ไม่น่าเชื่อว่างานพระนครคีรี-เมืองเพชร เดินทางมาถึงปีที่ 33 แล้ว
เป็น 33 ปีที่ผมมีโอกาสไปเที่ยวอย่างจริงๆ จังๆ และกินอยู่หลับนอนที่นั่นตลอดเวลาของการจัดงานคือในช่วงของการจัดงานครั้งแรกราวปี 2529
ตอนนั้นมี เชาว์วัศ สุดลาภา เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี
สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดงานพระนครคีรี-เมืองเพชรสมัยนั้นเพื่อต้องการเทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของรัชกาลที่ 4 ที่ทรงสร้างพระนครคีรี, รัชกาลที่ 5 ทรงสร้างพระรามราชนิเวศน์ และรัชกาลที่ 6 ทรงสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
ผมจำไม่ได้แล้วว่าปี 2529 เขาจัดงานกันทั้งหมดกี่วัน
รู้แต่เพียงว่าช่วงระหว่างของการจัดงานอยู่คาบเกี่ยวกับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งมักจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศมาเที่ยวกันค่อนข้างมาก
รวมถึงจากจังหวัดใกล้เคียง
ตอนนั้นผมไปจองแผงขายของไว้ล็อกหนึ่ง เพราะกำลังฮิตทำเสื้อยืดขาย เหตุผลไม่มีอะไรมาก เพราะอยากเดินทางท่องเที่ยวไปตามจังหวัดต่างๆ แต่ครั้นจะควักเงินของตัวเองเพื่อท่องเที่ยวก็ดูจะสิ้นเปลืองไปหน่อยสำหรับบัณฑิตที่ยังไม่มีงานทำ
ผมจึงไปสั่งตัดเย็บเสื้อยึดขึ้นมาล็อตหนึ่ง
พร้อมกับสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา จากนั้นผมกับเพื่อนสองคนก็เริ่มปักหมุดออกเดินทางตามเทศกาลต่างๆ ทั่วประเทศ
ขายได้ก็เป็นค่ากิน
ค่าที่พักไม่เสียอยู่แล้ว เพราะเราเตรียมเต็นท์สำหรับพร้อมเคลื่อนย้ายตลอดเวลา แต่การมาปักหมุดที่งานพระนครคีรี-เมืองพชรในปี 2529 ผมจำแม่นเลย
เพราะผมไม่เพียงแค่ขายเสื้อยืด
ผมยังขายกางเกงถุงแป้งด้วย
ที่สำคัญ ผมอุตริที่จะขายยาดองด้วย เพราะมีรุ่นน้องคนหนึ่งเก่งในเรื่องของการดองยา อีกอย่างเพชรบุรีก็เป็นบ้านของเรา ผมจึงมอบหมายให้เขาเป็นคนจัดการ ทั้งในเรื่องของการหาตัวยาสมุนไพรประเภทโด่ไม่รู้ล้มชนิดต่างๆ
ตอนนั้นแหล่งขายสมุนไพรประเภทนี้มีดังๆ อยู่ที่แพร่งภูธร โดยเฉพาะที่ร้านหมอโชติ หรือโชติจิตโภชนา ซึ่งก็จะมีนักเขียนนามอุโฆษหลายต่อหลายคนเป็นลูกค้ายาวนานติดต่อกันหลายปี
รุ่นน้องผมไม่ได้ซื้อสมุนไพรร้านนี้
แต่ไปซื้อที่ห้างสรรพสินค้านิวเวิลด์ บางลำพูแทน ตอนนั้นน่าจะขายอยู่ชั้น 5 หรือชั้น 6 เพราะที่นี่ราคาถูกกว่า อีกอย่างอาจเป็นเพราะชนิดของยาดองมีให้เลือกหลากหลาย
พูดง่ายๆ ว่าตอนนั้นเราเตรียมงานกันค่อนข้างนาน จนทุกอย่างเสร็จสรรพไม่ว่าจะเป็นแหล่งซื้อเหล้าเถื่อน 40 ดีกรีต้องมาจากตำบลแห่งนี้ในจังหวัดเพชรบุรี
หัวน้ำผึ้งต้องมาจากร้านนี้
กระเทียมโทนก็ต้องไปซื้อตรงนั้น
จนภายในหนึ่งโหลของแต่ละสูตรต่างอัดแน่นไปด้วยสรรพคุณของโด่ไม่รู้ล้มชนิดต่างๆ และเราก็ไม่ดองแค่เพียงหนึ่งโหลหรือสองโหลเท่านั้น
หากเราดองประมาณ 4-5 โหล
ขายเป๊กละ 5 บาท
โหลหนึ่งคำนวณคร่าวๆ ว่าเราน่าจะขายได้ประมาณ 100 กว่าเป๊กขึ้นไป และลองคิดดูเรามีตั้ง 4-5 โหล และบางโหลเราดองสำรองไว้เพิ่มเติมอีก
จนทำให้ร้านยาดองของผมขายดีเป็นเทน้ำเทท่า
ขณะเดียวกัน เสื้อผ้าของผมก็พลอยดีไปด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะกางเกงถุงแป้ง ฝรั่งชอบกันมาก ส่วนเสื้อยืดก็พอขายได้ จนทำให้มีเงินเป็นกอบเป็นกำพอสมควร
แต่อย่างว่ายาดองเป็นเหล้าชนิดหนึ่ง
พอกินมากย่อมเมาเป็นธรรมดา
คนหนึ่งเมาไม่เท่าไหร่ แต่นี่กลับเมากันถ้วนทั่ว และยาดองไม่เหมือนเหล้าชนิดอื่น เมาแล้วซึมลึก คนคอไม่แข็งเป็นอันหมอบทุกราย
ผมเองก็เริ่มใจคอไม่ค่อยดีแล้ว
กลัวเจ้าหน้าที่จัดงานจะมาว่า เพราะหลังๆ ร้านยา
ดองของผมเริ่มมีเจ้าหน้าที่บางคนมาหลงรักบ้างแล้ว ที่สุดผมจึงตัดไฟแต่ต้นลม ด้วยการยุติการขายยาดอง
หันมาขายเสื้อผ้าดังเดิม
ซึ่งพอคิดถึงเรื่องนี้ทีไร ทำให้นึกถึงช่วงวัยหนุ่มที่ยังโลดโผนผจญภัย ตอนนั้นไม่ค่อยจะรู้ร้อนรู้หนาวเท่าไหร่นัก จนทำให้คิดว่างานพระนครคีรี-เมืองเพชร ระหว่างวันที่ 8-17 กุมภาพันธ์ 2562
โดยเฉพาะวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ซึ่งเป็นวันสุดท้าย
ผมว่าจะไปเดินเล่นสักหน่อย เห็นเขาประชา
สัมพันธ์กันอย่างคึกคักว่ามีกิจกรรมทางศิลปวัฒนธรรมต่างๆ มากมาย ใครว่างเจอกันนะครับ?

