ผู้หญิงทำหนังในภาพยนตร์ไทย จารีตที่ถูกท้าทาย ในยุคสมัยแห่งการลื่นไหล

5.03.19 | 17:50 น.

ในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์ที่ยาวนานมากว่า 120 ปีนั้น ผู้ชายได้ยึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่มาตลอด โดยเฉพาะในตำแหน่งสำคัญที่สุดอย่าง “ผู้กำกับ

แต่หากขุดค้นให้ลึกลงไป ผู้หญิงเองมีบทบาทในการทำหนังมาตั้งแต่ยุคบุกเบิกเช่นกัน ตัวอย่างเช่น อลิซี กีย์ บลาเช (Alice Guy-Blache) คนทำหนังฝรั่งเศสที่น่าจะเป็นหนึ่งใน “ผู้กำกับภาพยนตร์หญิง” คนแรกของโลก ผลิตผลงานระหว่าง ค.ศ.1896-1906 ซึ่งเป็นทศวรรษแรกของประวัติศาสตร์ภาพยนตร์โลก หลังจากภาพยนตร์ถือกำเนิดขึ้นใน ค.ศ.1895

สำหรับวงการภาพยนตร์ไทย มีหลักฐานแสดงว่าผู้หญิงทำหนังคนแรกอาจจะเป็น นางซ่วน ภรรยาของหลวงสุนทรอัศวราช ผู้สร้าง “ไม่คิดเลย” ซึ่งเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ประกาศสร้าง เมื่อปี พ.ศ.2469 แต่สุดท้ายได้ออกฉายเป็นเรื่องที่ 3 ในปีถัดมา โดยสันนิษฐานจากการที่หลวงสุนทรฯ ได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า

“เมียผมเขาจัดการทั้งหมด” นั่นหมายรวมถึงการตัดต่อด้วย

แต่ในประวัติศาสตร์หนังไทยอันพร่าเลือนและขาดวิ่น รวมทั้งมีเบื้องหลังอันสลับซับซ้อนนั้น คงยากที่จะระบุว่าใครคือผู้กำกับหญิงคนแรกอย่างแท้จริง

Advertisement

ทั้งนี้ เมื่อสืบค้นจากข้อมูลที่หลงเหลืออยู่ ชื่อที่ปรากฏในเครดิตผู้กำกับชื่อแรกๆ ได้แก่ ประเทือง ศรีสุพรรณ ช่างถ่ายภาพยนตร์หญิงคนแรกไทย ผู้มีชื่อกำกับเรื่อง “ทาษรัก” (2496 – ร่วมกับ รังสี ทัศนพยัคฆ์) และ “สุดที่รัก” (2498) ลัดดา สารตายน ครูละครผู้มีบทบาทสำคัญช่วงละครเวทีที่เฟื่องฟูระหว่างสงคราม มีผลงานกำกับเรื่อง “ไฟชีวิต” (2499) และ “ขบวนการเสรีจีน” (2501)

ในขณะที่ สุพรรณ บูรณะพิมพ์ นางเอกชื่อดัง มีชื่อเป็นผู้กำกับใน “ชะอำอำพราง” (2498) และที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งก็คือ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา พระชายาของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ผู้มีชื่อในฐานะผู้กำกับหลายเรื่องของละโว้ภาพยนตร์ เช่น “ปักธงไชย” (2500) “เชลยศักดิ์” (2501) ฯลฯ แสดงให้เห็นว่าผู้กำกับหญิงเริ่มมีบทบาทในวงการภาพยนตร์ไทยมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2

อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ บทบาทผู้กำกับหญิงในวงการหนังไทยยังคงถูกจำกัดอยู่มาก โดยเฉพาะในยุคทองของหนัง 16 มม. ก่อนจะค่อยๆ มีชื่อของพวกเธอปรากฏเพิ่มขึ้น เมื่ออุตสาหกรรมไทยกลับมาสู่ยุค 35 มม. ราว พ.ศ.2515

หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา

เช่น ภรณี สุวรรณทัต ผู้จบด้านภาพยนตร์มาจากต่างประเทศ และได้กำกับ “รักนิรันดร์” (2513), “ลมรักทะเลใต้” (2514) “เตะฝุ่น” (2516) ฯลฯ อัมพร ประทีปเสน อดีตนางเอกนักบู๊ภูธร แม่ของ ม.ล.สุรีวัลย์ สุริยง ผู้กำกับ “น้ำใจพ่อค้า” (2514) “สุรีรัตน์ล่องหน” (2524) ฯลฯ สรวงสุดา ชลลัมพี ผู้จัดละครชื่อดัง ซึ่งเคยกำกับ “ดั่งเม็ดทราย” (2528) “พิศวาส” (2530) “เราสอง” (2531)

