ในกระแสการบ้านการเมืองที่ยังฝุ่นตลบหลังการใช้สิทธิเลือกตั้งผ่านพ้นไปไม่นาน น่าจะเป็นช่วงเวลาของการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของคอนเน็กชั่นได้เป็นอย่างดี
แท้ที่จริงแล้วการสร้างเครือข่ายไม่ได้เป็นเรื่องของธุรกิจการเมืองเพียงอย่างเดียว แต่มีความสำคัญกับในทุกๆตัวคน
เช่นเดียวกับ “การสร้างแบรนด์” ที่ไม่ได้เป็นเรื่องของการสร้างตัวสินค้า หรือองค์กรเท่านั้น แต่กับตัวบุคคลอย่างเราๆ ท่านๆ การสร้างแบรนด์บุคคลก็เป็นสิ่งสำคัญ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเสื้อผ้าหน้าผมเป็นองค์ประกอบที่ช่วยสร้างตัวตน สร้างภาพลักษณ์ให้ดูน่าเชื่อถือ น่าไว้วางใจ-ได้มาก
ศาสตร์การสร้าง “แบรนด์บุคคล” หรือพีเพิลแบรนด์ดิ้ง จึงเป็นศาสตร์สำคัญที่จำเป็นต้องเรียนรู้และปฏิบัติ ตั้งแต่ผู้บริหารสูงสุดไปจนถึงพนักงานระดับปฏิบัติการทั่วไป
วีณา อรัญญเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท วันคลิก (ไทยแลนด์) จำกัด อดีตนักการตลาดชื่อดัง ผู้ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งผู้นำองค์กรข้ามชาติอย่างรวดเร็ว บอกว่า ผู้หญิงในแวดวงธุรกิจมีให้เห็นมากมาย แต่เชื่อมั้ยว่าที่ขึ้นระดับเป็นซีอีโอกลับมีไม่มาก ทั้งๆ ที่ความสามารถไม่ได้ด้อยไปกว่าบุรุษเลย
ทำอย่างไรจะช่วยส่งเสริมให้คนในแวดวงเดียวกันได้มีโอกาสก้าวขึ้นมายืนอยู่แถวหน้า มองว่านี่เป็นโอกาสที่เธอจะได้แบ่งปันความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมากว่าครึ่งชีวิต จึงก่อตั้ง “ทู เดอะ ท็อป คลับ” (To The Top Club) ร่วมกับเพื่อนๆ ซึ่งทำงานเป็นที่ปรึกษาวางแผนบริหารงานบุคคลในระดับสากล อีก 2 คนคือ วีระยุทธ นิ่มเสมอ และ พัชรพรรณ ขุนวงษ์ จัดกิจกรรมเป็นเวทีของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลมาร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ทุก 2 เดือน
เป้าหมายคือ การสร้างชุมชนผู้นำสำหรับแบ่งปันประสบการณ์ ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในการสร้างผู้นำที่มีคุณภาพให้กับสังคมและส่วนรวม
“เราเชื่อในพลังของการทำงานร่วมกันเพื่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดด และยั่งยืนของผู้นำไทยที่แข่งขันได้ในระดับสากล”

เป็นที่มาของชื่อ “ทู เดอะ ท็อป” (To The Top) ชื่อเดียวกับหนังสือภาษาอังกฤษที่เธอเขียนโดยถอดบทเรียนจากประสบการณ์จริง เล่าถึงท็อปวีแมนในประเทศไทย 32 คนที่ประสบความสำเร็จ มีทั้งทฤษฎีและเคล็ดลับความสำเร็จ
“เราตั้งใจจะทำเรื่องผู้นำ เพราะเชื่อว่าถ้าเรามีผู้นำที่เก่ง ผู้นำที่มีคุณธรรม จะพาสังคมเราอยู่รอดและปลอดภัย”
วีณาบอกว่า เรื่องของการสร้างเครือข่าย หรือเน็ตเวิร์กกิ้งเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งการสร้างเครือข่ายนั้นจำเป็นต้องเป็นการสร้างปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณภาพด้วย พร้อมกับแบ่งปันประสบการณ์จากการเก็บข้อมูลและสังเคราะห์ออกมาเป็นหนังสือ “To The Top” ว่า หลายต่อหลายบริษัทเมื่อจะเลือกผู้บริหารขึ้นสู่ระดับซีเนียร์จะเลือกคนที่มีแนวโน้มว่าจะช่วยเหลือบริษัทได้มากกว่าคนอื่นๆ คือมี “เน็ตเวิร์ก สกิล” เพราะเมื่อมีปัญหาอย่างน้อยที่สุดการมีเครือข่ายสามารถช่วยได้ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ทั้งหลาย ความสัมพันธ์ในเชิงลึกจะช่วยได้ ไม่ว่าจะเป็นการรู้ข่าวก่อนเพื่อเตรียมการรับมือก่อนก็ตาม
