “ไอคอนสยาม” ริมฝั่งแม่น้ำ ที่เพิ่งเปิดตัวโครงการอย่างยิ่งใหญ่จนกลายเป็นอภิมหาปรากฏการณ์ที่โดงดังไปทั่วโลกเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
“ไอคอนสยาม” ยังมีกิจกรรมใหญ่ในเทศกาลต่างๆ อย่างต่อเนื่อง นับเป็นการจุดประกายการท่องเที่ยวริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้บูมขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เช่น การเฉลิมฉลองส่งท้ายปี ไอคอนสยามได้ออกแบบงานนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ 2562 ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์กรภาครัฐ และภาคเอกชนมากกว่า 9 องค์กร
ยังมีความร่วมมือกับภาคประชาชน ตลอดจนชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยา จัดงาน “Amazing Thailand Countdown 2019” ขึ้น
การผนึกกำลังครั้งสำคัญระดับประเทศครั้งนี้ ทำให้ผืนน้ำเจ้าพระยาระยะทางยาวกว่า 1.4 กิโลเมตร ถูกจุดประกายให้สว่างไสวไปด้วยการแสดงพลุสุดอลังการ กลายเป็นอีเวนต์เคาต์ดาวน์ครั้งประวัติศาสตร์ของประเทศไทยและสร้างชื่อเสียงโด่งดังในระดับโลก
การจัดกิจกรรมครั้งนี้ยังแผ่กระจายผลโยชน์ที่เกิดขึ้นออกไปในวงกว้าง ตามคอนเซ็ปต์ “Create Shared Value” อย่างในช่วงเทศกาลส่งท้ายปี ธุรกิจเรือโดยสารและเรือด่วนเจ้าพระยามีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาปกติถึง 25 เปอร์เซ็นต์ จนผู้ประกอบการเรือหลายราย ต้องเพิ่มเที่ยวให้บริการเรือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนและนักท่องเที่ยว จากเดิม 160-180 เที่ยวต่อวัน เป็นประมาณ 618 เที่ยวต่อวัน เกิดเป็นรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นทั้งสำหรับผู้ประกอบการเรือ พนักงานเรือ ท่าเรือ
ไม่เพียงแต่ธุรกิจเดินเรือเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงร้านค้าขายทั้งใหญ่และเล็กโดยรอบท่าเรือ และโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งมักจะถูกจองเต็มเป็นประจำทุกปีในคืนเคาต์ดาวน์ แต่ครั้งนี้กลับพบว่านักท่องเที่ยวส่วนมากได้ตัดสินใจเพิ่มระยะเวลาการเข้าพักให้นานขึ้น จากเดิมเข้าพักเฉลี่ย 1 คืน กลายเป็นเข้าพักเฉลี่ย 2-3 คืน

ไม่ใช่แค่นักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้นที่หลั่งไหลไปยังแม่น้ำเจ้าพระยา แต่ปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้ทำให้คนไทยจำนวนไม่น้อย ตัดสินใจเลือกที่จะเดินทางมาท่องเที่ยวและสัมผัสกับมนต์เสน่ห์ของแม่น้ำเจ้าพระยามมากขึ้นจากปีก่อนๆ ที่ผู้เข้าพักจะเป็นชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด
นอกเหนือจากประโยชน์ในเชิงเศรษฐกิจหรือรายได้ที่แผ่กระจายไปในวงกว้างแล้ว งาน “Amazing Thailand Countdown 2019” ยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงพื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ง่ายขึ้น และมากขึ้น จากการเปิดพื้นที่ River Park ขนาดกว่า 10,000 ตารางเมตรของไอคอนสยาม ให้เป็น Community Space ให้ประชาชนทั่วสามารถเข้ามาเฉลิมฉลองเทศกาลต่างๆ รวมถึงเปิดเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ให้สาธารณชนสามารถเข้ามาใช้งานได้
