เริ่มเดือนพฤษภาคม คนไทยทุกคนต่างตื่นเต้นยินดี
เพราะในเดือนนี้ประเทศไทยมีพระราชพิธีอันเป็นมหามงคลยิ่ง
นั่นคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ก่อนจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ข่าวอภิเษกสมรส คือ มหามงคลแรกที่ได้รับฟัง
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอภิเษกสมรส กับ พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา
และมีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ สถาปนา พลเอกหญิง สุทิดา พระอัครมเหสี เป็นสมเด็จพระราชินี
สมเด็จพระราชินีพลเอกหญิงสุทิดา
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
ย้อนกลับมาที่พระราชพิธีบรมราชาภิเษกซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่เดือนเมษายน โดยทุกจังหวัดได้ทำพิธีพลีกรรมตักน้ำอภิเษก และน้ำพระมุรธาภิเษก
คนที่มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของพิธีเหล่านี้ ถือเป็นเกียรติประวัติที่ต้องจารึกไว้
หลังจากทุกจังหวัดตักน้ำจากแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดแล้ว ได้ทำพิธีทางศาสนา และใส่น้ำลงคนโท
แล้วเชิญคนโทที่ใส่น้ำอภิเษก และน้ำมุรธาภิเษกมาเก็บไว้ที่กระทรวงมหาดไทย
ต่อมา มีพิธีอัญเชิญน้ำอภิเษก และน้ำมุรธาภิเษกไปยังวัดสุทัศน์ เพื่อทำพิธีทางศาสนาอีกครั้ง
และเมื่อทำพิธีเจริญพระพุทธมนต์แล้ว ได้อัญเชิญน้ำอภิเษกและน้ำพระมุรธาภิเษกไปยังวัดพระแก้ว
น้ำอภิเษกและน้ำพระมุรธาภิเษกนี้ใช้สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
พระราชพิธีมหามงคลนี้มีขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤษภาคม 2562
เป็นพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระมหากษัตรย์ รัชกาลที่ 10 แห่งราชวงศ์จักรี
วันที่ 4 พฤษภาคม มีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
วันที่ 5 พฤษภาคม มีพระราชพิธีเฉลิมพระปรมาภิไธย พระนามาภิไธยและสถาปนาพระฐานันดรศักดิ์พระบรมวงศ์
และ เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยขบวนพยุหยาตราทางสถลมารค
วันที่ 6 พฤษภาคม เสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ให้ประชาชนเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล
และเสด็จออกให้ทูตานุทูตและกงสุลต่างประเทศเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
สำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในวันที่ 4 พฤษภาคม สถานที่สำคัญที่ใช้ประกอบพระราชพิธี คือ หมู่พระมหามณเฑียร ภายในพระบรมมหาราชวัง
ก่อนหน้านี้เครือมติชนได้จัดพิมพ์ฉบับพิเศษ “บรมราชาภิเษก พระมหาจักรีบรมราชวงศ์” อยู่ในฉบับหนังสือพิมพ์ในเครือ
หลายคนคงได้อ่านและได้รับทราบเรื่องราวเกี่ยวกับพระราชพิธี
รับทราบทั้งประวัติความเป็นมา และการประกอบพระราชพิธีในแต่ละพื้นที่
หมู่พระมหามณเฑียร ก่อสร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1
ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างเมื่อ พ.ศ.2325 เดิมเป็นพระที่นั่งขนาดใหญ่เชื่อมต่อกัน 3 องค์
มีนามรวมกันว่า “พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน”
ต่อมา พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 พระราชทานนามแยกเป็นองค์ๆ
องค์แรก พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน หมายถึง ที่อยู่ของพระมหาจักรพรรดิราช
องค์ที่สอง พระที่นั่งไพศาลทักษิณ หมายถึง ผู้ยิ่งใหญ่ทางใต้
องค์ที่สาม พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหสูรยพิมาน หมายถึง ที่ออกว่าราชการของพระอินทร์ผู้เป็นจอมเทพสถิตอยู่บนเขาพระสุเมรุ
สำหรับพระที่นั่งที่ถือเป็นสถานที่สำคัญในการประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก คือ พระที่นั่งไพศาลทักษิณ
เพราะเป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ภายในพระที่นั่งแห่งนี้มีปูชนียวัตถุที่เกี่ยวกับพระราชพิธีประดิษฐานอยู่ 3 สิ่ง
หนึ่ง คือ พระที่นั่งอัฐทิศอุทุมพรราชอาสน์ เป็นสถานที่ใช้สำหรับพระมหากษัตริย์ประทับรับน้ำอภิเษกในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
สอง คือ พระที่นั่งภัทรบิฐ เป็นสถานที่สำหรับพระมหากษัตริย์ประทับรับเครื่องราชเบญจราชกกุฎภัณฑ์ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
และสาม คือ พระสยามเทวาธิราช ประดิษฐานในพระวิมาน อยู่บริเวณตอนกลางของพระที่นั่งตรงกับพระทวารเทวราชมเหศวร
การรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิษก ช่วยให้ซาบซึ้งถึงความสำคัญของพระราชพิธี
พลิกไปดูแหล่งข้อมูลที่เป็นที่มาของเนื้อหา ระบุว่าได้รวบรวมจากหนังสือชุดบรมราชาภิเษก 3 เล่ม
ประกอบด้วย หนังสือชื่อ “จักรพรรดิราช คติอำนาจเบื้องหลังชนชั้นนำไทย” โดย “เอนก มากอนันต์”
หนังสือชื่อ “เสวยราชสมบัตรกษัตรา” โดย “ดร.นนทพร อยู่มั่งมี ,ผศ.ดร.พัสวีสิริ เปรมกุลนันท์
และหนังสือชื่อ “ผ้าเขียนทอง : พระภูษาทรงบรมราชาภิเษกพระมหากษัตริย์สยาม” โดย “ธีรพันธุ์ จันทร์เจริญ”
ใครต้องการรู้รายละเอียด คงต้องไปหาหนังสือทั้ง 3 เล่มมาอ่าน
หรือจะเสาะหาหนังสือที่ระลึกและจดหมายเหตุฯที่กระทรวงวัฒนธรรมจัดทำขึ้น
อาทิ จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 (ฉบับหลัก) จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ฉบับสื่อมวลชน จดหมายเหตุพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ฉบับวีดิทัศน์
หนังสือพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พ.ศ.2562 ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หนังสือชุมชนต่างชาติ ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ หนังสือชุมชนดั้งเดิม ใต้ร่มพระบารมีจักรีวงศ์
รวมทั้ง ประมวลบทความเนื่องในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, ประมวลเอกสารพระราชพิธีบรมราชาภิเษก, ขบวนพยุหยาตราสถลมารค และขบวนพยุหยาตราชลมารค เป็นต้น
อ่านแล้วจะซาบซึ้งกับสิ่งที่ได้พบเห็นในช่วงเวลามหามงคล
ช่วงเวลาประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก
ช่วงเวลาที่ทำให้คนไทยรู้สึกปีติและประทับใจ
เกิดความภาคภูมิใจในความเป็นชาติ
ภาคภูมิใจในความเป็นไทย เป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

