
พฤษภาคม ช่วงเวลาเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิของเกาะเล็กๆ ที่มากมายด้วยสีสันอย่าง “ฮ่องกง” ภายใต้อุณหภูมิกว่า 20 องศา ฝูงชนเดินเท้าขวักไขว่บนท้องถนนที่จอแจ คล้ายสับสน วุ่นวาย ทว่า นั่นคือหนึ่งในเสน่ห์ที่กลายเป็นภาพจำอันยากจะลอกเลียนแบบ
ท่ามกลางเสียงแตรรถยนต์ ไฟกะพริบของสัญญาณไฟจราจร ผู้คนออกจากบ้านพัก สัญจรด้วยเส้นทางและรูปแบบการคมนาคมหลากหลายที่ภาครัฐและเอกชนมีไว้รองรับประชากรกว่า 7 ล้านคน “รถราง” คือ ขนส่งสาธารณะอย่างแรกๆ บนเกาะแห่งนี้ที่ยืนหยัดให้บริการมานานกว่าศตวรรษ ในขณะเดียวกันก็มุ่งหน้าสู่อนาคตด้วยการเปิดตัว “รถไฟความเร็วสูง” แห่งแรกไปหมาดๆ เมื่อปลายปี 2561 เพื่อเชื่อมการเดินทางระหว่างฮ่องกงกับเมืองต่างๆ ของจีนให้สะดวกสบาย และฉับไวทันใจยิ่งขึ้น

ยังไม่นับรถไฟใต้ดินที่มีอยู่ในทุกหนทุกแห่งรอบเกาะ รถบัสที่วิ่งคู่ขนานไปกับรถรางอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย แม้มีกระทบกระทั่งด้วยอุบัติเหตุบ้างแต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ อีกทั้งแท็กซี่สีเลือดหมูที่เรียกใช้บริการได้อย่างง่ายดาย
ย้อนหลังกลับไปในเมื่อ 114 ปีก่อน ระบบรถรางถือกำเนิดขึ้นที่นี่ มีหลักฐานมากมายในความทรงจำของชาวฮ่องกงที่ผูกพันกับการคมนาคมรูปแบบดังกล่าว ภาพถ่ายเก่ามากมายเป็นหลักฐานความรุ่งเรืองรุดหน้าของการขนส่งสาธารณะในห้วงเวลานั้น ปัจจุบัน รถรางยังคงเป็นหนึ่งในการคมนาคมหลักใจกลางเมือง รวม 250 คันใน 6 เส้นทาง ควบคุมระบบด้วยไฟฟ้าซึ่งดำเนินการโดยบริษัทเอกชน

มาลี ถามรางกุล หรือ “มิสมาลี” ชาวไทยที่ใช้ชีวิตในฮ่องกงมานานกว่า 43 ปี ฉายา “เจ้าแม่ฮ่องกง” ไกด์คนไทยรายแรกอย่างเป็นทางการของฮ่องกง เล่าว่า รถรางเป็นพาหนะที่ราคาถูกที่สุดของที่นี่ เพียงคนละ 2 เหรียญ 60 เซ็นต์สำหรับผู้ใหญ่ เด็กอายุไม่เกิน 12 ขวบ คิดแค่ 1 เหรียญ 30 เซ็นต์ ในค่าเงิน 4 บาทต่อ 1 เหรียญดอลลาร์ฮ่องกง ก็ยังนับว่าไม่แพงสำหรับคนไทยที่อยากลองใช้บริการรถรางอย่างชาวฮ่องกง
ราคาถูกขนาดนี้ในขณะที่ค่าครองชีพในเมืองดังกล่าวสูงลิบลิ่ว ถามว่าทำไมยังอยู่ได้ “มิสมาลี” ตอบคำถามด้วยการชี้ชวนให้ชมภาพสวยๆ และข้อความมากมายรอบตัวรถ ซึ่งนั่นก็คือ “โฆษณา” ซึ่งเป็นรายได้ก้อนสำคัญ


นอกจากรถรางยุคปัจจุบันที่มีพัฒนาการด้านเทคโนโลยีและรูปแบบหน้าตาอย่างร่วมสมัย ยังมีรถรางย้อนยุคไปในคริสตศักราช 1920 เป็นรถ 2 ชั้น ดาดฟ้าเปิดโล่ง เก้าอี้ทำจากไม้เคลือบเงาวับ ประดับด้วยภาพถ่ายเก่าสีขาวดำของรถรางฮ่องกงในอดีต เคียงคู่ภาพลายเส้นบนแผ่นทองเหลืองดูหรูหราระบุโมเดลรถรางในทศวรรษต่างๆ อย่างสวยงาม
รถรางแบบนี้มีไว้สำหรับการท่องเที่ยวชมเมืองโดยเฉพาะ ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง ซึมซับความงดงามแปลกตาอันเกิดจากการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างสิ่งเก่าและสิ่งใหม่ การประนีประนอมระหว่างแนวคิดด้านอนุรักษ์ และการมุ่งหน้าพัฒนาเมืองอันล้ำสมัย ในวันที่ความหนาแน่นประชากรเท่ากับ กว่า 3,000 รายต่อตารางกิโลเมตร
สถาปัตยกรรมเก่าแก่มรดกยุคอาณานิคมอังกฤษจึงยังมีชีวิตท่ามกลางตึกสูงระฟ้าประดับกระจกวาววับ สร้างอารยธรรมใหม่ในยุคปัจจุบันของการอยู่ร่วมกันอย่างไม่ขัดเขิน

