หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับตั้งแต่ตำบล เทศบาล อำเภอ และประเทศไทย คือกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมี นายสมคิด สมศรี เป็นอธิบดี ให้ร่วมกับกรุงเทพมหานครดำเนินการส่งเสริม สนับสนุน และประสานงานการจัดตั้งและดำเนินกิจการของสภาเด็กและเยาวชนเขตและกรุงเทพมหานคร
การประชุมของสภาเด็กและเยาวชนต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดจึงจะเป็นองค์ประชุม และการประชุมให้เป็นไปตามระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก สมาชิกสภาเด็กและเยาวชนคนหนึ่งให้มีหนึ่งเสียงในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด
ให้คณะบริหารสภาเด็กและเยาวชนจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง
การนำเรื่องสภาเด็กและเยาวชนในทุกระดับมาเสนอ ณ พื้นที่นี้ “โลกสองวัย” มีเหตุผลคือ วันนี้ประเทศไทยมีการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งหมายถึงกลับเข้าสู่กระบวนการประชาธิปไตยอีกครั้งหนึ่ง และการเลือกตั้งครั้งนี้ เยาวชนที่มีอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไปในวันเลือกตั้งเพิ่งมีสิทธิครั้งแรก ทั้งปริมาณผู้มีสิทธิไปออกเสียงลงคะแนนจำนวนไม่น้อย
พระราชบัญญัติส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ มาตรา 4 “เยาวชน” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุตั้งแต่สิบแปดปีบริบูรณ์ถึงยี่สิบห้าปีบริบูรณ์
สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 95 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีในวันเลือกตั้ง
มาตรา 97 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (2) มีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบห้าปีนับถึงวันเลือกตั้ง
ในสองมาตราดังกล่าวเป็นเรื่องของผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งและผู้สมัครรับเลือกตั้งในเรื่องอายุ ซึ่งเป็นอายุของเยาวชนที่เริ่มนับตั้งแต่ 18 ปี ถึงอายุ 25 ปี ในวันเลือกตั้ง
ดังนั้น ในวันเลือกตั้งเมื่อ 24 มีนาคม 2562 จึงมีเยาวชนที่มีอายุ 18 ปีในวันเลือกตั้งจำนวนมาก รวมทั้งผู้ที่อายุเกิน 18 ปี และยังไม่เคยไปใช้สิทธิออกเสียงเลือกตั้งจึงมีโอกาสไปออกเสียงเลือกตั้งครั้งแรก
ขณะเดียวกัน ในการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปที่ผ่านมา เห็นได้ว่าเยาวชนและเด็กจำนวนไม่น้อยที่ให้ความสนใจการหาเสียงของพรรคการเมือง ของหัวหน้าพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคที่มีคนหนุ่มสาวออกไปหาเสียง ไม่ว่าจะมีส่วนในการหาเสียงหรือร่วมกิจกรรมทางการเมือง หรือให้ความสนใจไปฟังการปราศรัย
รวมไปถึงการให้ความคิดเห็นของประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย นางสาวสุภาพิชญ์ ไชยดิษฐ์ ที่นำมากล่าวถึง
ประธานเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยแสดงความเห็นว่า ไม่มีพรรคการเมืองใดนำนโยบายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนมาทำเป็นเรื่องราวให้จริงจัง แต่กลับนำเรื่องการแจกเงิน และสวัสดิการอื่นมาหาเสียง
นางสาวสุภาพิชญ์ต้องการให้พรรค การเมืองมีนโยบายเกี่ยวกับเด็กและเยาวชนที่มีสภาเด็กและเยาวชนทุกระดับตั้งแต่ระดับตำบล เทศบาล ถึงกรุงเทพมหานครและประเทศไทยอยู่ในนโยบายพรรคบ้าง
หลังจากการจัดตั้งรัฐบาลแล้ว ข้าพเจ้า (ผู้เขียน) ซึ่งให้ความสนใจสภาเด็กและเยาวชน ติดตามความเคลื่อนไหวมาเป็นระยะ ตั้งแต่เริ่มแรกก่อตั้ง คือว่าไม่ว่าพรรคการเมืองใด นายกรัฐมนตรีคนไหน จะเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศควรสนใจเอาใจใส่ต่อสภาเด็กและเยาวชนจนเป็นรูปธรรม อย่างน้อย เชิญให้ผู้บริหารสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทยมาให้ความคิดเห็นระดับรัฐบาล
ส่วนในท้องถิ่น ควรจะให้ความสนใจกับสภาเด็กและเยาวชนในระดับตำบล เทศบาล อำเภอบ้าง เพื่อจะได้นำนโยบายหรือความสอดคล้องมาเสนอต่อรัฐบาลต่อไป จะได้สอดคล้องซึ่งกันและกันทั้งประเทศ

