‘จักรพันธุ์ โปษยกฤต 6 รอบ’ รวมทุกรูปแบบการเขียนอย่างช่ำชอง ของ’นายช่างเอกแห่งรัตนโกสินทร์’

17.05.16 | 18:38 น.

เนื่องในโอกาสที่อาจารย์จักรพันธุ์ โปษยกฤต ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (วิจิตรศิลป์) มีอายุครบ 72 ณ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ.2558 มูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต จัดทำหนังสือ “จักรพันธุ์ โปษยกฤต 6 รอบ” ขึ้น

หนังสือชุดนี้แบ่งเป็น 2 เล่ม รวบรวมผลงานจิตรกรรมมากกว่า 500 ชิ้นงาน พร้อมบทบรรยายภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิต ความคิด และการทำงานตลอดช่วงชีวิตที่ผ่านมา

วัลลภิศร์ สดประเสริฐ รองประธานมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต เกริ่นว่า ผลงานของอาจารย์มีมากมายนับไม่ถ้วน และครอบคลุมศิลปะแขนงต่างๆ ทั้งจิตรกรรม ประติมากรรม หุ่นกระบอก และวรรณกรรม คิดว่าน่าจะแยกส่วนสาขาศิลปะไว้เฉพาะ ไม่ปะปนกัน เพื่อให้ได้เนื้อหารายละเอียดที่สมบูรณ์ หนังสือชุดนี้จึงวางกรอบไว้เฉพาะผลงานด้านจิตรกรรม ทั้งที่เป็นจิตรกรรมประเพณี จิตรกรรมเหมือนจริง ภาพเหมือนบุคคล ภาพที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับวรรณคดีและพุทธศาสนา รวมทั้งจิตรกรรมฝาผนังวัดตรีทศเทพวรวิหาร และวัดเขาสุกิม จ.จันทบุรี ฯลฯ และเพื่อไม่ให้หนังสือหนาเกินไป มูลนิธิตัดสินใจแบ่งเป็น 2 เล่ม ส่วนผลงานด้านอื่น เช่น หุ่นกระบอกสามก๊กและตะเลงพ่าย ตุ๊กตาวรรณคดี ประติมากรรม งานออกแบบเครื่องทรงและเครื่องแต่งกาย ฯลฯ จะรวบรวมพิมพ์ในลำดับต่อไป

นอกจากได้รับยกย่องเชิดชูเป็นศิลปินแห่งชาติแล้ว จักรพันธุ์ โปษยกฤต ยังได้รับการยกย่องเป็น 1 ใน 52 นายช่างเอกในรอบ 200 ปี แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ เป็นศิลปินอิสระที่มีความเชี่ยวชาญด้านจิตรกรรมทั้งแบบไทยประเพณีและศิลปะร่วมสมัย มีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง หนังสือรวมผลงานชุดนี้จึงควรค่าแก่การซื้อหามาเก็บไว้

จากการสร้างสรรค์งานศิลป์มาตลอดชีวิต การคัดเลือกเพียงบางชิ้นมาตีพิมพ์ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เรื่องง่าย

Advertisement

อ.จักรพันธุ์เขียนไว้ในหนังสือตอนหนึ่งว่า

“การรวบรวมผลงานของตนเองทั้งในอดีตและปัจจุบัน คัดเลือกจนเป็นที่น่าพอใจแล้วนำมาจัดพิมพ์ เป็นเรื่องมิใช่ง่ายดาย”

“ต้องใช้กำลังใจ กำลังกาย ความเชี่ยวชาญ และสติปัญญา ของเหล่ากัลยาณมิตรผู้ร่วมงานมากมายหลายท่าน ค่อยทำค่อยไป ใช้เวลาเนิ่นนานพอสมควรกว่าจะได้หนังสือเล่มนี้ออกมา”

บาหยัน-ประเสหรัน
บาหยัน-ประเสหรัน

“สำหรับผู้มีอาชีพเป็นช่างเขียนจริงๆ เช่นข้าพเจ้า ยังไม่เคยคิดนับจำนวนผลงานให้ได้ถ้วนชิ้นเลยสักครั้ง ด้วยล้มเลิกเสียตั้งแต่ยังมิได้เริ่ม เนื่องจากข้าพเจ้าชอบเขียนรูปแบบเหมือนจริงจากธรรมชาติ ทำนองเดียวกัน ก็ชอบเขียนรูปแบบจิตรกรรมไทยประเพณี ทั้งวัสดุที่ใช้เขียนก็มีหลายหลากแตกต่างกันไปในแต่ละยุคสมัย สมัยเป็นเด็กเล็กๆ สมัยเรียนวชิราวุธวิทยาลัย สมัยเรียนคณะจิตรกรรมและประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร และสมัยเมื่อจบการศึกษาแล้วจนถึงปัจจุบัน”