หลังฉลองปีใหม่พื้นที่ ไอคอนสยามยังมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่องเช่น เทศกาลวันเด็กแห่งชาติ ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ มีการนำเอาตัวการ์ตูนระดับโลกมาทำกิจกรรมร่วมกันเด็กๆ ได้สร้างความสุขให้คนจำนวนมาก
ล่าสุดกำลังจะเกิดกิจกรรมใหญ่ขึ้นอีกครั้งริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา กับการเฉลิมฉลอง เทศกาลปีใหม่จีน หรือ วันตรุษจีน ในเดือนกุมภาพันธ์นี้
ไอคอนสยามเตรียมพร้อมประกาศว่า จะนำสุดยอดโชว์กายกรรมตระการตา จากคณะกายกรรมอันดับ 1 ของสาธารณรัฐประชาชนจีนมาจัดแสดง พร้อมการแสดงพญามังกรมงคลติดไฟ LED ยาวที่สุดในประเทศไทย ถึง 108 เมตร จากแชมป์เอเชียปี 2016 การแสดงสิงโตจากแชมป์เอเชียปี 2018 และการแสดงงิ้วชุดพิเศษจากกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งน่าจะสร้างความคึกคักให้กับริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาได้ไม่แพ้กิจกรรมอื่นๆ ก่อนหน้านี้
นับเป็นกิจกรรมสำคัญที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ให้มาร่วมงานอย่างคับคั่ง
ดร.เอกก์ ภทรธนกุล ประธานหลักสูตร Master in Branding and Marketing (MBM) ภาษาอังกฤษ และอาจารย์ประจำภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ความมุ่งมั่นของไอคอนสยามในการเป็นเดสติเนชั่นระดับโลกนั้นน่าชื่นชมแต่เป็นเรื่องท้าทายมาก เพราะต้องสร้างสถานที่ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมุ่งมา ในขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความเป็นไทยไว้ให้ได้อย่างสมดุล

“ผมเห็นว่าไอคอนสยามแก้โจทย์ยากนี้ได้ดีเกินคาด นักท่องเที่ยวทั่วโลกจะได้รับความตื่นตาตื่นใจจนต้องบอกต่อ ส่วนคนไทยเองที่มาไอคอนสยามจะยิ่งรู้สึกรักประเทศไทย และภาคภูมิใจในความเป็นไทย ผ่านการการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดของไทยที่สามารถประยุกต์สิ่งที่ดีที่สุดของโลกให้เข้าด้วยกันได้อย่างกลมกลืนและสร้างสรรค์ นอกจากนั้นกิจกรรม Seasonal Events ต่างๆ ของไอคอนสยาม ซึ่งอิงไปกับเทศกาลหรือวาระสำคัญต่างๆ ทั้งของไทยและสากลก็ทำได้แตกต่างโดดเด่น หลายครั้งไม่ใช่เป็นเพียงอีเวนต์ขนาดใหญ่ยักษ์แต่กลายเป็นปรากฏการณ์ที่ทั่วโลกต้องจับตามอง” ดร.เอกก์กล่าว
อย่างไรก็ตาม การจะประสบความสำเร็จไม่ว่าจะเรื่องใด ต้องอาศัยความร่วมมือ ซึ่งจุดนี้ ดร.เอกก์รู้สึกชื่นชมไอคอนสยาม ที่มุ่งเน้นการจับมือเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะโครงการต่างๆ ทั้งที่ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่โดยรอบทั้งใหญ่และเล็กเพื่อช่วยกันคิดช่วยกันทำ สร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจเศรษฐกิจให้เกิดขึ้นทั่วบริเวณไม่เฉพาะเพียงไอคอนสยามเอง
