
ทรงพระเจริญ
วันที่ 4 พฤษภาคม 2562 พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10
หากย้อนเวลากลับไปจะพบว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งล่าสุดของประเทศไทย เกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493
หรือเท่ากับเป็นเหตุการณ์เมื่อ 69 ปีก่อน
ซึ่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนับเป็นพระราชพิธีสำคัญยิ่ง กระทำขึ้นเมื่อมีการขึ้นครองราชสมบัติของพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ ดังนั้น จึงไม่ใช่พระราชพิธีสำคัญที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งนัก
โดยการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเป็นการประกาศความเป็นพระมหากษัตริย์ให้เหล่าพสกนิกร รวมทั้งแว่นแคว้นต่างๆ ได้รับรู้
เกร็ดข้อมูลชวนคุยวันนี้ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถานที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในการพระราชพิธี
ก่อนอื่น ขอขอบคุณข้อมูล “สถาปัตยกรรมเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยรัตนโกสินทร์” เขียนโดย “อาจารย์พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์” คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร
สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามต้นฉบับเต็มได้ในหนังสือ “เสวยราชสมบัติกษัตรา” รวมเล่มศิลปวัฒนธรรมฉบับพิเศษ โดยสำนักพิมพ์มติชนค่ะ
ทั้งนี้ สถานที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 โปรดให้จัดการพระราชพิธีขึ้นที่พระที่นั่งอมรินทราภิเษกมหาปราสาท ต่อมาพระที่นั่งถูกฟ้าผ่าเสียหายหนักจึงมีการสร้างพระที่นั่งองค์ใหม่บริเวณตำแหน่งเดิมคือ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
ภายหลังเมื่อรัชกาลที่ 1 สวรรคต มีการใช้พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทประดิษฐานพระโกศพระบรมศพ ทำให้การประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 เปลี่ยนไปใช้หมู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน
และกลายเป็นธรรมเนียมของการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสืบมาถึงปัจจุบัน
โดยหมู่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า หมู่พระมหามณเฑียร สร้างในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 เมื่อปี 2325 ใช้เป็นที่ประทับและออกว่าราชการแผ่นดินของพระมหากษัตริย์ เป็นพระที่นั่งขนาดใหญ่หมู่แรกที่สร้างขึ้นในพระบรมมหาราชวัง
รูปแบบสถาปัตยกรรมไทยประเพณี อาคารก่ออิฐถือปูน หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องเคลือบสีซ้อนชั้นลดหลั่นกันตามคติปราสาทหรือเรือนลำยอง ได้แก่ ช่อฟ้า ใบระกา นาคสะดุ้ง และหางหงส์
แผนผังหลักของหมู่พระมหามณเฑียรทอดตัวตามแนวแกนทิศเหนือ-ทิศใต้ ประกอบด้วยหมู่พระวิมานที่บรรทม หอพระ พระที่นั่งอันเป็นท้องพระโรงเสด็จออกฝ่ายหน้าและท้องพระโรงฝ่ายในพระปรัศว์ซ้าย พระปรัศว์ขวา
จะเห็นว่าการเรียกขานสถานที่เดิมเรียกขานตามลักษณะการใช้งาน เช่น ท้องพระโรง พระวิมาน พระที่นั่งหลังขวาง
จนกระทั่งรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระที่นั่งทั้งหมด รวมทั้งโปรดเกล้าฯ ให้ออกนามพระที่นั่งแต่ละองค์อย่างสอดคล้องกับประโยชน์ใช้สอย อีกทั้งสื่อความหมายเกี่ยวเนื่องกับความเป็นพระมหาจักรพรรดิราชทั้งสิ้น ดังนี้
“พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน” หมายถึงที่อยู่ของพระมหาจักรพรรดิราช ซึ่งตามพระราชนิติธรรมประเพณี พระมหากษัตริย์ที่ขึ้นครองราชสมบัติ แต่ยังมิได้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก จะไม่ประทับที่พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานเป็นอันขาด
“พระที่นั่งไพศาลทักษิณ” หมายถึงผู้ยิ่งใหญ่ทางใต้ คัมภีร์ไตรภูมิระบุชัดว่าพระมหาจักรพรรดิราชจะอุบัติขึ้นเฉพาะในชมพูทวีป ซึ่งอยู่ทางทิศใต้ของเขาพระสุเมรุ และโดยตำแหน่งที่ตั้งพระที่นั่งองค์นี้ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหสูรยพิมาน จึงสื่อชัดว่าพระที่นั่งองค์นี้ก็คือชมพูทวีป ที่ซึ่งมีพระมหาจักรพรรดิประทับ
“พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหสูรยพิมาน” หมายถึง สถานที่ออกว่าราชการของพระอินทร์ผู้เป็นจอมเทพสถิตอยู่บนเขาพระสุเมรุ ดังนั้น อาจถือได้ว่าพระที่นั่งองค์นี้เป็นภาพจำลองของเขาพระสุเมรุ
ทั้งหมดนี้ สถานที่สำคัญในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกคือพระที่นั่งไพศาลทักษิณ ตั้งอยู่ระหว่างท้องพระโรงหน้ากับพระที่นั่งอมรินทรฯ ลักษณะเป็นอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมทอดยาวจากทิศตะวันออกไปทิศตะวันตก ความยาว 35 เมตร ความกว้าง 8 เมตร
ภายในพระที่นั่งไพศาลทักษิณมีปูชนียวัตถุอันเกี่ยวเนื่องกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกประดิษฐาน 3 สิ่ง คือ พระสยามเทวาธิราช พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ และพระที่นั่งภัทรบิฐ
นอกจากนี้ ภายในพระที่นั่งไพศาลทักษิณยังมีจิตรกรรมฝาผนังที่วาดขึ้นสมัยรัชกาลที่ 3 วาดภาพจำลองสรวงสวรรค์ เช่น ประวัติและสวรรค์ของพระอินทร์ ภาพเทพเจ้าในศาสนาพราหมณ์ ภาพเทวดา เป็นต้น
ภาพจิตรกรรมฝาผนังเหล่านี้ช่วยเสริมความหมายและความศักดิ์สิทธิ์ให้กับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่สถาปนาผู้ดำรงตำแหน่งพระมหากษัตริย์ให้มีสถานะดุจดั่งองค์สมมติเทพ
นอกจากนี้ เกร็ดข้อมูลพระที่นั่งพระปรัศว์ซ้าย พระปรัศว์ขวา วางตำแหน่งอยู่ด้านซ้ายและขวาของพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน สำหรับเป็นที่ประทับฝ่ายใน
โดยรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ขนานนามพระปรัศว์ซ้ายว่า พระที่นั่งเทพสถานพิลาส กับประปรัศว์ขวาว่า พระที่นั่งเทพอาสน์พิไล
กล่าวโดยสรุป ในรัชสมัยรัชกาลที่ 1 รัชกาลที่ 2 และรัชกาลที่ 3 เมื่อทรงรับบรมราชาภิเษกแล้วได้เสด็จฯ ไปประทับภายในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานอยู่เป็นประจำ
สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์เป็นพระราชฐานที่ประทับแห่งใหม่ภายในพระบรมมหาราชวัง
และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงสถาปนาหมู่พระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเป็นพระราชฐานที่ประทับ จึงมิได้เสด็จฯไปประทับ ชณ พระวิมานที่บรรทมในพระที่นั่งจักรพรรดิพิมานองค์ตะวันออกเป็นประจำดังเดิม
แต่กระนั้น ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกก็ยังมีพระราชพิธีเฉลิมพระราชมณเฑียรเพื่อให้พระมหากษัตริย์เสด็จฯไปประทับแรม ณ พระที่นั่งจักรพรรดิพิมานตามขัตติยราชประเพณี
หลังจากนั้นจะเสด็จฯไปประทับ ณ พระราชมณเฑียรสถานหรือพระราชวังอื่นๆ ตามพระราชอัธยาศัย
