จิปาถะ ส.พลายน้อย : หนุมาน เทพแห่งสรรพวิทยา (184) เปิดตัว‘ฤษีตาไฟ’

10.03.19 | 13:13 น.

ท้าวหุนละมานและท้าวขวัญเท่าฟ้าถูกปลิงยักษ์ดูดติดอ่างล้างเท้าของฤษีไม่อาจจะขยับเขยื้อนไปไหนได้ จนฤษีกลับจากหาอาหารมาพบเข้า ก็ดุสองพี่น้องว่าสั่งไว้แล้วไม่ยอมเชื่อก็เป็นอย่างนี้แหละ น่าจะปล่อยให้ปลิงดูดอย่างนี้ ทั้งสองก็อ้อนวอนขอให้ช่วย ฤษีก็บอกว่าไม่ยากอะไร ถ่มน้ำลายออกมาลูบที่ปากปลิงมันก็หลุดไปเองแหละ ทั้งสองทำตามที่ฤษีบอกปลิงก็หลุดอย่างง่ายดาย กล่าวกันว่าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ก็ถือเป็นตำราว่า ปลิงเกาะผู้ใดให้เอาน้ำลายลูบทาที่ปากปลิงมันก็จะหลุดไปเอง (เรื่องนี้ได้ฟังชาวนาพูดให้ฟังตั้งแต่เป็นเด็ก แสดงว่าเป็นวิธีที่เชื่อถือกันมาแต่โบราณ ปลิงคงจะแพ้น้ำลาย)

เมื่อทั้งสองเป็นอิสระแล้วก็เดิมตามฤษีกลับมาที่ศาลา ฤษีก็นำอาหารออกมาเลี้ยงทั้งสองพี่น้องจนอิ่มหนำสำราญ แล้วขอลาเดินทางต่อไป ฤษีก็ชี้ทางไปเมืองลงกาให้ และบอกว่าฤทธิ์เดชที่ลดลงอีกเจ็ดวันก็จะกลับคืนดังเดิม สองพี่น้องกราบลาฤษีแล้วเหาะไปทางที่ฤษีบอก แต่เนื่องจากกำลังยังไม่กลับคืนเต็มที่จึงรู้สึกเหนื่อยอ่อนเหาะไปยังไม่พ้นมหาสมุทรก็พลัดตกลงทะเล เผอิญปลาอานนท์สองตัวผ่านมาพบก็เลยฮุบกินตัวละคน แต่ทั้งสองก็ดิ้นรนถีบกระทุ้งจนพุงปลาแตกตาย หลุดพ้นออกมาได้แล้วสำแดงฤทธิ์เดินบนพื้นน้ำไปเจ็ดวันก็ถึงฝั่งเกาะลงกา

เมื่อขึ้นบกได้แล้วท้าวหุนละมานและท้าวขวัญเท่าฟ้าก็แปลงเป็นหนุ่มรูปงาม พากันเดินหาปราสาทนางสีดา เดินหาอยู่หลายเที่ยวก็ไม่พบ จึงพากันซุ่มอยู่ในพุ่มไม้เพื่อแอบฟังเสียงคนพูดกัน อาจจะได้เรื่องราวบ้าง เผอิญขณะนั้นสาวใช้ของนางสีดาตักน้ำแล้วกลับมาทางนั้น คนหนึ่งพูดปรับทุกข์ขึ้นว่า “แย่จริงนะพวกเราที่ต้องมาอยู่ปราสาทนอกเมืองกับนางสีดาอย่างนี้ไม่มีความสุขเลย หงอยเหงาเปล่าเปลี่ยวใจ ไม่ได้พบเห็นพวกหนุ่มๆ มาพูดคุยด้วย ไม่เหมือนอยู่ในเมืองที่มีผู้คนมากมาย”

สองพี่น้องได้ยินดังนั้นก็ออกจากที่ซ่อนเดินตามไป ก็ได้ยินเสียงหญิงคนเดิมบ่นขึ้นอีกว่า “ทำอย่างไรดีนะจึงจะเห็นผู้ชายบ้าง แม้จะไม่ได้แต่งงานอยู่กินด้วยกัน ก็ยังดีกว่าไม่เห็นเสียเลย” ขณะนั้นมีเสียงกิ่งไม้หักทางเบื้องหลัง หญิงนั้นจึงหันไปดูเห็นสองพี่น้องเข้าก็ร้องว่า “ตายแล้วมีผู้ชายเดินตามมาจริงๆ ด้วย เออมีมาอย่างใจนึกทีเดียว” สองพี่น้องได้โอกาสก็เข้ามาชวนคุยพูดเกี้ยวพาราสีมาจนถึงบันไดปราสาท นางสีดาได้ยินเสียงคนพูดคุยกันก็ออกมาดูเห็นสองพี่น้อง แล้วเหลือบเห็นแหวนที่นิ้วท้าวหุนละมานก็จำได้ จึงถามว่าได้แหวนนี้มาจากไหน ท้าวหุนละมานก็ตอบว่าเป็นแหวนของพ่อชื่อพญาลามราช

นางสีดาทราบเช่นนั้นก็เรียกสองพี่น้องเข้าไปในปราสาท แล้วอุ้มท้าวหุนละมานขึ้นมานั่งบนตัก หันไปถามว่าอีกคนเป็นใคร ท้าวหุนละมานก็ตอบว่า ชื่อท้าวขวัญเท่าฟ้าเป็นลูกพญาลามราชเหมือนกัน พ่อใช้ให้มาสืบดูว่าแม่ยังอยู่หรือเปล่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็จะยกทัพมารับ เมื่อทั้งสองแจ้งข่าวให้นางสีดาทราบแล้ว ก็ทูลลาขออนุญาตเข้าไปเที่ยวในกรุงลงกา

Advertisement