แหล่งเรียนรู้สมุนไพรครบวงจร ภารกิจใหญ่ของ ‘อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ’

31.05.19 | 16:53 น.
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อรับข้อมูลสมุนไพรภายในอุทยาน

พื้นที่กว่า 140 ไร่ ของ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล อัดแน่นด้วยพันธุ์สมุนไพรที่ปรากฏในตำรายากว่า 800 ชนิด นับเป็นศูนย์การศึกษาเรียนรู้สมุนไพรที่ผ่านกระบวนการอนุรักษ์และประยุกต์ใช้อย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักการแพทย์และเภสัชกรรมแผนไทย พร้อมมุ่งหวังให้มีความก้าวหน้าทางวิชาการ และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนต่อไป

ในอดีต พื้นที่แห่งนี้เป็นเพียง “สวนสมุนไพร” กระทั่งพัฒนาขึ้นเป็นพื้นที่อนุรักษ์และอุทยานการเรียนรู้ในปี พ.ศ.2524 เพื่อให้เป็นแหล่งอนุรักษ์พันธุ์พืชสมุนไพรไทยสำหรับการศึกษา วิจัย พัฒนา และการเรียนรู้ โดยเฉพาะสำหรับนักศึกษาเภสัชศาสตร์ และเป็น “พื้นที่สีเขียว” ให้บุคลากรในพื้นที่วิทยาเขตศาลายา

พร้อมจิต ศรลัมพ์

อดีตหัวหน้าภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์และผู้จัดการอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ มหาวิทยาลัยมหิดล อย่าง รศ.พร้อมจิต ศรลัมพ์ บอกว่า ประเทศไทยมีสมุนไพรดีๆ อยู่จำนวนมาก เนื่องจากตั้งอยู่ในเขตร้อนชื้น อีกทั้งคนไทยมีวัฒนธรรมการกินอาหารที่มีพืชผักสมุนไพรเป็นส่วนประกอบ พืชสมุนไพรหลายอย่างจึงยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้สมุนไพรไทยยังสามารถนำมาใช้ป้องกันและรักษาโรคได้ ทว่าการนำสมุนไพรมาใช้ต้องมีการวิจัย เช่น ขมิ้นชัน หากมีแหล่งปลูกต่างกัน ตัวยาก็ต่างกันด้วย ดังนั้น ในการทำยาสมุนไพรจึงต้องมีการควบคุมดูแลให้มีมาตรฐาน ตั้งแต่การปลูก พื้นที่ ดิน น้ำ ปุ๋ย การดูแลบำรุงรักษา เพื่อให้ได้ผลผลิตที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน กระทั่งได้ตัวยาที่เท่าเทียมกัน

“การวิจัยสมุนไพรจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานสมุนไพร ตั้งแต่กระบวนการปลูก การดูแล และการผลิต เพื่อส่งเสริมความรู้แก่เกษตรกรด้านการควบคุมดูแลคุณภาพสมุนไพร เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดี ผลงานวิจัยต่างๆ จึงควรนำมาพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์แท้จริงต่อเกษตรกร ดังนั้น เอกชน นักวิจัย เกษตรกร ต้องมาหาความร่วมมือกัน และผลักดันสมุนไพรไทยสู่ระดับสากล”

มะลิซาไก

ไม่เพียงเท่านั้น เพราะอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติยังมีสมุนไพรหาชมยากอีกหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโมกราชินี สิรินธรวัลลี สามสิบกีบน้อย จิกดง ซึ่งเป็นพืชชนิดใหม่ของโลก รวมถึง “มะลิซาไก” ซึ่งเป็นสมุนไพรหายากที่ใช้เป็นยาคุมกำเนิดของชนเผ่าซาไก ตลอดจนกำแพงเจ็ดชั้น กวาวเครือขาว กวาวเครือแดง สมุนไพรบำรุงกำลังของไทยที่มีชื่อเสียงในวงกว้าง

