เยือนเมืองท่าไม่ซ้ำที่ สวรรค์ของนักเที่ยวเรือสำราญ

“มันจะดีแค่ไหนถ้าตื่นมาทุกเช้า เราจะได้เที่ยวในสถานที่ที่ไม่ซ้ำกันเลย” นี่คือประโยคที่จำกัดความการท่องเที่ยวด้วยเรือสำราญ เพราะในระหว่างที่เราหลับ เรือสำราญจะแล่นตรงไปยังจุดหมายต่างๆ ให้เราได้ตื่นขึ้นมาพบกับประสบการณ์ใหม่ๆ ทุกวัน

เรือคอสตา นีโอ โรแมนติกา เป็นเรือของคอสตา กรุ๊ป ที่ให้บริการท่องเที่ยวในน่านน้ำเอเชียมาเกือบ 10 ปี มีหลากหลายเส้นทาง ส่วนใหญ่จะเน้นไปที่ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ จีน ไต้หวัน และจากการได้ไปใช้ชีวิต 8 วัน 7 คืน ในเส้นทาง โตเกียว – โกเบ – จี้หลง – มิยาโกจิมะ – โคจิ – โยโกฮาม่า มาแล้ว ก็ให้ความรู้สึกว่า ชีวิตเราไม่ได้หยุดนิ่ง ถึงแม้จะนอนหลับอยู่ก็ตาม

การเดินทางในทริปนี้เริ่มต้นจากท่าเรือในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อตรวจสอบเอกสารต่างๆ แล้ว ก็ได้เวลาออกผจญภัยไปกับคอสตา นีโอ โรแมนติกา

โกเบ เมืองนี้ไม่ได้มีแค่เนื้อวัว

หลังจากค่ำคืนแรกในการพักผ่อนที่เคบิน(ห้องพัก) ของตัวเอง ช่วงสายๆ เรือได้เทียบท่าเมืองโกเบ เมืองท่าที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ความทันสมัย แฟชั่น และความน่ารักของบ้านเมือง

ว่ากันว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะไม่ค่อยสนใจโกเบ เพราะเป็นเมืองที่ไม่ไกลจากโอซาก้านัก ทำให้เมื่อเรือจอดเทียบท่าแห่งนี้ นักท่องเที่ยวก็เลือกที่จะเดินทางไปโอซาก้ากัน และปล่อยให้โกเบเป็นแค่ท่าจอดเรือเท่านั้น

ต้องบอกว่าโอซาก้าก็น่าเที่ยว แต่โกเบก็ไม่ได้มีแต่เนื้อวัวที่ขึ้นชื่อเท่านั้น สถานที่ท่องเที่ยวก็น่าสนใจมากทีเดียว สถานที่แรกที่จะได้เห็นเมื่อเรือเทียบท่า คือ เมริเคน ปาร์ก หรือสวนสาธารณะเมอริเคน ที่อยู่ใกล้กับท่าเรือ เป็นสวนสาธารณะขนาดใหญ่ ที่รวบรวมสถานที่ชิคๆ ไว้มากมาย ส่วนความหมายของชื่อเมอริเคน มาจากคำว่า “อเมริกัน” (American) ที่ชาวญี่ปุ่นใช้เรียกชาวอเมริกัน เนื่องจากสถานกงสุลสหรัฐอเมริกาอยู่ใกล้กับสวนแห่งนี้

โกเบ เทาเวอร์ ถือสัญลักษณ์ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นหอคอยความสูง 108 เมตร สูงสุดเป็นอันดับ 2 ของญี่ปุ่น เป็นรองเพียง โตเกียว เทาเวอร์ ที่สูง 333 เมตรเท่านั้น เมื่อขึ้นไปแล้วจะได้ชมวิวของอ่าวโกเบแบบกว้างสุดลูกหูลูกตา อีกด้านหนึ่งก็เป็นเมืองโกเบ ที่มีทั้งตึกรามบ้านช่องทันสมัย มองไปไกลกว่านั้นมีภูเขากั้นอยู่ ยิ่งถ้าขึ้นมาในช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกยาวไปจนถึงบริเวณท่าเรือเปิดไฟสีสันสดใสแล้วล่ะก็ บรรยากาศโรแมนติกสุดๆ ไปเลย

