ความพยายามของคนกลุ่มหนึ่งในการทดลองนำเทคโนโลยีวีอาร์ Virtual Reality (ความเป็นจริงเสมือน) มาใช้รายงานข่าวเสมือนจริงขึ้นมา เพื่อเรียกอรรถรสจากมุมมองแบบเข้าไปอยู่ในใจกลางเรื่องแบบ 360 องศา (ผู้ใช้ต้องสวมแว่นขนาดใหญ่เพื่อให้ตัวเองเข้าไปเหมือนอยู่ในสถานการณ์จำลอง) โดยมองว่าเทคโนโลยีวีอาร์ที่ต่างประเทศกำลังนิยมนั้น ลองเอามาประยุกต์ใช้งานรูปแบบอื่น ไม่ใช่แค่ในตลาดเกม หรือวิชาชีพที่ต้องมีชั่วโมงทดลองให้เกิดความถูกต้องแม่นยำ อาทิ จำลองการผ่าตัดรักษาของแพทย์ การฝึกซ้อมรบของทหาร เป็นต้น
รายงานข่าวเสมือนจริงของ ดอนนี่ เดอ ลา ปีญ่า ชาวสหรัฐอเมริกาที่ทำงานในสายเทคโนโลยีการผลิตภาพยนตร์ แต่ลองนำวีอาร์มาใช้รายงานข่าวที่เล่าไปเมื่อสัปดาห์ก่อนว่าเธอใช้กรณีปัญหาของผู้หิวโหยในแอลเอมาเป็นตัวเล่าผ่านเทคโนโลยีนี้
วิธีการทำข่าวแบบวีอาร์ ยังคงยึดถือมาตรฐานแบบสื่อสารมวลชน คือ ไม่สร้างเรื่องขึ้นมาเอง แต่รายงานตามข้อเท็จจริง โดยเพิ่มงานภาพจำลองเหตุการณ์และสถานการณ์รายละเอียดที่เหมือนหรือใกล้เคียงที่สุด
เป็นลักษณะคล้ายงานข่าวกึ่งสารคดีนั่นเอง…
ขณะที่เทคโนโลยีวีอาร์โตขึ้นในแวดวงภาพยนตร์ที่เริ่มมีการถ่ายหนังที่ต้องใช้การชมผ่านเทคโนโลยีนี้ ซึ่งเทศกาลหนังอินดี้หลายแห่งจัดเซ็กชั่นสายหมวดภาพยนตร์วีอาร์ขึ้นมา ตั้งแต่เทศกาลหนัง Sundance, South by Southwest (SXSW) และเทศกาลหนัง Tribeca เป็นต้น
แม้เทคโนโลยีวีอาร์ยังใช้ต้นทุนสูงและเป็นงานเทคนิคพิเศษอยู่มากเกินกว่าจะมาใช้เป็นช่องทางทำสื่อสารมวลชนเชิงข่าวให้แพร่หลายในวงกว้าง แต่น่าสนใจว่าหากผู้เกี่ยวข้องทางตรงของเรื่องราวได้ชมข่าวเสมือนจริงผ่านวีอาร์จะทำให้เกิดการซึมซับและร่วมมือหาทางออกได้ นั่นคือสิ่งที่ “ดอนนี่ เดอ ลา ปีญ่า” เชื่ออย่างนั้น
เป็นที่มาที่เธอทำโปรเจ็กต์ข่าวเสมือนจริงถัดมา นั่นคือ สงครามกลางเมืองที่ซีเรีย ซึ่งโปรเจ็กต์นี้สร้างด้วยการชมผ่านวีอาร์ โดยตั้งใจให้เป็นผลงานแนวแคมเปญรณรงค์ต่อต้านความรุนแรงที่กระตุ้นให้คนดูหดหู่ และอยากเห็นสันติภาพ เห็นอกเห็นใจต่อชะตากรรมเพื่อนมนุษย์
“ดอนนี่” ยังรายงานข่าวดังของสหรัฐอเมริกาอย่างกรณีมีเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงเด็กผิวสี ที่เป็นประเด็นอ่อนไหวรุนแรงมาก วิธีรายงานผ่านวีอาร์คือการส่งทีมงานไปสำรวจสถานที่เกิดเหตุจริง และสร้างภาพจำลองถนนหนทาง ตึกรามบ้านช่องที่อยู่ในช่วงจุดเกิดเหตุขึ้นมาบนคอมพิวเตอร์ จากนั้นยังใช้หลักฐานจำพวกไฟล์ที่บันทึกเสียงการโทรเรียกสายด่วน 911 ที่มีการพูดคุยกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์จริงๆ มาตัดสลับเข้าไปในข่าวเสมือนจริง และมีกระบวนการเสาะหาข้อมูลในแบบผู้สื่อข่าวอื่นๆ เพื่อใช้นำมาประกอบเรื่อง
นอกจากผู้ชมจะได้ชมเหตุการณ์นี้ในแบบเหมือนอยู่ “ใจกลางเรื่อง” อย่างที่เธอใช้เป็นจุดขาย เธอยังเชื่อว่า หากเลือกประเด็นที่เหมาะสมมานำเสนอจะสร้างแรงกระเพื่อมในสังคมได้ไม่มากก็น้อย
ด้วยความมุ่งหวังว่าเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมการสื่อสารมวลชนแห่งอนาคต