นันทนา วีระชน นักเขียนดังผู้คว้ารางวัลตุ๊กตาทอง ผู้กำกับยอดเยี่ยมจาก “ภุมรีสีทอง” (2530), อรนุช ลาดพันนา น้องสาวของพันนา ฤทธิไกร ซึ่งกำกับหนังบู๊ชุด “ปีนเกลียว” (2536-2540) รวมทั้งนักแสดงหญิงชื่อดัง เช่น ภัทราวดี มีชูธน ผู้กำกับ “รักริษยา” (2522) ชูศรี มีสมมนต์ ผู้กำกับ “เมียสั่งทางไปรษณีย์” (2523) “สะใภ้ตีนแดง” (2525) เป็นต้น

นันทนา วีระชน

แต่กว่าที่ผู้กำกับหญิงจะมีบทบาทในวงการหนังไทยอย่างจริงจังนั้น อาจต้องนับตั้งแต่เริ่มมีการเปิดพื้นที่ให้แก่หนังอิสระ และอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยมีความยืดหยุ่นให้กับคนทำหนังหน้าใหม่ด้วยสาเหตุของเทคโนโลยีและโอกาสในการหาทุน

ในช่วงปลายทศวรรษ 2530 มาจนถึงปัจจุบัน เมื่อมีผู้หญิงทำหนังอิสระหลายคนที่โดดเด่นและมีทิศทางเป็นของตนเองอย่างชัดเจน เช่น สมานรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์, หม่อมหลวงมิ่งมงคล โสณกุล, อารียา สิริโสภา, พิมพกา โตวิระ, อโนชา สุวิชากรพงศ์ ฯลฯ ในขณะเดียวที่ภาพยนตร์กระแสหลักเองก็เริ่มมีผู้กำกับหญิงเกิดขึ้นอย่างมากมาย และมีเนื้อหาที่หลากหลาย ทั้งหนังรัก “เดอะเลตเตอร์ จดหมายรัก” (2547) –ผอูน จันทรศิริ, หนังเด็ก “อาข่าผู้น่ารัก” (2546) –สุกัญญา วงศ์สถาปัตย์, “ข้าวเหนียวหมูปิ้ง” (2549)- ศิวาภรณ์ พงษ์สุวรรณ, หนังผี “อาปัติ” (2558) –ขนิษฐา ขวัญอยู่, หนังประเด็นสิทธิทางเพศ “Yes or No อยากรัก ก็รักเลย” (2553) – สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีนักแสดงซึ่งผันตัวมาเป็นผู้กำกับและได้รับความสนใจจากแฟนๆ ไม่น้อย นั่นคือ มนัสนันท์ พันเลิศวงศ์สกุล และ บงกช เบญจรงคกุล รวมไปถึงในแวดวงหนังสั้นก็ยังมีผู้กำกับรุ่นใหม่อีกมากมายที่มีแววจะเติบโตขึ้นสู่หนังใหญ่ จึงอาจกล่าวได้ว่ากำแพงระหว่างเพศในวงการหนังไทยที่เคยมีมานั้นกำลังค่อยๆ ถูกทลายลงไป

ถึงแม้ว่าเพศของผู้กำกับจะไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับคุณภาพของภาพยนตร์ และการแบ่งชาย-หญิงอาจจะเป็นจารีตที่กำลังถูกท้าทายในสภาวะแห่งความลื่นไหลของโลกยุคใหม่ แต่กระแสเรียกร้องให้อุตสาหกรรมภาพยนตร์ ทั้งในระดับนานาชาติและในประเทศไทย เปิดโอกาสให้ผู้กำกับที่ไม่ใช่ผู้ชายได้มีพื้นที่ในการแสดงออก ได้เล่าเรื่องและใช้ศิลปะภาพยนตร์เพื่อสื่อสารความรู้สึกและความคิด กำลังส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

ขนิษฐา ขวัญอยู่
สรัสวดี วงศ์สมเพ็ชร

เนื่องในวันสตรีสากล 8 มีนาคม หอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ได้จัดโปรแกรม “Wonder Women เมื่อผู้หญิงทำหนัง” จัดฉายผลงานภาพยนตร์ไทย 14 เรื่อง ที่กำกับโดยผู้กำกับหญิงตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน รวมทั้ง Wonder Woman หนังซุปเปอร์ฮีโร่ ผลงานของผู้กำกับหญิงชาวอเมริกัน แพตตี้ เจนกินส์ ใน ตลอดเดือนมีนาคม 2562 ที่โรงภาพยนตร์ศรีศาลายา

อาทิ 1 มีนาคม เวลา 17.30 น. อาปัติ, 6 มีนาคม เวลา 17.30 น. รักนิรันดร์, 8 มีนาคม เวลา 17.30 น. Wonder Woman, 12 มีนาคม เวลา 17.30 น. Yes or No อยากรัก ก็รักเลย, 14 มีนาคม เวลา 17.30 น. เด็กโต๋, 16 มีนาคม เวลา 15.00 น. Sad Beauty เพื่อนฉัน ฝันสลาย, 20 มีนาคม เวลา 17.30 น. ภุมรีสีทอง เป็นต้น โดยไม่เสียค่าเข้าชม

ติดตามรายละเอียดโปรแกรมได้ที่ www.facebook.com/ThaiFilmArchivePage

โดนัท มนัสนันท์
บงกช เบญจรงคกุล