บริเวณรอบๆ พิพิธภัณฑ์มากมาย ทั้ง พิพิธภัณฑ์ทางทะเล และ พิพิธภัณฑ์รถคาวาซากิ (Kobe Maritime Museum and Kawasaki Good Times World) ฟากหนึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ทางทะเลที่รวบรวมเรือชนิดต่างๆ เอาไว้ให้ได้ศึกษา รวมทั้งประวัติศาสตร์ทางการค้าของญี่ปุ่นกับต่างชาติ และการบริหารจัดการท่าเรือแห่งนี้ อีกฟากหนึ่ง คือ พิพิธภัณฑ์รถคาวาซากิ ที่รวบรวมความเป็นมาของบริษัท Kawasaki Heavy Industries เข้าของอุตสาหกรรมหนักที่ผลิตทั้งรถมอเตอร์ไซค์ รถยนต์ เครื่องจักร รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็น เฮลิคอปเตอร์ เหมาะกับคนรักเครื่องยนต์จริงๆ

อีกจุดหนึ่งที่ได้ไปเยือน คือ ย่านบ้านพักชาวต่างชาติคิตะโนะ (Kitano Street Ijinkan) ที่มีบ้านพักของชาวต่างชาติที่มาค้าขายในเมืองโกเบ ในอดีต บ้านแต่หลังเป็นสไตล์ตะวันตก ส่วนหลังที่มีชื่อเสียงมากๆ จนคนแวะมาชมกันแน่น คือ เรือนไก่กังหันลม (Weather Cock House) เป็นบ้านสีเขียวสไตล์เยอรมัน สร้างขึ้นเพื่อเป็นเรือนรับรองของกงสุลใหญ่สหรัฐอเมริกา เมื่อปี 1903

ทางเดินบริเวณย่านนี้ เป็นทางเดินขึ้นภูเขา เต็มไปด้วยบ้านเรือนสีขาวน่ารัก บ้างก็ทำเป็นร้านขายกิ๊ฟช็อป ร้านอาหาร มีดอกไม้ปลูกไปทั่วบริเวณ อากาศที่กำลังดี จูงมือใครสักคนเดินเล่นรับรองเพลินจนไม่อยากกลับ

จี้หลง-จิ่วเฟิ่น เมืองเก่าที่ทำให้น้ำหนักพุ่ง
เนื่องจากสภาพอากาศไม่เป็นใจ ทำให้การเทียบท่าที่เมืองโคชิ ต้องเลื่อนออกไปในวันท้ายๆ คอสตา นีโอ โรแมนติกา จึงต้องลอยยู่ในทะเล 2 วัน 2 คืน ก่อนจะมาเทียบท่าที่เมืองจี้หลง(Kee Lung) เมืองท่าสำคัญของไต้หวัน ที่มี หมู่บ้านโบราณจิ่วเฟิ่น เป็นไฮไลต์ที่ทำให้ต้องแวะไปเยี่ยมชม

จิ่วเฟิ่นเป็นหมู่บ้านที่อยู่บนเนินเขา รักษาสภาพของความเก่าแก่เอาไว้ได้อย่างดี เมื่อรถบัสนำเที่ยวจอดแล้ว เราก็มีอิสระที่จะไปค้นหาความน่าสนใจของที่นี่ สิ่งที่พลาดไม่ได้เลย คือ การไปทักทาย โรงน้ำชาอาเหม่ย (Amei Tea House) ที่มีอายุกว่า 100 ปี เป็นโรงน้ำชาสีแดง ที่เป็นหนึ่งในฉากของอะนิเมชั่น Spirited Away ที่ดังไปทั่วโลก ที่นี่มีชาอู่หลงหอมๆ และขนมบริการ แต่ไม่มีอาหารหนักๆ ให้อิ่มท้อง แค่วิวงามหยดของอ่าวจี้หลงกับชาหอมๆ ก็สุดยอดแล้ว

ก่อนจะไปตะลุยถนนคนเดินและตลาดโบราณของที่นี่ ลองแวะเข้าไปดูโรงหนังเซิ่งผิง โรงหนังโบราณที่สร้างมาแล้วกว่า 100 ปี ที่วันนี้อาจจะไม่ได้ใช้งานในการฉายภาพยนตร์แล้ว แต่ก็จำลองบรรยากาศเก่าๆ เอาไว้อย่างครบถ้วน

ได้เวลาอิ่มท้องกันกับอาหารเด็ดๆ ของจิ่วเฟิ่น อันดับแรกต้องขึ้นไปด้านบน ชิมบัวลอยสไตล์ไต้หวันที่เรียกว่า ยวี่ หยวน ร้านดังที่นี่ต้อง ร้านไล่อาโผ (Lai Ah Po Yu Yuan) เอาเผือก งาดำ ใบเตย มัน มาทำเป็นบัวลอย ราดด้วยน้ำเชื่อม สั่งได้ทั้งร้อนและเย็น คนนั่งกินแน่นร้าน

