เกจิฯการเมืองหลายท่าน ฟันธงว่า เลือกตั้งวันอาทิตย์ 24 มี.ค.นี้ จะมีคนออกมาใช้สิทธิล้นหลามแน่
ไม่มีใครโต้แย้ง คัดค้าน หรือไม่เห็นด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เห็นๆ กันอยู่
ลางบอกเหตุชัดเจนมาตั้งแต่ 17 มี.ค.คืออาทิตย์ก่อน ที่ผู้มีสิทธิหลั่งไหลออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าถึง 87% จากที่ลงทะเบียนไว้ 2.6 ล้าน
ผู้มีสิทธิออกเสียงมี 51.4 ล้านคน ใช้สิทธิล่วงหน้าไปแล้ว 2.6 ล้าน เหลืออยู่ประมาณ 49 ล้านคน
ถ้าพร้อมใจกันออกมา 80-90% คงเป็นเรื่องพอสมควร
การเลือกตั้งที่คนออกมาเยอะๆ ไม่ใช่เรื่องปกติ เพราะถ้าบ้านเมืองไปเรียบๆ เรื่อยๆ มีเลือกตั้งเมื่อไหร่จะเกิดสิ่งที่เรียกว่า “นอนหลับทับสิทธิ” ขึ้น
ตัวเลขคนออกมาหย่อนบัตรน้อยๆ จะสร้างความอับอายกระวนกระวายให้กับผู้รับผิดชอบเป็นอย่างมาก
ถึงกับต้องรณรงค์ แต่งเพลง จัดขบวนแห่ไปประชาสัมพันธ์ ตีปี๊บปลุกความตื่นตัวของประชาชน
แต่รอบนี้ ไม่ต้องพีอาร์อะไรกันมาก
ผู้คนจะออกมากันล้นหลามท่วมท้น ปัญหาจะกลายเป็นเรื่องการทำงานของ กกต.ว่าจะรองรับไหวไหม หลังจากซ้อมใหญ่เมื่อ 17 มี.ค.ปรากฏว่าโดนด่าหูชา ด้วยความขลุกขลักนานาประการ
ก็ยังอุตส่าห์มีคนไปแก้ตัวแทนว่า เจ้าหน้าที่ก็ไม่เคยทำงานเลือกตั้งเหมือนกัน เพราะว่างเว้นมาหลายปี
แก้ตัวแบบนี้ เหมือนจะให้ประชาชนไปสอนวิธีเลือกตั้งให้เจ้าหน้าที่
ปัญหาที่ควรพีอาร์มาแต่ต้น เพราะประชาชนงงกันมาก แม้จะผ่านการเลือกตั้งมาหลายครั้งก็ตาม นั่นคือ การเลือกตั้งครั้งนี้ มีบัตรให้ใบเดียว และให้กาครั้งเดียวจบ
เข้าคูหา กาเลือก ส.ส.เขตเสร็จก็เสร็จกัน ไม่ต้องเลือก ส.ส.บัญชีรายชื่อ เพราะกติกาใหม่ เขาให้คะแนนเลือก ส.ส.เขต ไปเป็นคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ของ ส.ส.พรรคเดียวกันโดยอัตโนมัติ
แตกต่างจากเมื่อก่อนจะมีบัตร 2 ใบ ให้เลือก ส.ส.เขต และใส่คะแนน ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ในบัตรอีกใบ
แต่ก็นั่นแหละ สื่อต่างๆ นำเสนอข่าว เท่ากับช่วยพีอาร์เรื่องนี้ให้ทุกวัน น่าเชื่อว่า ถึงตอนนี้ ประชาชนเข้าใจพอสมควรแล้ว แต่ที่ยังไม่เข้าใจก็น่าจะยังมี เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย จะต้องช่วยกันชี้แจงในวันลงคะแนนจริง คือ 24 มี.ค.นี้
ด้วยสภาพดังว่า คือจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิล้นหลาม จะมีผลกระทบต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของผลการเลือกตั้ง
ตอนนี้มีนักการเมืองรุ่นใหญ่หลายท่านเตือนมาแล้วว่า เลือกตั้งหนนี้ จะมีรายการที่เรียกว่า “หักปากกาเซียน” เกิดขึ้น
