อาศรมมิวสิก : การ์ตูนจีน เพลงจีน และวัฒนธรรมจีน นำเสนอชาวโลกในวันตรุษจีน : สุกรี เจริญสุข

จีนได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่ยิ่งใหญ่ชนชาติหนึ่ง ความยิ่งใหญ่ของชนชาตินั้น วัฒนธรรมถือเป็นหุ้นส่วนหรือองค์ประกอบที่สำคัญ วัฒนธรรมนั้นไร้เขตแดน คนอยู่ที่ไหนวัฒนธรรมก็มีอยู่ที่นั่น วัฒนธรรมอยู่ที่ไหนคนก็อยู่ที่นั่นด้วย เมื่อจีนมีประชากรมากที่สุดในโลก คนจีนก็เดินทางไปทำมาหากินทั่วทุกมุมโลก ในเวลาเดียวกัน วัฒนธรรมจีนได้แทรกซึมเข้าไปในพื้นที่ต่างๆ ทั่วโลกด้วย เมืองใหญ่ๆ ในโลกนี้มีพื้นที่ของคนจีนที่เรียกว่า ไชน่าทาวน์ (China Town) เปิดทำธุรกิจอยู่ในทุกเมือง มีร้านอาหารจีน วัดจีน ร้านของชำสินค้าจีน โรงเรียนจีน และหาซื้อสินค้าอาหารจีนได้ทุกพื้นที่ในโลก

เนื่องจากจีนมีประชากรจำนวนมาก ชีวิตต้องต่อสู้เพื่ออยู่รอด คนจีนจึงต้องเดินทางเพื่อไปแสวงหาพื้นที่ใหม่ “ทำมาหากิน” เดินทางไปในพื้นที่ที่สร้างโอกาสได้ พื้นที่ใหม่จะทำให้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม การเดินทางของคนจีนนั้น ได้สร้างปัญญาและนำเอาวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ความเชื่อ อาหารการกินติดตัวไปด้วย เมื่อคนจีนผู้แสวงหามีฐานะมั่นคงมากขึ้นในพื้นที่ใหม่ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต “อยู่อย่างจีน” ก็ถูกนำกลับมาเฉลิมฉลองและปักหมุดทางวัฒนธรรมได้ทันที

ตรุษจีนเป็นประเพณีไหว้เจ้า เป็นวันขึ้นปีใหม่ เป็นวันของครอบครัว เป็นวันที่ทุกคนต้องหยุดทำงาน ทุกคนทำความสะอาดบ้าน จัดตกแต่งบ้าน ตระเตรียมอาหารไว้เลี้ยงญาติ มีการเผากระดาษเงินกระดาษทอง จุดประทัดเรียกดวงวิญญาณ ซึ่งเป็นเครื่องหมายของความอุดมสมบูรณ์ ส่งสิ่งของไปไหว้บรรพบุรุษ คนจีนมีความกตัญญูที่ยิ่งใหญ่ ตรุษจีนจึงเป็นวันที่ทุกคนต้องกลับไปพบปะกับญาติ นำสิ่งของที่มี สิ่งที่หามาได้ ไปแจกจ่ายให้แก่ญาติและลูกหลาน ซึ่งถือเป็นประเพณีและสืบทอดจนเป็นหุ้นส่วนในวิถีชีวิตคนจีน

เมื่อก่อน จีนเป็นประเทศยากจน การทหารก็อ่อนแอ เศรษฐกิจตกต่ำ ล้าหลังทางด้านเทคโนโลยี จีนไม่มีบทบาทในการทำสงครามกับชาวโลก นอกจากสงครามภายในประเทศ จีนจึงไม่ได้ร่วมสงครามโลก จีนไม่ได้เป็นมหาอำนาจสงคราม แต่จีนถูกกระทำโดยสงคราม

จีนไม่ได้หยุดเรื่องการสืบทอดวิถีชีวิตและวัฒนธรรม คนจีนยังคงดำรงชีวิตต่อไปแบบจีน ขยายและซึมลึกทางด้านศิลปวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต ความเชื่ออยู่อย่างจีนไปทั่วโลก

วันนี้ จีนกลายเป็นมหาอำนาจในทุกด้าน แม้จะเป็นการพัฒนาขึ้นมาใหม่ในช่วง 20 ปีหลังก็ตาม แต่จีนก็ไปได้ไกล กลายเป็นผู้นำของโลก เป็นมหาอำนาจทางเทคโนโลยี เป็นผู้นำทางเศรษฐกิจ จีนได้พัฒนาตัวเองกลายเป็นผู้นำในทุกเรื่อง จนชาวโลกไม่สามารถที่จะปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงการค้าขายกับจีนได้ จีนเองก็ไม่ต้องง้อชาวโลก เพราะว่าการค้าขายกันเองภายในประเทศ ก็ร่ำรวยมหาศาลอยู่แล้ว

