อาศรมมิวสิก : ยอดเยี่ยมตั้งแต่เริ่มต้น : โดย สุกรี เจริญสุข

26.05.19 | 13:00 น.

โครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครูไวโอลิน หลักสูตรพัฒนาศักยภาพครูดนตรี ใช้ชื่อเรื่องว่า “ยอดเยี่ยมตั้งแต่เริ่มต้น” เชิญวิทยากรครูสอนไวโอลินสุดยอด ครู
เคอร์ติน วอร์ตเบิร์ก (Kertin Wartberg) ผู้เขียนหนังสือ
“สเต็ปบายสเต็ป” (Step by Step) โดยมีศิษย์คนโปรดของเธออีกคนหนึ่ง ซึ่งเป็นครูไวโอลิน มาเป็นครูผู้ช่วยร่วมในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ คือ มาร์กเฮอริกา เบเดอร์บิก (Margherita Biederbick) การฝึกอบรมจัดขึ้นในวันที่ 23-26 กรกฎาคม 2562 ที่มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข พุทธมณฑลสาย 2 ซอย 33

ความสำคัญของการจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครูไวโอลินครั้งนี้ เพื่อที่จะพัฒนาศักยภาพของครูดนตรีให้แข็งแรงขึ้น เพื่อรองรับการพัฒนาทักษะด้านดนตรีตั้งแต่แรกเริ่ม ซึ่งทางมูลนิธิฯ ได้เริ่มโครงการสอนเด็ก (0-3 ขวบ) ให้เด็กเรียนดนตรีมาระยะหนึ่งแล้ว ได้จัดการฝึกอบรมครูดนตรีขึ้นมาแล้วหลายครั้งด้วยกัน แต่สำหรับการฝึกอบรมครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ คือ ได้ครูสอนไวโอลินผู้เป็นหนึ่งในสุดยอดของโลก มาฝึกอบรมให้ด้วยตนเอง

โดยปรกติแล้ว คนเก่งดนตรีระดับโลก (รวมถึงคนเก่งในด้านอื่นๆ ทั้งหลาย) ยากเหลือเกินที่จะเข้ามาทำกิจกรรมในประเทศไทย อาจจะติดขัดเงื่อนไขต่างๆ หลายๆ อย่าง อาทิ (1) ไม่มีเวลา ไม่ว่าง เพราะมีภารกิจแน่น แทรกเข้าไปได้ยาก จะต้องจองล่วงหน้า 2-3 ปี (2) ไม่เชื่อว่าคนไทยจะสู้ค่าตัวได้ หรือสู้กับเงื่อนไขต่างๆ ของคนระดับโลกได้ (3) ประเทศไทยยังไม่เป็นที่รู้จักมากพอในด้านดนตรีคลาสสิก จึงไม่เป็นที่สนใจจะมา (4) ค่าลงทะเบียนเรียนมีราคาสูง

ในการเตรียมงานที่จะเชิญคนระดับโลกเข้ามาทำกิจกรรมในเมืองไทยนั้น จะต้องมีคนที่สนใจเข้าไปฝึกอบรมกับวิทยากรเหล่านี้ก่อน ทำความรู้จักวิธีการสอน เข้าใจในกระบวนการสอน แล้วจึงจะมีโอกาสคุยเพื่อสร้างแรงจูงใจให้วิทยากรเกิดความสนใจที่จะเดินทางมาฝึกอบรมในประเทศไทย จากนั้นก็ไปดูตารางว่าว่างหรือมีความเป็นไปได้แค่ไหน ซึ่งอย่างน้อยต้องใช้เวลารอคอยอีก 2 ปี จึงจะมีโอกาสได้คนระดับโลกมาร่วมทำกิจกรรมฝึกอบรมในประเทศไทยได้

สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งก็คือ ทางฝ่ายผู้เข้าร่วมฝึกอบรมนั้น ต้องมีความพร้อมที่จะเรียนรู้ ทำหน้าที่สอนไวโอลินหรือเล่นไวโอลินได้อย่างดีอยู่แล้ว ต้องสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้ ต้องมีความเอาจริงเอาจังและมีความตั้งใจสูง รวมทั้งมีความขยันที่จะฝึกซ้อม ฝึกซ้อมตัวเองไว้ล่วงหน้า ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ในระหว่างการฝึกอบรมก็ต้องพร้อมเสมอที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่สำคัญก็คือ ต้องมีเงินลงทุนเพื่อพัฒนาตนเองให้อยู่ในฐานะเป็นครูดนตรีที่ดี มีฝีมือและทันสมัย ซึ่งค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมมีราคาสูง (15,000 บาท) แต่ก็เป็นราคาที่ถูกสำหรับประเทศที่พัฒนาแล้ว

Advertisement

ปรัชญาการเรียนดนตรี เป็นการสร้างบทบาทใหม่ของวิชาดนตรีในสังคมโลก โดยเริ่มจัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และในระดับอุดมศึกษา เพื่อจะปลูกฝังสิ่งที่ดีให้แก่เด็กไทยได้เติบโตเป็นคนดี รู้จักแบ่งปัน เป็นมืออาชีพ มีความรับผิดชอบ มีสามัญสำนึก และมีวินัย เป็นการปลูกฝังให้เด็กซึมซับสิ่งที่ดีเข้าไปในตัวทุกอณูเสียก่อน ซึ่งในการสร้างคุณภาพของการศึกษาใหม่ ไม่ยากเลยหากได้พัฒนาสังคมไทยให้ก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

ดังนั้น สิ่งที่จะต้องแก้ไขใหม่ในเรื่องการศึกษาของไทย ไม่ใช่เรื่องของความรู้เพียงอย่างเดียว แต่ยังหมายรวมถึง วิถีชีวิต วัฒนธรรม ความเป็นอยู่ สามัญสำนึก ระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความจริง ความดี ความงาม การแบ่งปัน การให้ความเคารพต่อผู้อื่น เป็นต้น ซึ่งการศึกษาแบบนี้จะต้องเริ่มตั้งแต่แรกเกิด “ยอดเยี่ยมตั้งแต่เริ่มต้น” การศึกษาไทยจึงจะเปลี่ยนไปได้ทั้งระบบ

ครูซูซูกิ (Shinichi Suzuki, 2441-2541) เป็นครูสอนไวโอลินชาวญี่ปุ่น กลายเป็นนักปราชญ์ด้านการศึกษาดนตรีและการสร้างคนที่มีคุณสมบัติใหม่สำหรับสังคมอนาคต ครูซูซูกิสงสัยว่า ทำไมเด็กญี่ปุ่นจึงพูดภาษาญี่ปุ่นเพอร์เฟกต์ ทำไมเด็กเยอรมันถึงพูดภาษาเยอรมันเพอร์เฟกต์ เมื่อเด็กเติบโตก็ถูกหล่อหลอมด้วยสิ่งแวดล้อมที่ดี จึงทำให้เด็กกลายเป็นคนที่ดี เขาสรุปไว้ว่า “เด็กเป็นอย่างไรเพราะสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างนั้น สิ่งแวดล้อมเป็นอย่างไร เด็กก็จะเติบโตเป็นอย่างนั้น” ทั้งนี้ บทสรุปที่ยิ่งใหญ่ของครูซูซูกิก็คือ “เด็กเป็นลูกของสิ่งแวดล้อม” สิ่งแวดล้อมในที่นี้ก็คือผู้ใหญ่ทั้งหลายนั่นเอง

คุณเคอร์ติน วอร์ตเบิร์ก (Kertin Wartberg) ผู้เขียนหนังสือ “สเต็ปบายสเต็ป” (Step by Step) เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิของครูซูซูกิ โดยที่คุณเคอร์ติน วอร์ตเบิร์ก เธอเป็นชาวเยอรมัน เมื่อเดิมนั้นครูซูซูกิก็เรียนไวโอลินที่เยอรมัน มีภรรยาเป็นคนเยอรมันด้วย แต่เมื่อเรียนจบก็กลับไปสร้างอาณาจักรการศึกษาที่ญี่ปุ่น แล้วก็มีสาวกจากทั่วโลกไปเรียนวิธีสอนดนตรีที่ญี่ปุ่น ทำให้วิธีสอนและการปฏิบัติเพื่อสร้างคนแบบใหม่ขยายได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ก็ต้องดูพฤติกรรมของคนญี่ปุ่นเป็นตัวอย่าง คนญี่ปุ่นเป็นคนมีระเบียบ มีวินัย รับผิดชอบหน้าที่ และมีความคิดสร้างสรรค์

