ยังอยู่เที่ยวเมืองรองตามคำชักชวนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยกันต่อที่ระนองนะจ๊ะ นอกจากกิจกรรมไปดำน้ำเที่ยวเล่นตามเกาะแก่งของประเทศเพื่อนบ้านที่ยังคงความบริสุทธิ์งดงามแล้ว ยังมีสถานที่ให้เราได้ไปเที่ยวทางบกตลอดทั้งปีอีกด้วย อย่างเช่น จากตัวเมืองระนองขึ้นไปตามถนนเพชรเกษม (ทางไปชุมพร) มุ่งสู่ อำเภอกระบุรี เส้นทางนี้มีที่ท่องเที่ยวและของกินอิ่มอร่อยครบถ้วนตั้งแต่เช้ายันเย็น ทั้ง หมู่บ้านทับหลี อันขึ้นชื่อเรื่อง ซาลาเปาทับหลี โด่งดังระดับประเทศ อีกทั้ง ข้าวมันไก่ทับหลี ที่สุดยอดมาก (แล้วปิ่นโตเถาเล็กจะแนะนำในภายภาคหน้า)
จากนั้นไป คอคอดกระ ส่วนที่แคบที่สุดของแหลมมลายู กั้นพรมแดนไทย-เมียนมาด้วยแม่น้ำกระบุรี ต่อด้วยการไปชมแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ ก้องวัลเลย์ วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์กาแฟโรบัสต้าคั่วมือ ชมวิธีสาธิตการคั่วกาแฟในกระทะเล็กๆ และได้ทำและชิมฝีมือตัวเอง (ค่าชมการสาธิตคนละ 100 บาท) หรือแค่ไปนั่งจิบกาแฟในร้านริมลำธารก็มีความสุขแล้ว ตัวชูโรงคือฝูงไก่งวงอันแสนจะน่าเอ็นดู (อย่าลืมลองเป็นผู้นำทำเสียงขันแหลมๆ ให้ไก่งวงร้องตามด้วยนะจ๊ะ)

และที่ขาดไม่ได้คือสุดยอดร้านอาหารเล็กๆ บ้านๆ ในเส้นทางนี้มีทั้ง ร้านริมคลอง ในตัวอำเภอกระบุรี ที่ปิ่นโตเถาเล็กแนะนำไปแล้ว
คราวนี้ขอแนะนำร้านพื้นบ้านเล็กๆ ในเส้นทางขากลับที่ กม.30 ทางเข้า อ.ละอุ่น ร้านนี้มีชื่อว่า ไผ่เขียว กม.30 หรือเรียกสั้นๆ ว่า ไผ่เขียว ซึ่งผมยกให้เป็นร้านพื้นบ้านแห่งเมืองระนองในดวงใจของผมเป็นที่เรียบร้อย
ทางไปร้านนี้ไม่ยาก ให้ค้นใน กูเกิลแมป ว่า ร้านไผ่เขียว ระนอง ขออธิบายง่ายๆ จากตัวเมืองระนอง มุ่งขึ้นไปตาม ถนนเพชรเกษม สาย 4 ทางไปกระบุรีและชุมพร มาแค่ประมาณ 30 กิโลเมตร จะถึง สะพานข้ามคลองละอุ่น แต่ไม่ต้องขึ้นสะพาน ให้ชิดซ้ายแล้วกลับรถใต้สะพาน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้า ถนนสาย 4091 ซึ่งเป็นทางไป อำเภอละอุ่น เข้ามาเพียง 800 เมตร ก็จะเห็นร้านไผ่เขียวอยู่ทางซ้ายมือ เป็นห้องยาวๆ หลังคาเขียวชั้นเดียวริมถนน
ร้านไผ่เขียว กม.30 เป็นร้านประเภทที่ว่าถ้าไม่มีใครแนะนำ คงไม่มีทางค้นพบ เพราะว่าอยู่นอกเส้นทางหลัก อีกทั้งสภาพร้านดูธรรมดามาก โชคดีที่มีพรรคพวกคอยชี้แนะให้ผมได้พบร้านบ้านๆ ที่ขายอาหารพื้นบ้านรสชาติเข้มข้นถูกใจ นับเป็นความสุขอันล้นเหลือเวลามาตระเวนซอกแซกชิมตามต่างจังหวัด

เจ้าของร้านไผ่เขียว คือ พี่เขียว สุธา อังกาบละออง อายุ 60 ปี ทำร้านมาตั้งแต่แรกเริ่มเมื่อ พ.ศ. 2522 โต๊ะจีนก็เคยทำมาแล้ว เคยหยุดไปประกอบอาชีพชาวสวนอยู่พักหนึ่ง หลังจากนั้นได้กลับมาเปิดร้านอีกครั้งอยู่ริมถนนเส้นในได้ 8-9 ปีแล้ว พี่เขียวบอกว่าทำร้านกันในครอบครัวกับแฟนและน้องชาย
ร้านไผ่เขียวใช้วัตถุดิบของสดจากในคลองละอุ่น ซึ่งมีลักษณะพิเศษคือเป็นคลองสองน้ำ รับน้ำเค็มเข้ามาจากปากน้ำ มาตามแม่น้ำกระบุรีจนมาถึงคลองละอุ่น ย่านนี้จึงมีป่าโกงกางธรรมชาติด้วย
ความจริงแล้วที่ไผ่เขียว มี กุ้งแม่น้ำ ในคลองละอุ่นเป็นทีเด็ดอีกด้วย แต่น่าเสียดายวันนี้ไม่มีกุ้งให้ลิ้มลอง เป็นกุ้งแม่น้ำขนาด 5 ตัวต่อกิโล ราคาสมเหตุสมผลเพียง 1,000 บาท/กิโลเท่านั้น เอามาทำ กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน กุ้งแม่น้ำผัดมะขามเปียก กุ้งแม่น้ำอบเกลือ กุ้งแม่น้ำทอดกระเทียม ความดีงามอยู่ที่เนื้อจะแน่นสดหวานอย่าบอกใคร