Advertisement
อำพล บุญเปล่ง

ด้าน อำพล บุญเปล่ง ผู้ปฏิบัติงานการเกษตร อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ และรองแฟนพันธุ์แท้สมุนไพรไทย ปี 2008 เล่าว่า ปัจจุบันคนมีความสนใจในเรื่องสมุนไพรมากขึ้น หากเป็นคนที่มีความรู้อย่างเชี่ยวชาญ เป็นหมอยาพื้นบ้านแบบเก่งๆ นั้นมีเหลือน้อย เนื่องจากภูมิปัญญาของหมอพื้นบ้านหรือคนโบราณมีมาก แต่ขาดการจดบันทึก ใช้การบอกต่อและจดจำ จนทำให้ภูมิปัญญาเก่าแก่บางอย่างเลือนหายไป

ขณะที่ รศ.ดร.ภก.สมภพ ประธานธุรารักษ์ รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพ และรักษาการผู้จัดการอุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ เปิดเผยถึงทิศทางของอุทยานฯในอนาคตว่า ตั้งเป้าให้อุทยานฯเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพืชสมุนไพรครบวงจรแห่งแรกของประเทศไทย และเป็นแหล่งเรียนรู้ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ขณะเดียวกันก็ต้องการบูรณาการองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยไปสู่สาขาวิชาอื่นๆ มากยิ่งขึ้น

สมภพ ประธานธุรารักษ์

“แม้ปัจจุบันทางอุทยานฯจะมีกิจกรรม นิทรรศการให้ความรู้ และศูนย์วิจัยสมุนไพรแล้ว แต่เราก็อยากจะบูรณาการองค์ความรู้ด้านสมุนไพรไทยไปสู่สาขาวิชาอื่นๆ ให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่หลากหลาย เพราะเราเล็งเห็นว่าในอนาคตผู้คนมีความรู้มากขึ้น ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น และมองหาทางเลือกเพื่อการดูแลตัวเองมากขึ้นด้วย

นิทรรศการถาวร ‘สมุนไพรภูมิปัญญาไทยสู่สากล’

“การอนุรักษ์ภูมิปัญญาสมุนไพรที่จะทำให้คงอยู่กับสังคมได้อย่างยั่งยืนคือ การทำให้คนในสังคมไทยรัก เข้าใจ และใช้ประโยชน์ได้จริงในชีวิตประจำวัน อุทยานฯก็มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เข้าถึงได้ เหมาะกับทุกเพศทุกวัย มีกิจกรรมที่น่าสนใจ เช่น คอร์สทำอาหารเพื่อสุขภาพ การปลูกพืชสมุนไพรและการใช้ประโยชน์ต่างๆ โดยเราคาดว่าภายใน 2 ปีนี้ทุกอย่างน่าจะครบวงจรและเป็นรูปธรรมชัดเจน”

บ้านหมอยา สถานที่ให้คำแนะนำส่งเสริมสุขภาพด้วยแพทย์แผนไทยประยุกต์

ทุกวันนี้ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติยังมีพื้นที่หลายส่วนที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและดำเนินการ อาทิ “อาคารบ้านหมอยา” สำหรับให้คำแนะนำส่งเสริมสุขภาพด้วยแพทย์แผนไทยประยุกต์ การใช้ยาสมุนไพร รวมถึงให้บริการนวดรักษาแบบราชสำนัก “อาคารใบไม้เดียว” อาคารสาธิตการขยายพันธุ์และห้องปฏิบัติการสำหรับการอบรมการแปรรูปสมุนไพร และสาธิตทำอาหาร “อาคารวิจัยและพิพิธภัณฑ์พืช ศูนย์อ้างอิงทางพฤกษศาสตร์ของพืชสมุนไพรไทย” ซึ่งเป็นทั้งห้องปฏิบัติการวิจัยการขยายพันธุ์พืช Gene Bank และการเก็บรวบรวมเมล็ดพันธุ์สมุนไพร และพิพิธภัณฑ์พืช ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมได้ เป็นต้น ตามแผนคาดว่าจะแล้วเสร็จในอีก 2 ปี

ในอนาคต นอกจาก “อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ” จะเป็นแหล่งเรียนรู้สมุนไพรแบบครบ     วงจรแล้ว ยังช่วยสานต่อภูมิปัญญาไทย อันจะเกิดประโยชน์กับคนในชาติและเพื่อนร่วมโลกไม่น้อย