อาศรมมิวสิก : 136ปี‘พระเจนดุริยางค์’ : โดย สุกรี เจริญสุข

30.06.19 | 13:00 น.

เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา พันตำรวจโท ทีฆาโพธิเวส ซึ่งท่านเป็นลูกศิษย์พระเจนดุริยางค์สายตรง หลังจากที่พระเจนดุริยางค์ย้ายจากกรมศิลปากรไปทำงานที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ ด้วยเหตุทางการเมือง โดยเปิดสอนนักเรียนดนตรีในกองดุริยางค์

หลักสูตร “นักดนตรี” ซึ่งมีลูกศิษย์ที่มีบทบาทต่อวงการดนตรีในเวลาต่อมาหลายคน อาทิ พันจ่าอากาศเอก มนัส ปิติสานต์ นักประพันธ์เพลงไทยสมัยนิยม มีเพลงดังมากมาย เช่น เหมือนคนละฟากฟ้า ระฆังใจ เพื่อเธอที่รัก เปลวไฟรัก พิภพมัจจุราช คืนคำรัก หุ่นไล่กา ปอบผีฟ้า แม่นาคพระโขนง เสน่หาอาลัย ดาวพระศุกร์ เป็นต้น

ลูกศิษย์พระเจนดุริยางค์ที่สำคัญในรุ่นเดียวกัน อาทิ ครูปรีชา เมตไตรย์ นักแต่งเพลงคนสำคัญ ครูสง่า อารัมภีร ศิลปินแห่งชาติ ครูใหญ่ นภายน นาวาอากาศโท อารี สุขะเกศ
ครูชลหมู่ ชลานุเคราะห์ ซึ่งเป็นนักเชลโลและเป็นผู้ควบคุมวงดุริยางค์แห่งกรมศิลปากร ต่อจากพระเจนดุริยางค์

พันตำรวจโท ทีฆา โพธิเวส ลูกศิษย์พระเจนดุริยางค์ น่าจะเป็นลูกศิษย์คนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งในขณะนี้อายุ 88 ปีแล้ว ท่านปรารภว่า “ปัจจุบันนี้ ดูเหมือนว่าเด็กรุ่นใหม่ไม่มีใครรู้จักพระเจนดุริยางค์อีกแล้ว เราจะทำอย่างไรดี” ผมได้พยายามอธิบายไปว่า ความจริงนั้น ยังมีมูลนิธิพระเจนดุริยางค์ อยู่ที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ และยังมีมูลนิธิศิลปินแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรมได้จัดทำเรื่องราวและประวัติของพระเจนดุริยางค์ไว้อย่างดีมากทีเดียว ยังมีเพลงชาติ ผลงานพระเจนดุริยางค์ ที่เปิดวันละ 2 เวลาอยู่แล้ว

พ่อของพระเจนดุริยางค์ ชื่อจาคอบ ไฟต์ (Jacob Feit) เป็นชาวเยอรมัน เกิดที่เมืองเตรียร์ (Trier) อยู่ทางตะวันตกของเมืองแฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt) ต่อมาเมื่อพ่อมีภรรยาใหม่ จาคอบ ไฟต์ ก็ได้หนีออกจากบ้าน เดินทางไปสหรัฐอเมริกา (อายุ 19 ปี) ได้สมัครเป็นทหารอาสา เข้าร่วมในสงคราม ได้รับสัญชาติอเมริกัน เนื่องจากมีความสามารถทางดนตรี (ไวโอลิน) จึงได้อยู่ในกองดุริยางค์ทหาร ต่อมาได้รับการเชื้อเชิญจากกงสุลอเมริกัน (ในสยาม) พ.ศ.2416 ให้เข้ารับราชการในกรุงสยาม ทำหน้าที่สอนทหารแตรที่วังหน้าและสอนแตรกองทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมัยรัชกาลที่ 5

Advertisement

จาคอบ ไฟต์ แต่งงานกับแม่ทองอยู่ (สาวชาวมอญ) เนื่องจากเป็นชาวต่างชาติ (ตะวันตก) เป็นเรื่องต้องห้ามที่จะแต่งงานกับสาวชาวไทยสมัยนั้น มีลูกด้วยกัน 3 คน (Paul, Leo และ Peter)

จาคอบ ไฟต์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ.2452 ในตำแหน่งหัวหน้ากองแตรวงกองทัพบก

พระเจนดุริยางค์ (Peter Feit) เกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2426 เสียชีวิตเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ.2511 พ่อได้สอนดนตรีและให้การสนับสนุนเรื่องการศึกษาอบรมที่ดี สนับสนุนให้ได้เรียนหนังสือ มีความสามารถสูงทางด้านภาษาอังกฤษและภาษาฝรั่งเศส ทั้งพ่อยังได้จัดหาหนังสือตำราที่เกี่ยวกับดนตรีจากยุโรปมาสอนให้ มีครบทุกอย่างที่อยากได้