“ผู้นำนอกจาก Developing, Serving, Leading แล้ว Networking ก็เป็นหน้าที่ของผู้นำ ซึ่งยิ่งเริ่มต้นเร็วเท่าไหร่ ยิ่งมีเน็ตเวิร์กที่แข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น”
ยกตัวอย่าง ย้อนกลับเมื่อ 30 ปีก่อน ลี กวน ยิว มีลูก ถ้าคุณส่งลูกไปเป็นเพื่อนลูกของลี กวน ยิว ไปเล่นกีฬาด้วยกัน เที่ยวเล่นเป็นเฟรนด์กัน พอลี กวน ยิว ลงจากบัลลังก์ แล้วลูกชายขึ้นแทน คุณคิดว่าเพื่อนกลุ่มนั้นจะเป็นอย่างไร นี่คือ เน็ตเวิร์กกิ้ง
เน็ตเวิร์กกิ้ง คือ “การให้” ก่อน เราต้องคิดว่าจะช่วยอะไรเขาก่อน แล้วเมื่อถึงเวลาที่คุณลำบาก เขาจะพร้อมที่จะช่วย
นั่นคือ เราควรจะวางแผนล่วงหน้าในอีก 3 ปี 5 ปีข้างหน้า แล้วเตรียมคนที่จะไปตรงนั้น การสร้างเน็ตเวิร์กไม่ใช่แค่สร้างแต่เฉพาะตอนนี้ แต่ต้องเริ่มมาก่อนหน้านี้แล้ว
สิ่งสำคัญที่สุดของการสร้างเน็ตเวิร์กคือ “ความไว้วางใจ” ถ้าไม่มีความไว้วางใจ จะไม่มีความสัมพันธ์ ถ้าไม่มีความสัมพันธ์ ไม่มีแอ๊กชั่น
วีณาบอกว่า การสร้างเครือข่ายไม่ใช่แค่การพบหน้ากันแล้วให้นามบัตร หรือถ้าฮาร์ดเซลส์เกินไปก็ไม่มีคนอยากคุยด้วยเพราะระแวง
การจะสร้างเน็ตเวิร์กให้ได้ผล 1.การสร้างแบรนด์ คือ เสื้อผ้าหน้าผม รวมทั้งบุคลิกของเราต้องใช่และเหมาะสมกับสถานการณ์/งานนั้นๆ พูดจาสุภาพ เพราะความประทับใจแรกเป็นสิ่งสำคัญ
2.อายคอนแทกต์ (Eye Contact) 3.เป็นแอ๊กทีฟลิสซึนนิ่ง (Active Listening) คนส่วนใหญ่จะพูดถึงแต่ตัวเอง ควรจะโฟกัสไปที่คู่สนทนา
“ถ้าอยากให้คนจำเราได้ และเดินมาหาเรา จงนั่งแถวหน้าและยกมือถามเป็นคนแรก จะให้ดีควรทำการบ้านมาก่อนแล้วตั้งคำถามไว้ล่วงหน้าเลย 3 คำถาม เขาจะจำได้และพร้อมจะให้ความช่วยเหลือเมื่อเราเดินเข้าไปหา เพราะรู้สึกว่าเราให้ความสนใจเขาจริงๆ”

ทางด้าน วิทวัส ชัยปาณี ประธานกลุ่มบริษัท ครีเอทีฟ จูซ หนึ่งในวิทยากรที่ให้เกียรติมาร่วมแลกเปลี่ยนครั้งนี้ บอกว่า การสร้างพีเพิลแบรนด์ดิ้ง หมายถึงการสร้างผู้คนในองค์กรให้ตรงกับคอร์ปอเรท แวลู ซึ่งฝ่ายทรัพยากรบุคคล หรือ เอชอาร์ จำเป็นต้องมีความเข้าใจให้ตรงกันถึงสิ่งที่องค์กรต้องการ
เอชอาร์ต้องทำ 2 อย่าง คือ คือ ฮาร์ดไวร์ (Hardwire) กับ ซอฟต์ไวร์ (Softwire) ฮาร์ดไวร์คือ ความเป็นกฎระเบียบ วิธีการ สมมุติว่าองค์กรเป็นสถาบันการเงิน เน้นคนซื่อสัตย์ก็ต้องหาวิธีการประเมิน โดยดีไซน์จากคอร์ปอเรตแวลูที่วางไว้ ใครทำดีได้โปรโมต ได้รับการปรับเงินเดือนขึ้น ขณะที่ซอฟต์ไวร์ หมายถึงการสร้างบรรยากาศในการทำงาน เช่น ถ้าเป็นบริษัทที่เน้นอินโนเวชั่น อุปกรณ์ต้องมี ต้องเอื้อ ทั้งป้ายโปสเตอร์ที่จะตอกย้ำค่านิยมองค์กร รวมถึงการทำอีเวนต์ เช่น หามิสเตอร์ครีเอทีฟประจำองค์กร
ถ้าทำได้เช่นนี้จะเห็นการทำงานร่วมกัน โดยเราจะได้พีเพิลตามที่เราต้องการ และทุกคนในองค์กรจะเป็น แบรนด์แอมบาสซาเดอร์