ส่วนจะไปหักกันตรงไหนอย่างไร คงต้องรอดูวันอาทิตย์นี้ตอนค่ำๆ หลังปิดหีบเลือกตั้งว่า คะแนนที่ออกมา พลิกความคาดหมายอย่างไรบ้าง
คำว่าหักปากกาเซียน ส่อนัยไปทำนองว่า ผลเลือกตั้งที่จะไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์
นอกจากไม่เป็นไปตามคาด ยังให้ความหมายถึงขั้นพลิกล็อกก็ได้ อย่างพรรคนั้นพรรคนี้ที่ว่าน้ำเลี้ยงดี ดีไซน์กติกามาช่วยแล้ว ทำท่ามาแรงมากๆ เอาเข้าจริงอาจจะแป้กก็ได้
พรรคที่ว่าโดนบล็อกโดนเสียบสกัด มีการทำ IO หรือปฏิบัติการข่าวเพื่อทำลายคะแนนนิยม อาจจะตบเท้าเข้าสภาก็ได้
บางพรรคที่ว่าได้ตัวดีๆ มีผู้สมัครที่มีฐานคะแนนนิยมแน่นๆ เอาเข้าจริงอาจสอบตกระนาวก็เป็นได้
ถ้าผลเลือกตั้งเกิดหักปากกาเซียนขึ้นมา ก็ต้องจับตาว่า แล้วแผนการที่วางๆล็อกๆ เอาไว้ จะเดินต่อไปได้หรือไม่
อาทิ การวางตัวบุคคลให้กลับมานั่งตำแหน่งสำคัญ อาจจะได้กลับมาหรือไม่ได้กลับ เป็นหัวข้อเดิมพันกันอยู่
สำหรับการเลือกตั้งหนนี้ ถือว่ามีหลายรสชาติ ถ้าเป็นอาหารก็คงประเภทปลาเก๋าสามรส
สำนวนท่าน ป.อินทรปาลิต บอกว่า รักโศกตลกโปกฮา เคล้าน้ำตาคลุกน้ำลาย นั่นเลย
นักเลงคีย์บอร์ดยุคนี้เรียก “ดราม่า”
มีเก่าใหม่คลุกเคล้า พรรคใหม่เกิดขึ้นหลายพรรค บางพรรคส่งผู้สมัครเสร็จ โดนศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบ ผลคือสิ้นสภาพไปทั้งพรรค
บางพรรคได้ไปต่อและทำท่าว่าจะกวาดจะโกยคะแนนไปเหมือนกัน แต่ก็ไม่ง่าย เพราะกระบวนการสกัดดาวรุ่งยังทำงานเต็มสูบอยู่
พรรคเก่าๆ ยังอยู่ แต่รอบนี้ มีปัญหา บางพรรคทะเลาะกันเอง สาวไส้กันเหม็นหึ่ง แตกเป็นขั้วเป็นเหล่า ทำเอาประชาชนหูผึ่ง พลอยได้ฟังเรื่องลับๆ เป็นขวัญหูฟรีๆ มิต้องเสียค่าใช้จ่าย
สุดท้าย พรรคเหล่านี้ จะผ่านด่านความเห็นประชาชนมาได้หรือไม่ ยังต้องลุ้นกันอยู่
ส่วนภาพรวมทั่วๆ ไป การเมืองการเลือกตั้งหนนี้ ไม่ค่อยต่างจากในอดีต แค่เปลี่ยนเลขพ.ศ.เท่านั้นเอง
ที่เคยบอกว่า จะปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง จนล้มเลือกตั้ง 2 ก.พ.2557 ไป เอาเข้าจริง ไม่รู้ไปปฏิรูปกันแถวไหน่
พอบอกว่าเลือกตั้งก็ดูด ส.ส.กันสนั่นหวั่นไหว เงินทองสะพัด เขียนกฎกติกาช่วยพวกตัวเอง ไม่ได้่มีอะไรดีกว่าครั้งก่อนๆ
แต่เมื่อเกจิฯบอกว่าจะเกิดรายการหักปากกาเซียน ก็ต้องจับตาว่า ที่ล็อกๆ กันไว้ อาจจะเกิดรายการ “ล็อกแตก”
ไหนยังไฮโซสลิ่มเจ้าดัง ประกาศว่า ถ้าผลเลือกตั้งเป็นอย่างนั้นเตรียมพบกับการ “ล้มโต๊ะ” ได้เลย
หวังว่า สลิ่มคง “มโน” ผิดๆ อีกครั้ง
แต่ถ้าไม่ผิด ก็ “ทางใครทางมัน” อีกครั้ง