พระเจนดุริยางค์ ได้บันทึกไว้ว่า “แต่บิดาก็ได้กำชับไม่ให้ยึดถือและอาศัยวิชาดนตรีซึ่งท่านได้ให้ไว้นั้นเป็นอาชีพเป็นอันขาด โดยบิดาท่านให้เหตุผลว่า คนไทยเราไม่ใคร่สนใจในศิลปะการดนตรีเท่าใดนัก ชอบทำกันเล่นๆ สนุกๆ ไปชั่วคราวเท่านั้น แล้วก็ทอดทิ้งไป”

พระเจนดุริยางค์ ได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนอัสสัมชัญ บางรัก เมื่อเรียนจบก็สอนภาษาที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ขณะนั้นอายุได้ 18 ปี ต่อมาพ่อได้ฝากฝังให้เข้ารับราชการที่กรมรถไฟหลวง ในปี พ.ศ.2444 ทำงานที่กรมรถไฟหลวง กระทั่งปี พ.ศ.2460 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ ให้พระเจนดุริยางค์มาดูแลวงเครื่องสายฝรั่งหลวง แทนครูอัลเบอร์โต นาซารี (Alberto Nazzari) ชาวอิตาเลียน ซึ่งต้องเดินทางกลับประเทศ เพื่อไปเป็นทหารรบในสงครามโลก

เมื่อพระเจนดุริยางค์อายุได้ 49 ปี (พ.ศ.2475) ได้ประพันธ์ทำนองเพลงชาติไทย จากพงศาวดารกระซิบ บ้างก็เล่ากันว่า พระเจนดุริยางค์ได้ถูกตัดสินลดเงินเดือนจาก 500 บาท ให้เหลือ 250 บาท เพราะไปแต่งเพลงชาติแข่งกับเพลงสรรเสริญพระบารมี แต่อีกกระแสหนึ่งบอกว่า ภรรยาหลวง (Etha Edlefsen) ฟ้อง (หย่า) ต่อเจ้าพระยาวรพงศ์พิพัฒน์ เสนาบดีกระทรวงวัง เพื่อขอแบ่งเงินเดือนเป็นค่าเลี้ยงดูลูก 6 คน (ครึ่งหนึ่ง) ภรรยาคนที่สองชื่อ แม่บัวคำ มีลูกด้วยกัน 3 คน และภรรยาคนที่สามชื่อ ส้มลิ้ม มีลูกด้วยกัน 5 คน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงโปรดเกล้าฯ สร้างกระโจมดนตรีชื่อ กาแฟนรสิงห์ ตั้งอยู่ที่สนามเสือป่า เพื่อการจัดแสดงดนตรีขึ้น เป็นดนตรีเพื่อประชาชน รวมทั้งข้าราชบริพาร ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ได้มีโอกาสได้ฟังวงออเคสตราแสดง นำโดยพระเจนดุริยางค์

สมาคมฝรั่งเศส ได้เชิญวงออเคสตรา ที่นำโดยพระเจนดุริยางค์ ไปแสดงที่ราชกรีฑาสโมสรบ่อยๆ โดยทางรัฐบาลฝรั่งเศสได้มอบรางวัลเหรียญตราดุษฎีมาลาให้แก่พระเจนดุริยางค์เพราะความสามารถทางดนตรี ซึ่งกิจกรรมการแสดงดนตรีทำให้วงดนตรีในสมัยของพระเจนดุริยางค์มีความมั่นคงและเข้มแข็งมาก อาจจะแข็งแรงที่สุดวงหนึ่งในภูมิภาคก็ว่าได้

ต่อมารัฐบาลได้ย้ายวงดนตรีเครื่องสายฝรั่งหลวงจากกระทรวงวังให้ไปขึ้นกับกรมศิลปากร ในปี พ.ศ.2477 โดยเปลี่ยนชื่อวงให้เป็นวงดนตรีสากล กรมศิลปากร ประกอบกับงบประมาณน้อยลง นักดนตรีถูกตัดออกไป งบประมาณเครื่องดนตรีก็ถูกตัดออก ทำให้การพัฒนาดนตรีเป็นไปได้ยากลำบาก ซึ่งพระเจนดุริยางค์ได้ระบายความรู้สึกไว้ว่า “เป็นระดับความเจริญของวงดนตรีที่ถึงขีดสูงสุดในรัชกาลที่ 7 กลับลดลงสู่ระดับต่ำสุด”

คุณภาพของวงดุริยางค์ทรุดโทรมลงอย่างน่าใจหาย

ปี พ.ศ.2480 พระเจนดุริยางค์ถูกส่งให้ไปดูงานที่ประเทศยุโรปเป็นเวลา 10 เดือน เมื่อกลับมาก็ได้ร่างโครงการเสนอเพื่อพัฒนาการศึกษาดนตรีเพื่อจะฟื้นฟูคุณภาพของวงดนตรี แต่ก็ได้รับการปฏิเสธจากกรมศิลปากร ในปี พ.ศ.2483 พระเจนดุริยางค์ได้ย้ายจากกรมศิลปากรไปรับราชการที่กองดุริยางค์ทหารอากาศ มีหน้าที่ดูแลจัดตั้งวงดนตรีเพลงประกอบภาพยนตร์ กองภาพยนตร์ ทหารอากาศ ตามนโยบายจอมพล ป. พิบูลสงคราม ต่อมาพระเจนดุริยางค์ได้เสนอจัดตั้งโรงเรียนดุริยางค์ทหารอากาศ