จีนกำลังรุกคืบทางวัฒนธรรม คนจีนอยู่ที่ไหนไม่เคยละทิ้งวัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชีวิต คนจีนมีวงดนตรีและใช้ดนตรีในงานพิธีกรรมต่างๆ อย่างเหนียวแน่น นักปราชญ์ชาวจีน ชื่อ ขงจื๊อ (Confucius) ได้บันทึกเพื่อสั่งสอนไว้ว่า “ดนตรีสร้างความสามัคคีของปวงชน”

คำสอนของขงจื๊อ กลายเป็นรากฐานสำคัญของการศึกษาตะวันออก ขงจื๊อได้สอนไว้ว่า นักปราชญ์หรือผู้นำทั้งหลาย จะต้องเรียนวิชาต่างๆ 6 วิชาด้วยกัน คือ พิธีกรรม ดนตรี การประพันธ์ ดีดลูกคิด ยิงธนู และวิชาขับรถออกศึก ซึ่งเป็นวิถีชีวิตที่สำคัญของคนจีนที่ถึงพร้อมด้วยความรู้ ประสบการณ์ สติปัญญา ภูมิปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ และจินตนาการ ซึ่งในครอบครัวหนึ่งของคนจีน จะต้องมีนักปราชญ์ประจำบ้าน มีนักปราชญ์ประดับตระกูลไว้

สำหรับวิธีการเรียนรู้ทักษะของชีวิตนั้น ขงจื๊อได้สอนไว้ว่า “สิ่งที่ฉันได้ยิน ฉันลืม สิ่งที่ฉันได้เห็น ฉันเข้าใจ และสิ่งที่ฉันได้ทำ ฉันจำได้” ดังนั้น การเรียนรู้ด้วยการลงมือทำ ซึ่งครูสำนักอเมริกัน (John Dewey) ได้สอนลูกศิษย์เมื่อ 60 ปีมาแล้ว “ให้เรียนโดยการลงมือทำ” ซึ่งความจริงขงจื๊อได้สอนมาแล้วและเป็นหัวใจของการศึกษาของจีนมาก่อน

สิ่งที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน มีเครื่องดนตรีจีน การพัฒนาเครื่องดนตรี มีวงดนตรีจีน มีนักดนตรีที่ได้พัฒนาฝีมือสูง ยังมีงิ้วจีนและมีสถาบันการศึกษาดนตรีจีน ดำรงอยู่ในวิถีชีวิตและอยู่ในระบบการศึกษาจีนอย่างแข็งแรง จีนสามารถพัฒนาวัฒนธรรมตัวเองจนเข้มแข็งสู้กับวัฒนธรรมตะวันตกได้อย่างดี จีนจึงไม่กลัวที่จะสูญเสียวัฒนธรรมดนตรี


มาถึงการศึกษาในสมัยใหม่นั้น มนุษย์ให้ความสนใจเทคโนโลยีว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เพราะเทคโนโลยี (หุ่นยนต์) มีศักยภาพในการทำงานสูงและแม่นยำ เทคโนโลยีไม่ขี้เกียจเหมือนมนุษย์ หุ่นยนต์ทำตามคำสั่งได้ดี มีประสิทธิภาพ งานที่ต้องทำซ้ำๆ ต้องการความแม่นยำสูง ผิดพลาดน้อย งานเหล่านั้นมนุษย์จึงคิดให้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานแทน เพราะมนุษย์เป็นสายพันธุ์ที่ฉลาดและขี้เกียจที่สุด

งานที่ต้องการทำซ้ำๆ เป็นงานประจำ มนุษย์ก็ไม่ต้องการทำอีกต่อไป เพราะเป็นงานที่น่าเบื่อ ส่วนงานที่ต้องการความคิดสร้างสรรค์ ต้องอาศัยจินตนาการ และเป็นความท้าทาย มนุษย์จะชอบและสนุก ต้องทำเอง งานเล่นดนตรี งานศิลปะ ซึ่งมนุษย์ยังไม่สามารถจะพึ่งหุ่นยนต์ได้สมบูรณ์

ดนตรีเป็นวิชาทักษะ ที่จะต้องฝึกฝนทุกวันจนเกิดความชำนาญ ฝึกทุกวันจนกลายเป็นหุ้นส่วนของชีวิต คนจีนเป็นชนชาติที่มีดนตรีในหัวใจแข็งแรงมาก เด็กจีนทุกคนต้องเล่นดนตรีและร้องเพลงได้ ในการปฏิวัติศิลปวัฒนธรรมจีนนั้น ใช้เพลงในการฝึกอบรมเยาวชน ทั้งร้องเพลงฝังลึกเข้าไปข้างใน เมื่อโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ เป็นคนแก่ก็ยังมีดนตรีในวิถีชีวิต ไปแอบดู “อากงอาม่า” ที่รำมวยจีนในสวนสาธารณะเป็นตัวอย่าง

