เกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันทีในหน้าสื่อและโซเชียลเน็ตเวิร์กของ สปป.ลาว เมื่อท่าน ทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีคนใหม่ที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่งหลังจากการประชุมใหญ่พรรคประชาชนปฏิวัติลาวและการประชุมสภาแห่งชาติครั้งที่ผ่านมา ได้ออกคำสั่งนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการเพิ่มทวีความเข้มงวดในการคุ้มครอง ตรวจตรา การขุดค้นไม้ เคลื่อนย้ายไม้ และธุรกิจค้าไม้ ลงวันที่ 13 พฤษภาคม 2016 อันมีข้อห้ามไม่ให้ส่งออกไม้ซุง ไม้ท่อน ไม้แปรรูป ไม้ขอนรากไม้ เหง้าไม้ ตอไม้ รวมถึงไม้ยืนต้น ไม้ประดับ ออกนอกประเทศโดยเด็ดขาด
คำสั่งนายกรัฐมนตรีดังกล่าว เกิดขึ้นเนื่องจากเสียงของประชาชนตามเขตแขวงและภาคส่วนทั่วประเทศลาว วิพากษ์วิจารณ์การขุดค้นตัดทำลายป่าเพื่อส่งออกไม้ไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีนอย่างต่อเนื่องดังปรากฏในสื่อออนไลน์ถึงภาพรถบรรทุกไม้ซุงขนาดใหญ่วิ่งตามท้องถนน ซึ่งนอกจากจะเป็นการทำลายป่าแล้วยังทำลายสภาพถนนหนทางอีกทั้งยังเสี่ยงต่ออุบัติเหตุตามท้องถนนซึ่งเกิดขึ้นจริงหลายครั้งในรอบปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดกระแสความไม่พอใจพรรครัฐคุกรุ่นอยู่ภายใน
อย่างไรก็ตาม คำสั่งข้างต้นห้ามส่งออกไม้ในทุกกรณีตั้งแต่ไม้ซุงจนถึงไม้ยืนต้นไม้ประดับ แต่ยกเว้นการส่งออกเฟอร์นิเจอร์และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากไม้ซึ่งผลิตในประเทศและได้รับอนุญาตจากรัฐ ซึ่งหมายความว่าการตัดไม้เพื่ออุตสาหกรรมยังดำเนินต่อไปได้ในระดับหนึ่ง เพื่อกระตุ้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลิตภัณฑ์ไม้ของลาว และสร้างเสริมความร่วมมือในทางอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตสินค้าจากไม้ให้เข้มแข็งโดยภายใน เกิดการหมุนเวียนของเงินและ
คุณค่าทางเศรษฐกิจในประเทศมากกว่าเพียงการส่งไม้ท่อนไม้ซุง ไปแปรรูปในราคาต่ำ
คำสั่งห้ามดังกล่าวอาจดูดีในกระดาษสั่งการแต่ปัญหาที่แท้จริงหากเกิดการบังคับใช้ย่อมมีตามมาอีกนับไม่ถ้วนปัญหาที่สำคัญที่สุดอันดับแรกคืออุตสาหกรรมไม้เป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของ สปป.ลาว หากดูจากมูลค่าส่งออกในปี 2014 ลาวส่งออกไม้ซุงเป็นมูลค่าถึง 735 ล้านเหรียญสหรัฐและส่งออกไม้แปรรูปอีกกว่า 684 ล้านเหรียญสหรัฐ การห้ามส่งออกไม้ดังกล่าวยิ่งจะซ้ำเติมการขาดดุลการค้าของลาวที่เดิมขาดดุลอยู่แล้วกว่า 3.8 พันล้านเหรียญสหรัฐยิ่งขึ้นไปอีก ในขณะที่อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ของลาวเองก็ยังอ่อนแอและส่วนใหญ่เป็นการแปรรูปเพื่อส่งออกไปยังจีนไทย และเวียดนาม โดยบริษัทต่างชาติมากกว่าจะเป็นของคนลาวเอง
ปัญหาที่สองนอกจากมูลค่าทางการค้าคือ การบังคับใช้กฎหมายที่ได้ผลแน่ชัด เนื่องจากการทำป่าไม้เกิดขึ้นในต่างแขวงห่างไกลที่ป่ายังอุดมสมบูรณ์อำนาจรัฐของส่วนกลางไม่เข้มแข็ง แม้ว่าจะมีการตรวจสอบลงพื้นที่แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นก็ยังอาจปล่อยหูปล่อยตาทำไม่รู้ไม่เห็นให้เกิดการตัดและขนไม้ข้ามแดนได้เสมอ เนื่องจากลาวเป็นประเทศที่มีชายแดนติดกับหลายประเทศทางบก การลาดตระเวนตรวจตราไม่อาจทำไดอ้ ย่างเต็มที่ ยิ่งเมื่อเจ้าหน้าที่รู้เห็น
เป็นใจแล้วยิ่งแทบจะเป็นไปไม่ได้ในการปฏิบัติตามคำสั่งห้ามนั้นให้ได้ผลทั้งหมด
คำสั่งห้ามส่งออกไม้ข้างต้น จึงได้รับทั้งเสียงชื่นชมยินดีและความกังวลสงสัยจากประชาชนว่าจะส่งผลอย่างไร และจะทำได้จริงแค่ไหน ในเมื่อผู้มีอำนาจของพรรครัฐยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจการค้าไม้ และในรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ก็เคยมีประกาศยกเลิกสัมปทานตัดไม้แล้วหลายครั้ง แต่พบว่าสถานการณ์การทำลายป่ายังไม่ดีขึ้นจริง อีกทั้งพบว่า มีชาวบ้านที่อาศัยใช้ประโยชน์ในป่าถูกจับกุมแทนที่จะเป็นนายทุนนักธุรกิจที่ลักลอบตัดไม้เป็นการใหญ่
ชาวลาวล้วนหวังว่า คำสั่งนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้จะส่งผลจริงจังและช่วยรักษาทรัพยากรป่าไม้ให้คงอยู่คู่ชาวลาวและชาวโลกเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันทรงคุณค่าต่อไป โดยที่ไม่ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของลาวกระทบกระเทือนรุนแรง