ระหว่างที่พระเจนดุริยางค์อำนวยการสอนอยู่ที่โรงเรียนกองดุริยางค์ทหารอากาศ พระเจนดุริยางค์ได้ตั้งหน้าตั้งตาเขียนตำราดนตรี เพื่อใช้ในการสอนเด็ก เขียนตำราดนตรีเรียน การเรียบเรียงหนังสือและตำราทฤษฎีดนตรี การบัญญัติศัพท์ดนตรีขึ้น อาทิ ตัวกลม ตัวขาว ตัวดำ ตัวเขบ็ตหนึ่งชั้น ตัวหยุด กุญแจประจำหลัก กุญแจซอล กุญแจฟา บรรทัดห้าเส้น เป็นต้น เพื่อให้เด็กไทยเข้าใจได้ง่ายขึ้น พระเจนดุริยางค์เป็นบุคคลสำคัญ เป็นผู้วางรากฐานการศึกษาดนตรีให้แก่ระบบการศึกษาไทย

เมื่อพระเจนดุริยางค์เกษียณอายุจากราชการ (พ.ศ.2486) ได้รับเชิญให้กลับไปดูแลวงดนตรีที่กรมศิลปากรอีกครั้ง โดยมอบตำแหน่งให้เป็น “ศาสตราจารย์การดนตรีพระเจนดุริยางค์” ประจำกรมศิลปากร ในปี พ.ศ.2497 พระเจนดุริยางค์ได้ลาออกจากกรมศิลปากร และได้รับเชิญไปอยู่ที่กรมตำรวจ สอนวิชาดนตรีกระทั่งเสียชีวิต (พ.ศ.2511)

ผลงานชิ้นสำคัญของพระเจนดุริยางค์ คือ การประพันธ์ทำนองเพลงและเรียบเรียงเพลงชาติไทย ยังได้เรียบเรียงเพลงไทยสำหรับวงออเคสตรา อาทิ เพลงชาติ ต้นบรเทศ พม่ารำขวาน พม่าแปลง เพลงปฐม ธรณีกรรแสง ลาวกระทบไม้ เป็นต้น สำหรับเพลงที่พระเจนดุริยางค์ได้ประพันธ์ขึ้นใหม่ อาทิ เพลงทหารของชาติ เพลงเถลิงศก เพลงศรีอยุธยา การเรียบเรียงเพลงประกอบภาพยนตร์ เรื่องพระเจ้าช้างเผือก เพลงพระเจ้าจักรา บ้านไร่นาเรา เป็นต้น

พระเจนดุริยางค์ได้เป็นผู้นำการบันทึกโน้ตเพลงไทยให้เป็นโน้ตสากล เพื่อรักษาเพลงไทยเอาไว้สืบไป เพลงไทยจำนวนหนึ่งได้จัดพิมพ์ขึ้นเป็นเล่ม เพลงอีกจำนวนมากทำไม่เสร็จ เพราะไม่มีงบประมาณสนับสนุน ส่วนใหญ่เป็นการบันทึกทางเพลงในแนวทางของเครื่องดนตรีต่างๆ ทางฆ้อง ทางระนาดเอก ระนาดทุ้ม ทางขลุ่ย ทางปี่ ทางซอ เป็นต้น

สิ่งที่คาดคิดไม่ถึงอีกอย่างคือ พระเจนดุริยางค์ได้เขียนทำนองเพลงสำหรับเด็กเป็นทางเปียโน โดยนายฉันท์ ขำวิไล เป็นผู้เขียนเนื้อร้องเพลงเด็ก แต่ก็ไม่ได้รับการแพร่หลาย เพราะในเมืองไทยหานักเปียโนได้ยาก โรงเรียนอนุบาลก็ไม่มีครูสอนดนตรี ครูดนตรีจำนวนมากเล่นเปียโนไม่ได้ แม้จะหาครูเปียโนได้ แต่นักเปียโนไทยก็ฝึกด้วยเพลงสากลเสียหมดสิ้น

ผลงานของพระเจนดุริยางค์และนายฉันท์ ขำวิไล ชิ้นนี้ จึงไม่เป็นที่รู้จัก หรือแทบจะหายสาบสูญไปเลย

วันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ.2562 เป็นปีที่พระเจนดุริยางค์มีอายุครบ 136 ปี ลูกศิษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ คนดนตรีผู้ที่ศึกษาชีวิตและผลงานของปูชนียบุคคลอย่างพระเจนดุริยางค์ ก็พยายามจะจัดกิจกรรมเสนอ สิ่งหนึ่งที่น่าจะทำอย่างยิ่งคือ การรวบรวมผลงานของพระเจนดุริยางค์ บันทึกเสียงเสียใหม่ โดยวงดนตรีออเคสตราที่ดีที่สุดเท่าที่กำลังจะทำได้ โดยเฉพาะกรมศิลปากร เป็นทั้งงานโดยตรง เป็นทั้งงานของชาติ

และเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ด้วยซ้ำไป