เขาเปิดเพลงแล้วรำมวยจีน ไม่เปิดเพลงก็จะรำไม่ออก

วันนี้ จีนกำลังรุกคืบทางวัฒนธรรมดนตรี โดยใช้ดนตรีนำวัฒนธรรม เพื่อปลุกจิตวิญญาณ จิตสำนึก และพัฒนาการรับรู้ใหม่ โดยให้กับชาวจีนที่อาศัยอยู่ทั่วโลก ร้องเพลงจีน นำเสนอวัฒนธรรมจีน ทำหนังจีน นำเสนอหนังการ์ตูน ร้องเพลงจีนในเทศกาลวันตรุษจีน เพื่อให้เด็กเชื้อสายจีนที่อยู่ดินแดนไกล ได้ร้องเพลงจีนอย่างภาคภูมิใจ เพลงจีนในเทศกาลตรุษจีนไม่ทำให้เด็กจีนโดดเดี่ยวทางวัฒนธรรมอีกต่อไป พร้อมๆ กับเสนอภาษาจีน เสียงดนตรีจีน ใช้เครื่องดนตรีจีน รวมทั้งตัวการ์ตูนก็เป็นตุ๊กตาจีน ซึ่งไม่ได้ปลุกเฉพาะเด็กที่มีเชื้อสายจีนเท่านั้น แต่จะซึมลึกเข้าไปในเด็กทั่วไปทั่วโลกอีกด้วย เพราะเป็นกลยุทธ์ที่จีนทำงานเชิงรุกทางวัฒนธรรมเต็มตัว

จีนเป็นชนชาติที่รักษาศิลปวัฒนธรรมชนกลุ่มน้อยเอาไว้ เพราะความเป็นชาติคือความหลากหลายทางวัฒนธรรม การทำลายความหลากหลายก็คือการทำลายชาติ จีนจึงลงทุนอนุรักษ์และศึกษาดนตรีของชนกลุ่มน้อยเอาไว้อย่างแข็งแรง เครื่องดนตรีจีน วงดนตรีจีน เพลงจีน จึงสืบทอดออกมาได้อย่างแข็งแรง

ตรุษจีนปีนี้ มีการ์ตูนเพลงเด็กจีน “สวัสดีปีใหม่” ได้นำโดยครอบครัวของหมูและลูกหมูพร้อมเครือญาติ จีนเสนอปีหมูต่อสังคมโลกผ่านเทศกาลวันตรุษจีน เป็นกลยุทธ์ที่เสนอให้คนจีนมีลูกมากกว่าหนึ่ง ใช้การ์ตูนเป็นหมู มีขนมซาลาเปา 4 ลูก หมายถึง พ่อ แม่ และลูก (2 คน) มีข้าวปลาอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ไม่ได้ยากจนอย่างแต่ก่อนอีกต่อไป จีนกำลังสร้างภาพยนตร์การ์ตูนอย่างตะวันตกเพื่อตีตลาดเด็ก โดยภูมิใจเสนอเป็นวัฒนธรรมประเพณีจีน วิถีชีวิตและความเชื่ออย่างจีน เพื่อให้โลกรู้จักคุ้นเคยว่าเป็นวัฒนธรรมจีน

สำหรับเพลงจีนในสังคมไทยนั้น เพลงจีนมีอิทธิพลต่อสังคมเมืองมาก่อน ต่อมาก็นิยมเพลงทำนองจีนที่ใส่เนื้อร้องไทยจำนวนมาก ก่อนปี พ.ศ.2520 นักร้องนำในไนต์คลับและภัตตาคารในกรุงเทพฯนั้น นิยมใช้บริการนักร้องฮ่องกง นำมาร้องโชว์ ซึ่งในปัจจุบันเปลี่ยนไปเป็นเพลงฝรั่ง เพลงจีนมีน้อยลง

จากนี้และต่อไป วัฒนธรรมจีนก็จะเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญของโลกเพื่อให้เลือกอีก จีนก็จะเผยแพร่วัฒนธรรมจีน โดยสร้างศูนย์วัฒนธรรมจีนคู่กับสถานทูตจีนทั่วโลก เพลงจีน ดาราจีน นักร้องจีน ศิลปินจีน วงดนตรีจีน เครื่องดนตรีจีน และงิ้วจีน ก็จะเป็นวัฒนธรรมใหม่ที่ชาวโลกต้องศึกษาและติดตาม ซึ่งรสนิยม ค่านิยมแบบจีน และวัฒนธรรมจีน จะกลายเป็นสินค้าใหม่ของชาวโลกด้วย

บทความก่อนหน้านี้เดินไปในเงาฝัน : เพียงแค่‘หยุด’ก็พบ‘ความสุข’ : โดย สาโรจน์ มณีรัตน์
บทความถัดไปเด็กเพื่อไทยติง ‘ประยุทธ์’ ควรลาออกจาก คสช. เตือน คนไทยไม่ชอบการเอารัดเอาเปรียบ