เริงโลกด้วยจิตรื่น : ‘สู้ๆ’กับ‘อดทน’ : โดย จันทร์รอน

10.02.19 | 13:00 น.

“ขันติ” อันหมายถึง “ความอดทน” เป็นคุณธรรมที่ผู้รู้แนะนำมีไว้ประจำใจ
แต่เป็นเพราะอานิสงฆ์ของ “ความอดทน” ดูไม่ชัดเจนนักว่าจะมีประโยชน์อะไรในความรู้สึกของคนทั่วไป ทำให้แทนที่จะท่องคำว่าอดทน เพื่อสร้างสภาวะนั้นขึ้นในใจ คนส่วนใหญ่กลับหันไปหาคำว่า “สู้” มากกว่า

เมื่อมีอะไรสักอย่างในทางไม่ชอบใจ หรือก่อความเกรงกลัวว่าจะทำให้ชีวิตอยู่ในอันตราย

เครื่องมือที่กระตุ้นให้ใจหยิบขึ้นมาใช้คือ “สู้ๆ”

ซึ่งสวนทางกับวิธีคิดในเป้าหมายสร้างความสงบให้จิตใจที่จะเน้นไปที่ “ความอดทน”

ที่คนทั่วไปเน้นนำไปในทาง “สู้ๆ” มากกว่า “อดทน” เพราะจิตที่ถูกกระตุ้นให้ภาวะ “สู้ๆ” นั้น ดูจะมีความหวังมากกว่าว่าจะนำชีวิตพ้นไปจากสภาพไม่น่าพึงใจนั้น

Advertisement

ในความหมายของ “สู้ๆ” ทำให้ “อดทน” มีความหมายในทาง “ยอมรับชะตากรรม ยอมรับความพ่ายแพ้” โดยไม่คิดดิ้นรน ทำให้เชื่อว่าเป็นหนทางที่ปล่อยให้ตัวเองจมปลักอยู่ในความหม่นมัวของสภาวะที่ไม่พึงปรารถนานั้นอย่างสิ้นหวัง

คำว่า “สู้ๆ” จึงให้ความรู้สึกว่าเป็นหนทางจัดการกับความไม่พอใจมากกว่า

แต่เมื่อมองในมุมของ “วิถีสู่ความสงบ” อันได้รับการนิยมว่า “เป็นสุขสูงสุด” กลับแทบไม่เห็นให้เน้นที่ “สู้ๆ”

“ขันติ” หรือ “อดทน” ดูจะถูกยกจนคุณธรรมที่นำมาใช้ในการเผชิญหน้ากับความไม่พึงใจมากกว่า

ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น

หนทางนำจิตสู่ความสงบ อันได้รับการบอกกล่าวว่าเป็นการปฏิบัติให้จิตเกิดรู้ใน 3 ภาวะ หรือ 3 ลักษณะของสัจธรรมแห่งสรรพสิ่ง หรือที่เรียกว่า “ไตรลักษณ์”

คือ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา”

ระหว่าง “สู้ๆ” กับ “อดทน”

“อดทน” การมองเห็นว่า “อดทน” เชื่อมถึง “การสัมผัสอนิจจังได้ง่ายกว่า”

ด้วยว่า เมื่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น และจิตรับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเฉยๆ ว่าสิ่งนั้นเกิดขึ้นแล้ว โดยไม่ไปคิดไปปรุงแตกแขนง ต่อยอดความคิดนั้นให้ขยายไป ที่สุดแล้วธรรมชาติของ “สรรพสิ่ง” ที่ “เกิด” แล้ว ต้อง “เสื่อม” ต้อง “ดับ” ไปเป็นปกติ

สิ่งต่างๆ ที่จิตรับรู้ว่าเกิดขึ้น โดยไม่ไปคิดไปปรุงขยายออกไป จะค่อยๆ เสื่อม และดับไป

จนที่เฝ้าดูการเกิด การเสื่อม การดับนั้น ย่อมรับรู้ถึงอนิจจัง อันหมายถึงสภาวะที่ไม่คงทนอยู่ได้

สรรพสิ่งมีภาวะเช่นนั้นเป็นปกติ

เมื่อเห็นความเป็นปกติดังกล่าว ย่อมทำให้จิตผละออกจากการยึดติด ด้วยรู้ว่ายึดติดไม่ได้ ด้วยที่สุดแล้วไม่มีอะไรคงอยู่ให้ยึด

“ความสงบ” เกิดด้วยจิตที่ไม่ไปยึดอะไรนั้นเอง เพราะไม่ยึดเสียแล้วความพอใจ ไม่พอใจที่จะก่อคลื่นให้จิตไม่สงบก็ไม่เกิด

แต่คำว่า “สู้ๆ” นั้นเป็นการสร้างสภาวะตรงกันข้าม

เมื่อมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น แล้วมุ่งเจตนาไปที่ “สู้” ที่จะเกิดขึ้นทันทีคือ หาหนทางสู้ อันเป็นความคิดปรุงแต่ง ขยายเรื่องราวออกไป หรือสร้างเรื่องราวใหม่ขึ้นมา

เมื่อหนึ่งดับไปแล้ว เรื่องใหม่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง เกิดความพอใจก็ยึดถือไว้ หากไม่พอใจก็ต้องพยายามผลักไส ทำลาย

ก่อเกิดคลื่นอันทำให้ไม่สงบอยู่ต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน

เพราะเหตุ ระหว่าง “สู้ๆ” กับ “อดทน” ในทางธรรม จึงให้เลือกใช้ “อดทน”

เพราะ “อดทน” ให้เห็น “อนิจจังของสรรพสิ่งได้ง่ายกว่า”