อีกร้านที่คนต่อคิวยาว คือ ร้านไอศกรีมโรล (A Zhu Peanut Ice Cream Roll) ที่เอาไอศครีมมาโรยด้วยถั่วตัด ผักชี แล้วห่อด้วยแป้งคล้ายโรตี ม้วนเป็นโรล ว่ากันว่ากินแล้วรสชาติกลมกล่อมเข้ากันได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ถ้าไต้หวันมีอะไรที่โด่งดัง รับรองว่าที่นี่รวมมาให้คุณทั้งหมด พายสัปปะรด, ชาไข่มุก, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ, เต้าหู้เหม็น, เห็ดย่าง ฯลฯ คือบอกกันตรงๆ ว่า เงินหมดกระเป๋า น้ำหนักพุ่ง แน่นอน อยากให้ไปลองกันเอง

มิยาโกจิมะ ทะเล ผีเสื้อ เกลือหิมะ
ถึงแม้จะอยู่ในทะเลลึก แต่ก็ยังไม่ได้เห็นชายหาดแจ่มๆ เลย แล้วเช้าของอีกวันก็ได้สัมผัสชายหาดสวยๆ สมความตั้งใจ มิยาโคจิมะ เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของเกาะต่างๆ ในจังหวัดโอกินาว่า น้ำทะเลที่นี่ใสจนมองไกลๆ เป็นสีฟ้า

ทรายของชายหาดที่นี่มีความละเอียดสูงมาก สูงจนเรียกได้ว่าเป็นปุยหิมะเลยทีเดียว ขณที่เกลือของเกาะแห่งนี้ก็ละเอียดเป็นหิมะเช่นกัน จึงมีการนำมาผลิตเป็นเกลือขัดผิว เกลือทำอาหาร และสารพัดเกลือ บริเวณทางเหนือของเกาะจะมี ลานเกลือยูกิชิโอะ ที่มีร้านขายผลิตภัณฑ์เกลือทั้งหลาย บริเวณใกล้ๆ ก็เป็นชายหาดที่มองเห็น สะพานอิราบุโอฮาชิ ซึ่งเป็นสะพานที่ไม่เก็บค่าบริการที่ยาวที่สุดในญี่ปุ่น ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร

เดินทางกันต่อไปที่สวนสาธารณะในทะเล หรือจะเรียกว่าพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำก็ไม่ผิด แต่แทนที่จะสร้างอยู่บนพื้นดินแล้วนำตู้ปลามาโชว์ ที่นี่ใช้วิธีสร้างลงไปในทะเล เพื่อที่ผู้เข้าชมจะได้เห็นสิ่งมีชีวิตในทะเลได้จริงๆ มีปลาหลายชนิด โดยเฉพาะปลาการ์ตูนลวดลายสวยงาม อารมณ์เหมือนมาดำน้ำแบบไม่เปียกและหายใจสะดวกอะไรประมาณนั้น

อีกจุดที่ห้ามพลาด คือ อุโมงค์ต้นไม้ที่ชายหาดสุนะยะมะ เป็นปะการังไล่ระดับที่โผล่ขึ้นมาพ้นทะเล และโดนสภาพอากาศกัดเซาะจนกลายเป็นอุโมงค์ ใครๆ ก็ต้องแวะมาถ่ายรูปกับอุโมงค์แห่งนี้

จริงๆ แล้วที่นี่มีหาดสวยๆ มากมาย และมีร้านอาหารท้องถิ่นให้อิ่มท้อง ถ้ามีเวลาควรขับรถเที่ยวให้ทั่วเกาะ ในหลายๆ จุดของมิยาโคจิมะมีสวนดอกไม้หลากสี ที่มีผีเสื้อบินกันให้ว่อน สีสันสดใสตัดกับท้องฟ้าสีเข้ม ไม่ว่าคุณจะรักทะเลหรือไม่ แต่เกาะนี้จะทำให้คุณไม่อยากขยับตัวไปไหนแน่นอน

โคจิ ปราสาท รถราง ปลาย่างอร่อย
โคจิเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโคจิ เกาะที่ไม่มีชื่อเสียงนักของญี่ปุ่น แต่มีความน่ารัก น่าไปนั่งรถราง เดินเล่น ชมปราสาท และชิมอาหารทะเลขึ้นชื่อ

