เป็นความฝันของหลายต่อหลายคนกับการได้เป็นเจ้าของฟาร์มเกษตรอินทรีย์ ปลูกผักไว้กินเองบ้าง แบ่งเพื่อนๆ ที่เหลือก็ขาย แล้วค่อยๆ ต่อยอดเป็นฟาร์มสเตย์ อะไรต่อมิอะไร
แต่ละคนไม่ทราบว่าจะเริ่มต้นที่ตรงไหน อย่างไร เป้าความฝันจึงดีเลย์ออกไปเรื่อยๆ
อรุณี พุทธรักษา ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรทฤษฎีใหม่หัวใจอินทรีย์ หนึ่งในเครือข่ายสามพรานโมเดล ที่ตำบลทัพหลวง อ.เมือง จ.นครปฐม เล่าว่า หลายปีมานี้มีคนมากมายทั้งคนรุ่นใหม่ คนทำงาน คนที่เกษียณแล้ว รวมถึงชาวต่างชาติ มาจากทุกจังหวัด มาจากหลายประเทศ เดินทางมาขอเรียนรู้วิถีการทำเกษตรอินทรีย์ที่ศูนย์การเรียนรู้ของกลุ่มฯ แต่ละคนมีความตั้งใจคล้ายๆ กัน คืออยากใกล้ชิดธรรมชาติ อยากผลิตพืชผักอินทรีย์เองได้ และหากประสบความสำเร็จก็อยากต่อยอดทำเป็นอาชีพ หรือเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ ทำท่องเที่ยวชุมชน ทำฟาร์มสเตย์ หรือท่องเที่ยววิถีอินทรีย์ ซึ่งเป็นที่น่าดีใจที่พอลงพื้นที่จริงๆ ได้เห็นการจัดการแปลง การทำปัจจัยการผลิต การแปรรูปผลผลิต การส่งขายที่ตลาด รวมถึงการใช้ชีวิตแบบพอเพียง ทำอาหารทานเอง ปลูกในสิ่งที่กิน เหลือก็แบ่งขาย แต่ละคนที่มาเรียนรู้ก็เริ่มเข้าใจภาพ และเริ่มมีคำตอบให้กับตนเอง
“วิถีเกษตรอินทรีย์ของเรานั้นเป็นแบบพอเพียง ไม่ได้เน้นว่าจะต้องรวยล้น แต่ก็มีกินมีใช้ตลอด ในแปลงมีพืชผักหลากหลาย ทั้งที่เก็บกินและส่งขายได้ มีไข่ มีเห็ด มีข้าวอินทรีย์ อยู่ในบ้านก็ไม่อด หลายคนเห็นความลำบากก็เริ่มปรับเปลี่ยนมุมมอง เริ่มมองหาตัวช่วย เช่น หาเพื่อน หาเครือข่าย ขณะที่หลายคนปิ๊งไอเดีย กลับไปปรับพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทำโฮมสเตย์ โดยแต่ละคนที่ได้มาเจอเรา มาเรียนรู้กับเรา เราถือเป็นเพื่อนกัน ก็ยังติดต่อเป็นเครือข่าย ช่วยกัน สงสัยอะไรเราก็ไลน์มาถาม เราก็เป็นโค้ชให้ความรู้กันตลอด”


สำหรับเส้นทางการเป็นเกษตรกรอินทรีย์ อรุณีเล่าว่า เริ่มตั้งแต่ปี’49 เริ่มจากปลูกต้นไม้ยืนต้นในสวนก่อน ตอนนั้นยังทำงานอยู่ แต่อยากเติมความฝันไว้ในพื้นที่ตัวเอง ปลูกต้นไม้ที่หลากหลาย ทั้งให้ร่มเงาและเก็บกิน พอปี’51 ก็เริ่มก่อบ้านดินเพื่ออยู่อาศัย จากนั้นเริ่มเปิดศูนย์เรียนรู้โครงการต้นกล้าอาชีพ ฝึกให้สมาชิกกลุ่มได้ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้คนที่สนใจวิถีการพึ่งตนเอง โดยผ่านโครงการต้นกล้าอาชีพของภาครัฐ เริ่มทำสักพักก็มั่นใจขึ้น ปีต่อมาจึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว เริ่มจากปลูกพืชผักอินทรีย์ส่งตลาด อย่างคะน้า กวางตุ้ง ผักบุ้ง ใส่รถเก๋งไปขายแถวสนามจันทร์ ซึ่งเป็นแหล่งที่ผู้คนนิยมไปออกกำลังกายกัน จนกระทั่งในปี 2554 ได้เข้ามาร่วมโครงการสามพรานโมเดล ได้มีการรวมกลุ่มทำเกษตรอินทรีย์ ผลิตพืชผักส่งขายโรงแรมสวนสามพราน และนำไปขายที่ตลาดสุขใจ และเปิดบ้าน เปิดฟาร์มของตัวเองในพื้นที่ประมาณ 11 ไร่ เป็นศูนย์เรียนรู้ ปัจจุบันที่แปลงที่ทำได้รับมาตรฐานเกษตรอินทรีย์สากล IFOAM (International Federation of Organic Agriculture Movements) ขณะที่สมาชิกในกลุ่มฯ 10 ราย จากสมาชิกทั้งหมด 20 ราย ได้รับมาตรฐาน IFOAM เช่นกัน
“เราเน้นความเข้มแข็งของกลุ่ม ความสุขของสมาชิกเป็นสำคัญ คือความสุข ความภูมิใจที่ได้ทำอาชีพเกษตรกร ได้ผลิตของดีๆ ให้ผู้บริโภคได้กิน ดีต่อสุขภาพ มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประชุมกลุ่มกันตลอด ค่อยๆ พัฒนา ยกระดับกันไปทั้งกลุ่ม ใครอยากมาดูงานเราช่วยกันก็เปิดบ้าน เปิดฟาร์ม พอได้ยินว่าเขามาแล้วได้แรงบันดาลใจแล้วกลับไปทำได้เราก็ดีใจ หลายคนไปบอกต่อๆ กัน ก็ทยอยมาดูงานเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม การทำเกษตรอินทรีย์เราต้องเอาใส่ใจและพัฒนาแปลงอยู่เสมอ เราเลยปรับตารางใหม่ ทำเป็นโปรแกรมให้คนมาเรียนรู้พร้อมๆ กันเลยดีกว่า ทำเดือนละหนสองหนเท่านั้น เวลาที่เหลือเราจะได้ไปทำงานในแปลง”

อรุณีบอกว่า โปรแกรมการเรียนรู้หลักๆ มี 2 แบบคือ แบบ 1 วัน เรียกว่า Organic DIY รับประมาณ 15-20 คน มีกิจกรรมชมแปลง ทำปุ๋ยหมัก เก็บผลผลิตและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่หลายคนบอกว่าอยากรู้ลึกกว่านี้ ก็เลยเกิด “ค่ายเปลี่ยนฝันให้เป็นจริง” 3 วัน 2 คืน เพื่อให้ทุกคนเก็บเกี่ยวความรู้ และสัมผัสประสบการณ์ กิน-อยู่-ตามวิถีธรรมชาติ ได้อย่างเต็มที่ ลงทำแปลงกันจริงๆ ได้นั่งพูดนั่งคุยกับเกษตรกรในกลุ่ม
แม้ว่าการเปิดค่ายครั้งแรกจะผ่านพ้นไปแล้ว แต่ถ้าใครสนใจสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ คุณอรุณี 08-1665-1374 มาดามจู 08-1928-2808 หรือ Line:pimporn999