ชื่อถนนหนทางตั้งตามอย่างอังกฤษ อาทิ ถนน จอห์นสตัน ขายของเก่า ของเล่นสังกะสีและของมงคลจีน ในขณะที่โลเกชั่นสำหรับเช็กอินด้วยชื่อจีน อย่างย่าน “หว่านไจ๋” ก็เปี่ยมเสน่ห์ด้วยร้านรวงหลากหลายให้ลิ้มรสอาหารจีน ช้อปปิ้งไอเท็มเก๋ๆ หยิบจับข้าวของที่ระลึกสวยสะดุดตา บันทึกภาพหลากมุมที่ไม่ว่าจะมาเยือนฮ่องกงกี่ครั้ง ก็เหมือนได้ค้นพบตรอกซอกซอยใหม่ๆ ที่ไม่รู้จัก
สูดอากาศเย็นสบายจากดาดฟ้ารถรางสไตล์วินเทจได้โดยไม่มี PM 2.5 ที่เกินมาตรฐาน เนื่องจากมีกฎหมายเคร่งครัดให้ตรวจสอบสภาพรถยนต์เก่า หากไม่ผ่านเกณฑ์ภาครัฐจะไม่ต่อทะเบียนให้
หมุนกระสวยเวลาก้าวกระโดดไปถึงอีกหนึ่งความรุดหน้าในการคมนาคมของเมืองแห่งนี้ นั่นคือ “รถไฟความเร็วสูง” หรือ “ไฮสปีด เรล” แห่งแรกของฮ่องกง โดยเพิ่งเปิดตัวไปเมื่อ 23 กันยายน 2561 เริ่มต้นสถานีในฟากตะวันตกสุด วิ่งจากฮ่องกง มุ่งหน้าเซินเจิ้น ชายแดนจีน ด้วยระยะทาง 26 กิโลเมตร ใช้เวลาเพียง 14 นาที จากอัตราปกติ 1 ชั่วโมงเต็ม นับว่าย่นย่อระยะเวลาอันมีค่าไปได้หลายเท่าตัว

รถไฟสายนี้ เป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางรถไฟความเร็วสูง “กวางโจว-เซินเจิ้น-ฮ่องกง” เชื่อมการเดินทางระหว่างฮ่องกงและ 9 เมืองใกล้เคียงในเขตมณฑลกวางตุ้ง โดยเชื่อมฮ่องกงกับระบบเครือข่ายรถไฟความเร็วสูงของจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นเครือข่ายรถไฟที่ใหญ่ที่สุดของโลกเป็นครั้งแรก ช่วยให้เดินทางจากเมืองแห่งนี้ไปยังจุดหมายปลายทาง 44 แห่งในประเทศจีนอันกว้างใหญ่ไพศาลโดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนให้วุ่นวาย อาทิ มหานครเซี่ยงไฮ้ กรุงปักกิ่ง อีกทั้งซีอาน แหล่งอารยธรรมเก่าแก่ทางตะวันตกของจีน ที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกปักหมุดว่าต้องเดินทางไปเยี่ยมเยือนให้ได้สักครั้ง
ดังนั้น นอกจากคุณูปการสูงยิ่งสำหรับการคมนาคมของผู้คน ยังเป็นตัวช่วยชั้นดีให้นักท่องเที่ยวต่างถิ่นเดินทางอย่างอุ่นใจในความปลอดภัย สะดวกสบาย และง่ายดายด้วยความเร็ว

ภายในห้องโดยสารสะอาดสะอ้านและนั่งสบาย โดยบนตั๋วโดยสารมีการระบุรายละเอียดต่างๆ อย่างชัดเจน ไม่ต้องกลัวหลง ทั้งประตูทางเข้า ชานชาลา และเลขที่นั่ง แล้วรอเวลาถึงจุดหมายปลายทางอย่างไร้กังวล
10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คือมูลค่าของโครงการรถไฟความเร็วสูงนี้ด้วยระยะเวลาก่อสร้างนานกว่า 8 ปี


“อังกฤษมอบอารยธรรม ปูพื้นฐานให้ฮ่องกงรุ่งเรือง แต่จีนคือมาตุภูมิ อย่างไรก็ตาม เมื่อฮ่องกงจะต้องกลับไปอยู่กับจีนใน ค.ศ.1997 หลังให้อังกฤษเช่าครบ 99 ปี ตอนนั้นคนฮ่องกงกังวลมาก เหตุผลหนึ่งคือห่วงเรื่องความอิสระ เพราะคนที่นี่รักอิสระมาก กลัวว่าพออยู่กับจีนชีวิตจะไม่เหมือนเดิม ส่วนหนึ่งถึงกับย้ายไปอยู่ต่างประเทศ เช่น แคนาดา แต่สุดท้ายบางคนอยู่ไม่ได้ก็มี” มิสมาลีย้อนเล่าความหลังที่ฉายภาพรากฐานวัฒนธรรมและความคิดของคนฮ่องกงได้เป็นอย่างดี
ฮ่องกงในวันนี้ ยังเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ชวนให้เดินทางไปเยี่ยมเยือน ไม่ใช่เพียงท่องเที่ยวแลความสุนทรีย์ที่มีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม หากแต่เพื่อเข้าใจและเรียนรู้ซึ่งความแตกต่าง หลากหลาย การอนุรักษ์ พัฒนา และก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงทางสังคม เศรษฐกิจ และวัฒนธรรม