“อนึ่ง บิดามารดาของข้าพเจ้าคอยเอาใจใส่ ส่งเสริมให้เป็นช่าง มิได้เห็นขวางหรือขัดขวางในความรักความชอบของเยาวชนเลยแม้แต่น้อย มีอุปกรณ์ในการเขียนรูป เช่น สี กระดาษ พู่กันขนาดต่างๆ ทั้งหนังสือหนังหาเกี่ยวกับการเขียนรูป กระทั่งหนังสือทั้งฝรั่งทั้งไทย ที่มีภาพประกอบเป็นรูปเขียนงดงามก็จะซื้อหามาให้ ที่น่ายินดีได้แก่ เมื่อผู้ใหญ่วางแผนจะพาไปหาช่างอาวุโสผู้มีชื่อเสียงและมีฝีมือเลื่องลือ หวังฝากตัวเป็นลูกศิษย์ลูกหาท่านจะได้เมตตาสั่งสอนวิชาความรู้ให้”

จักรพันธุ์ได้ฝากตัวเป็นศิษย์กับปรมาจารย์ด้านงานศิลป์ อาทิ อ.จำรัส เกียรติก้อง, อ.แอร์โคเล มันเฟรดี, อ.ศิลป์ พีระศรี และทวี นันทขว้าง ตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนมัธยม

“สอบเข้าคณะจิตรกรรมได้ แต่ อ.ศิลป์ก็เสียก่อนเริ่มปีการศึกษาแรก แม้ไม่มีบุญได้เรียนกับท่านตามหลักสูตร แต่เชื้อแถวแนวทางที่ท่านวางเอาไว้ยังเคร่งครัดอยู่มาก ครูบาอาจารย์ผู้เป็นลูกศิษย์ของท่านในยุคนั้นยังถือข้อวัตรปฏิบัติตามท่านอย่างเคารพยำเกรงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์”

“การเรียนในคณะจิตรกรรมประติมากรรม มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นโลกใหม่สำหรับข้าพเจ้า เข้าไปปี 1 ต้องเรียนเขียนสีน้ำ ปี 2 เรียนเขียนสีฝุ่น ปี 3 เขียนสีน้ำมันไปจนถึงปี 4 ปี 5 วิชาเอกอันเป็นวิชาสำคัญมี 3 วิชา คือ วาดเส้น จิตรกรรม และองค์ประกอบ วิชาโทมีมากมาย เช่น กายวิภาค วิจัยศิลปะไทย สถาปัตยกรรมไทย ทัศนียวิทยา ประวัติศาสตร์ศิลป์ ฯลฯ ”

(ซ้าย) จักรพันธุ์ โปษยกฤต (ขวา) น.พ.ประเสริฐ ปราสาททองโอสถ
(ซ้าย) จักรพันธุ์ โปษยกฤต (ขวา) นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ

“ข้าพเจ้ารู้สึกยินดีเป็นอันมาก ที่ได้ทดลองทำโน่นทำนี่ ล้วนเป็นสรรพสิ่งอันไม่เคยพบเคยทำมาก่อน… ตอนอยู่ปี 4 ปี 5 มีเรียนวิชากระดาษน้ำข้าวกับวิชาปูนเปียก ซึ่งจำได้ว่าอาจารย์ผู้สอนคือ อ.ชลูด นิ่มเสมอ”

เหล่านี้เอง ที่ช่วยขัดเกลาให้ จักรพันธุ์ โปษยกฤต เป็นสุดยอดศิลปินที่ได้รับการยกย่องไม่เพียงในประเทศไทย แต่รวมถึงเวทีโลกด้วย

ทั้งนี้ หนังสือชุด “จักรพันธุ์ โปษยกฤต 6 รอบ” นอกจากทำขึ้นเพื่อรวบรวมผลงานตลอด 72 ปีแห่งชีวิตเส้นทางศิลปินแล้ว ยังจัดทำขึ้นเพื่อระดมทุนสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้จักรพันธุ์ โปษยกฤต

วัลลภิศร์ สดประเสริฐ เล่าว่า

“คิดทำกันมานาน ตอนอาจารย์ครบ 60 นั้น มหาวิทยาลัยศิลปากรก็ทำหนังสือรวมผลงาน พออาจารย์อายุครบ 72 ปีจึงคิดว่าน่าจะทำ แต่อาจจะล่ามานิดหนึ่ง เนื่องจากผลงานท่านมีเยอะ 2 เล่มที่สำเร็จออกมานี้ยังลงผลงานไม่หมด ครั้งนี้ พี่อั๋น พันธุ์ศักดิ์ จักกะพาก เป็นคนหาโรงพิมพ์ หาบริษัทแยกสี และอยู่หน้าแท่น เพราะพี่อั๋นทำหนังสือศิลปะสวยๆ มาแล้วหลายเล่ม”