ไม่เป็นไร ที่นี่มีเมนูอร่อยอีกมาก มี ปูนิ่มทอดกระเทียม (370 บาท) อร่อยที่สุดเท่าที่เคยกินมา สดกรอบปนนุ่มสีส้มสวย โรยด้วยกระเทียมเจียวหอมๆ พี่เขียวบอกว่ามีรสชาติเค็มในตัว แค่สับปูนิ่ม ทอดในกระทะไม่ต้องปรุงรสเลยก็อร่อยแล้ว
อีกอย่างที่ห้ามพลาด คือ น้ำพริกกุ้งสด (120 บาท) รสพื้นบ้านเข้มข้น ใช้กะปิเคยตาดำย่านนี้ใส่กุ้งขาวสดๆ จากในคลองละอุ่น ปรุงด้วยมะนาว พริก หอมแดง น้ำตาลเล็กน้อย มีรสเผ็ดเปรี้ยวหอมหรอยแรง พี่เขียว ทำไข่เจียวชะอม เก็บสดๆ จากข้างบ้านให้กินคู่กันด้วย กับผักสดพื้นบ้านอีกจานโต เราสั่งไข่เจียวเปล่าๆมาเพิ่มอีกจาน (60 บาท) หนานุ่มอร่อยมาก

ที่สุดยอดจนตะลึงคือ หมึกผัดกะปิ (120 บาท) หมึกสดมาก กรอบเด้งและนุ่มจริงๆ ผัดกับเครื่องแกงตำเองสดๆ ให้ละเอียด มีตะไคร้ หอมแดง กะปิ กระเทียม และพริกขี้หนูเล็กน้อย หอมอร่อยเป็นที่สุด
ของน้ำๆ ซดๆ คือเมนูพื้นบ้าน ต้มส้มปลากะพง (220 บาท) (คนละแบบกับต้มส้มภาคกลางนะจ๊ะ) ตั้งน้ำให้เดือดแล้ว ใส่ขมิ้น ตะไตร้ ใบมะกรูด หอมแดง กระเทียม ปรุงรสเปรี้ยวด้วยมะนาวสด (ที่ห้ามแช่เย็น) น้ำปลา น้ำตาล เกลือ ใส่เนื้อปลาลงไปทีหลังจะได้ไม่คาว ซดแล้วชื่นใจ เนื้อปลาสดมากๆ
นอกจากนี้ยังมี ปลากะพงทอด (โลละ 500 บาท) ตัวโตๆ เต็มจาน และ แกงเคี่ยวพริกปลาดุกทะเล (200 บาท) ใส่ใบราหรือใบยี่หร่า และพริกขี้หนูแห้งอย่างดี รสขาติร้อนแรงเข้าเนื้อ

เมนูพื้นบ้านของพี่เขียวมีอีกหลากหลายทั้ง กุ้งขาวผัดกะปิสะตอ แกงส้มปลากะพงใส่อ้อดิบ แกงส้มปลาดุกทะเลใส่หน่อไม้ แกงกะทิปลาดุกทะเล ปลากระบอกทอด ปูนิ่มผัดผงกะหรี่ใส่วุ้นเส้น
นี่คือร้านโปรดของผมเข้าข่ายรักแรกพบทีเดียว คราวหน้าต้องกลับมาจัดเต็มอีกแน่ ร้านไผ่เขียวเปิดบริการทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้า ปิดเร็วหน่อยแค่ 6 โมงครึ่งตอนเย็น เหมาะสำหรับแวะกินข้าวก่อนกลับเข้าที่พักในตัวเมือง
ควรโทรถามก่อนล่วงหน้าและสั่งจองอาหารได้ที่ 08-9725-0811 และ 08-0040-7408 นะจ๊ะ
ข้อมูลร้าน
ไผ่เขียว กม.30
โดย คุณสุธา(พี่เขียว) อังกาบละออง
ที่ตั้ง 29/5 ถ.สาย 4091 หมู่ 4 ต.ทรายแดง อ.เมือง จ.ระนอง 85130
โทร 08-9725-0811, 08-0040-7408
เปิดบริการ 10.00-18.30 น. ทุกวัน
หยุด เมื่อมีธุระ ไม่แน่นอน
แนะนำ ปูนิ่มทอดกระเทียม น้ำพริกกุ้งสดคู่กับไข่เจียวชะอม หมึกผัดกะปิ ต้มส้มปลากะพง ปลากะพงทอด แกงเคี่ยวพริกปลาดุกทะเล กุ้งขาวผัดกะปิสะตอ ถ้ามีกุ้งแม่น้ำให้สั่งด้วย กุ้งแม่น้ำเผาเตาถ่าน กุ้งแม่น้ำผัดมะขามเปียก