“ทางฝั่งผู้บริโภคหรือประชาชนทั่วไปที่เข้าร่วมกิจกรรมก็ได้รับประโยชน์มากทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลินและความสัมพันธ์ดีๆ กับครอบครัวเพื่อนฝูงที่เพิ่มพูนมากขึ้นโดยอัตโนมัติ ปรากฏการณ์ที่ไอคอนสยามสร้างสรรค์ขึ้นจึงน่าจับตามอง และน่าชื่นชมในความพยายามสร้างสรรค์สิ่งที่ดีเยี่ยมที่ทำได้ยากให้เกิดขึ้นได้แก่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย”
เป็นมุมมองของวิชาการด้านการตลาด ซึ่งสอดคล้องเข้ากันกับความเห็นของ มร.เดวิด โรบินสัน ผู้อำนวยการ โครงการความร่วมมือพันธมิตรริมแม่น้ำเจ้าพระยา (Bangkok River Partners) องค์กรความร่วมมือภาคธุรกิจเพื่อส่งเสริมให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกสำหรับการพักผ่อนและท่องเที่ยว โดยมีสมาชิกเป็นโรงแรม และธุรกิจร้านค้าริมแม่น้ำเจ้าพระยา และรวมถึงไอคอนสยาม

มร.เดวิดระบุว่า แม่น้ำเจ้าพระยาคือจุดหมายปลายทางที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องยาวนานในหมู่คนไทย คนต่างชาติในประเทศไทย และนักท่องเที่ยวจากนานาประเทศที่เดินทางยังท่องเที่ยวที่กรุงเทพฯ โดยแม่น้ำเจ้าพระยาถือเป็นแม่น้ำสายสำคัญที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่และเป็นสายน้ำแห่งชีวิตของกรุงเทพฯ เป็นจุดหมายปลายทางที่สามารถนำผู้มาเยือนเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบายไม่ว่าจะเป็นวัด วัง สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ รวมถึงชุมชนริมแม่น้ำโดยรอบ
“ตามปกติจำนวนผู้มาเยือนจะเพิ่มมากขึ้นเป็นพิเศษในช่วงเทศกาลตรุษจีน สงกรานต์ ลอยกระทง คริสต์มาส และวันขึ้นปีใหม่ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในตอนนี้ที่ไอคอนสยามเปิดให้บริการแล้ว ยิ่งช่วยเพิ่มความน่าดึงดูดใจให้กับแม่น้ำเจ้าพระยามากขึ้น ด้วยความที่ไอคอนสยามเป็นโครงการค้าปลีกและความบันเทิงแห่งใหม่ล่าสุดและเยี่ยมยอดที่สุดในเอเชีย เป็นจุดหมายที่จบครบในที่เดียวทั้งเรื่องช้อปปิ้ง ทานอาหาร ท่องเที่ยว และกิจกรรมอีเวนต์ต่างๆ และยิ่งการมีเรือชัตเติ้ลโบ๊ตให้บริการด้วย ยิ่งทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาคึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวและชาวกรุงเทพฯ สำหรับงาน อเมซิ่ง ไทยแลนด์ เคาต์ดาวน์ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมได้เห็นตัวเลขที่ชัดเจนว่า มีผู้คนข้ามฝั่งมาจากฝั่งกรุงเทพฯเพื่อมากินดื่มที่ร้านอาหารและบาร์ริมแม่น้ำเป็นจำนวนมาก และยิ่งไปกว่านั้นคือจำนวนผู้คนที่ใช้โอกาสนี้ออกมาเพลิดเพลินไปกับงานเฉลิมฉลองรวมทั้งรับชมทัศนียภาพดอกไม้ไฟซึ่งไม่โดนบดบัง” มร. เดวิดกล่าว
อาจพูดได้ว่าโครงการขนาดใหญ่ตลอดจนกิจกรรมการเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลสำคัญ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาครั้งนี้ ได้สร้างผลกระทบในเชิงบวก ยังเป็นการจุดประกายการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้คึกคักขึ้นอย่างมาก
ถัดจากนี้คงขึ้นอยู่กับผู้ประกอบการและทุกภาคส่วน รวมถึงคนในพื้นที่ที่จะร่วมกันสานต่อ ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยากลายเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลกอย่างยั่งยืนต่อไป