“3 ปีนะ ถึงได้ผลงานออกมา” วัลลภิศร์กล่าว พร้อมเปิดหนังสือไปทีละหน้าอย่างใจเย็น

“จุดประสงค์ของหนังสือเล่มนี้คือหาทุนทำพิพิธภัณฑ์ เป็นที่ดินที่ซื้อไว้เมื่อครั้งเตรียมหนีโครงการก่อสร้างคอนโดฯข้างบ้านเดิมเมื่อปี 2551 พอซื้อที่ดินแถวสายไหมแล้วจึงคิดว่าสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ดีกว่า เราขออนุญาตไว้ว่าพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้ เนื้อที่ประมาณ 5 ไร่ เฉพาะตัวอาคารก็กินพื้นที่ 1 ไร่ โดยด้านล่างเป็นที่การแสดงหุ่นสาธิต ส่วนด้านบนจัดแสดงผลงานแขนงต่างๆ”

รองประธานมูลนิธิจักรพันธุ์ โปษยกฤต เล่าต่อไปว่า เมื่อคณะกรรมการประชุมกันแล้ว เห็นว่าผลงานของ อ.จักรพันธุ์มีจำนวนมาก หลากหลายแขนง ผลงานบางชิ้นบ้างก็เปลี่ยนเจ้าของ อย่างพวกรูปวรรณคดี ภาพพอร์ตเทรต บางรูปที่เขียนสุภาพสตรีก็ลืมว่าเป็นใคร ชื่ออะไร เพราะเขียนนาน ตั้งแต่สมัยผมยังเป็นนักเรียน บางภาพก็เป็นภาพที่ท่านเขียนสมัยเป็นนักเรียน

“แปลกเหมือนกัน รูปที่เขียนสมัยเป็นนักเรียนอาจารย์จะจำได้ เพราะอาจเป็นจุดที่จำได้แม่น แต่บางรูปซึ่งตรงกับช่วงที่มีคนมาให้วาดเยอะๆ มักจะลืม หนังสือทั้ง 2 เล่มจึงเริ่มตั้งแต่งานวัยเด็ก แล้วเรียงตามวัยมาเรื่อยๆ แต่รูปสมัยหลังๆ อาจมีสลับปีบ้าง ทั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเรียงไปตามเหตุการณ์ เหมือนประวัติชีวิตอาจารย์

.555

ในส่วนของการเลือกภาพปกนั้น วัลลภิศร์เล่าว่า

“ตอนแรกพี่อั๋นจะเอาจิตรกรรมแบบสากลเป็นปกทั้ง 2 เล่ม

“ผมบอกว่า อาจารย์ทำทั้ง 2 อย่าง คือ 1.จิตรกรรมแบบสากล 2.จิตรกรรมไทยประเพณี เพราะเราควรให้เกียรติศิลปะประจำชาติ คือ ให้เอาศิลปะประเพณีที่อาจารย์ทำมาขึ้นปก จึงเลือกรูป ‘พญาครุฑอุ้มนางกากีบินข้ามป่าหิมพานต์’ ซึ่งเป็นศิลปะประเพณีที่เป็นอาจารย์ 100% มีอาจารย์คนเดียวที่ทำได้แบบนี้ เป็นจิตรกรรมไทยประเพณี ที่เป็นลักษณะอาจารย์โดยเฉพาะ และเป็นภาพที่ได้ลักษณะ เห็นชัดถึงความเชี่ยวชาญทั้งเชิงจิตรกรรมสากลและจิตรกรรมไทยประเพณีที่ผสมกลมกลืนกันด้วยฝีมือ ประสบการณ์ และจินตนาการชั้นครู”

“ตอนนี้ตัวอาคารสร้างเสร็จแล้ว ยังขาดงบประมาณ ก็พอดีออกหนังสือนี้มา หาทุนไปทำต่อ โดยจัดพิมพ์ล็อตแรกประมาณ 2,500 ชุด ราคาชุดละ 6,000 บาท ราคาเล่มละ 3,000 บาท มีคนที่ทราบข่าวแล้วสั่งจองมาที่มูลนิธิ รวมที่ต้องส่งต่างจังหวัดด้วยก็ประมาณ 500 ชุด แต่ก็ยังมียอดจองมาเรื่อยๆ” วัลลภิศร์ทิ้งท้าย

หากใครชื่นชอบศิลปะ-งานจิตรกรรมไทย ที่รวมพร้อมทุกรูปแบบกรรมวิธีการเขียนอย่างช่ำชอง ทั้งวาดเส้น สีน้ำ สีฝุ่น สีน้ำมัน ทั้งจิตรกรรมเหมือนจริง ทิวทัศน์ธรรมชาติ และจิตรกรรมไทยประเพณี คงน่าเสียดายหากไม่ได้เป็นเจ้าของหนังสือ “จักรพันธุ์ โปษยกฤต 6 รอบ” เพราะนอกจากได้เป็นเจ้าของผลงานฝีมือศิลปินในดวงใจ ยังได้สมทบทุนสร้างพิพิธภัณฑ์เพื่อการเรียนรู้

อันเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ของนายช่างเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ นามว่า “จักรพันธุ์ โปษยกฤต”