รถบัสพาแล่นชมเมืองโคจิ รถราไม่พลุกพล่าน แถมยังมีรถรางให้บริการ รถรางนี้จะให้บริการในเมืองเท่านั้น เพราะโคจิเป็นเมืองเล็ก ทำให้ไม่มีรถไฟฟ้า ชาวเมืองจึงใช้รถรางเป็นหลัก ส่วนรถบัสก็จะให้บริการเดินทางออกไปนอกเมือง เมื่อเห็นรถรางวิ่งอยู่ในเมืองริมทะเลแล้วบอกเลยว่าบรรยากาศน่ารักแบบไม่น่าเชื่อ

สถานที่ซึ่งถ้าใครมาเมืองนี้แล้วไม่มาเยี่ยมชมถือว่ามาไม่ถึง คือ ปราสาทโคจิ 1 ใน 12 ปราสาทโบราณของญี่ปุ่นที่ยังเหลืออยู่ และปราสาทแห่งนี้ไม่เคยถูกภัยสงครามรุกราน จึงทำให้สภาพทั้งภายนอกและภายในค่อนข้างสมบูรณ์ สร้างเสร็จในปี ค.ศ.1603 จนถึงวันนี้ก็มีอายุกว่า 516 ปีแล้ว

ด้วยความที่เป็นปราสาทที่ตั้งอยู่บนป้อมปราการสูง ทำให้มองเห็นวิวเมืองโคจิได้ชัดเจนเมื่ออยู่บนชั้นสูงสุด ปราสาทโคจิต้องสร้างทางระบายน้ำเอาไว้มากมาย เพราะเมืองนี้มีฝนตกชุก ทำให้อาจจะมีน้ำขังจนสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างและส่วนต่างๆ ของปราสาทได้ จึงต้องสร้างทางระบายน้ำออกให้เร็วที่สุด

ไม่ไกลจากปราสาทโคจิ จะมี ตลาดฮิโรเมะ ที่มีอาหารทะเลสดๆ หลายร้านมาประชันกันให้ลูกค้าเลือก สิ่งที่มาถึงแล้วต้องชิมให้ได้ คือ คัทสึโอะ ทาทาคึ หรือปลาโอย่าง ที่ย่างด้วยไฟแรงให้หนังด้านนอกสุก แต่เนื้อด้านในยังสดอยู่ โรยด้วยซอสหวาน เกลือ หรือมะนาว ว่ากันว่าเมนูนี้ถ้าดีที่สุดต้องกินที่โคจิเท่านั้น

โยโกฮาม่า ร่ำลา แล้วเราจะได้พบกันใหม่
เรือคอสตา นีโอ โรแมนติกา เทียบท่าที่ท่าเรือโยโกฮาม่า เป็นอันสิ้นสุดการท่องเที่ยว 8 วันในครั้งนี้ วันสุดท้ายก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ยังได้ชมวิวท่าเรือ และอ่าวโยโกฮาม่า ย่านอุตสาหกรรมของเมือง ก่อนจะขึ้นเครื่องบินกลับกรุงเทพมหานครที่สนามบินฮาเนดะ

การเดินทางจบลงด้วยความรู้สึกอิ่มใจ ถึงแม้จะมีเวลาไม่มากในแต่ละเมือง แต่คอสตา กรุ๊ป และทีมไกด์ทั้งหลายก็พยายามใช้ช่วงเวลาทุกนาทีให้ลูกทัวร์ได้เก็บเกี่ยวความสุขกลับไปให้ได้มากที่สุด และสะดวกสบายที่สุด

เครื่องบินแตะรันเวย์ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นเช้าวันใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในทะเล แต่ความสุขที่แบกใส่กระเป๋ามาจากทุกเกาะที่ได้ไปเยือน ก็มากพอที่จะจัดสรรปันส่วนสร้างพลังในการทำงานกันต่อ

จนกว่าจะได้พบกันใหม่ คอสตา นีโอ โรแมนติกา

สนใจข้อมูลการท่องเที่ยวด้วยเรือคอสตา นีโอ โรแมนติกา เข้าไปได้ที่ www.costaasia.com

  

บทความก่อนหน้านี้‘ธีราทร’รับเสียดาย ‘มารินอส’ พลาด 3 แต้มหลังบุกพ่าย ‘เอส-พัลส์’ 2-3
บทความถัดไป‘ศิริพร’ พูดแล้ว!! หลังลูกบุญธรรมโพสต์พาดพิงมีหญิงคนสนิท