ความสำเร็จของระบบจัดการศึกษาของครูซูซูกิ โดยใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือ การสอนดนตรีให้กับเด็กตั้งแต่อยู่ในท้อง “รอให้ถึงอนุบาลก็สายเสียแล้ว” ซึ่งพบว่า ในเวทีการแข่งขันระดับโลก (ไวโอลิน) ในปัจจุบันจะเห็นว่ามีเด็กจากญี่ปุ่น จีน เกาหลี ซึ่งมีหน้าตี๋ หน้าหมวย และหัวดำ เป็นผู้ที่ได้รางวัลชนะเลิศตลอดเวลาจากการประกวดทั่วโลกในระยะ 30-40 ปีที่ผ่านมา

ผู้เขียนเองมีความศรัทธาในตัวครูซูซูกิ ทั้งวิธีการและปรัชญา ได้พยายามติดตามและไปศึกษาถึงที่ญี่ปุ่น 2 ครั้ง พยายามนำวิธีการมาใช้ในการพัฒนาการศึกษาดนตรี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2530 เป็นต้นมา แต่เนื่องด้วยผู้เขียนเป็นนักดนตรีประเภทเครื่องเป่า ไม่ได้เรียนเครื่องสาย จึงพัฒนาตัวเองต่อไปได้ยาก ที่สุดจึงพยายามปลูกฝังให้ลูกทั้ง 3 คน ได้เรียนดนตรีประเภทเครื่องสาย คือ ไวโอลิน วิโอลา และเชลโล ซึ่งได้กลายเป็นรากฐานการศึกษาแบบใหม่ที่สำคัญ ภายใต้มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข

การที่ได้วิทยากรระดับโลก คุณเคอร์ติน วอร์ตเบิร์ก ได้ตอบรับที่จะเดินทางมาฝึกอบรม สอนให้แก่ครูไวโอลินในครั้งนี้ จึงเป็นโอกาสที่ดีมากสำหรับครูไวโอลินของไทยและครูไวโอลินในภูมิภาคอาเซียน จะได้เรียนรู้ปรัชญาใหม่ วิธีการสร้างมนุษย์ไทยพันธุ์ใหม่ที่เป็นคนดี เป็นคนที่มีคุณภาพ และมีความสามารถสูง คือสร้างให้เป็นคนเก่งและเป็นคนดี อยู่ในคนคนเดียวกัน

โครงการฝึกอบรมครูสอนไวโอลิน “ยอดเยี่ยมตั้งแต่เริ่มต้น” เป็นการพัฒนาการสอนดนตรีโดยใช้ปรัชญานำ ใช้ความรู้ความสามารถตาม และใช้เด็กตั้งแต่แรกเกิดเป็นเป้าหมายสำคัญ ซึ่งเป็นแนวโน้มใหม่สำหรับการศึกษาของไทย ในขณะเดียวกัน ครูดนตรีในภูมิภาคอาเซียนก็ให้ความสนใจในการพัฒนาเรื่องนี้อย่างตื่นตัวยิ่ง ซึ่งเชื่อว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ก็จะมีเด็กไทยหัวดำๆ ไปแข่งขันเล่นดนตรีในเวทีโลกมากขึ้นด้วย

การฝึกอบรมครั้งนี้ มูลนิธิ สามารถรับผู้เข้าร่วมฝึกอบรมได้เพียง 50 คนเท่านั้น สำหรับครูไวโอลินที่สนใจ ผู้ที่มีความสามารถ แต่ไม่มีเงินค่าลงทะเบียน ให้ติดต่อไปที่มูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ได้โดยตรง