ลัทธิเทวราช หมายถึง ระบบความเชื่อว่าพระราชามนุษย์เมื่อสวรรคต ผีพระขวัญจะขึ้นไปสถิตรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเทวะบนสวรรค์ เรียกเทวราช มีพลังอําานาจปกป้องคุ้มครองให้คุณและโทษผู้มีชีวิตในราชอาณาจักร โดยเทวราชสามารถสื่อสารกับคนทั้งปวงผ่านพราหมณ์พื้นเมือง (หรือ หมอพราหมณ์) ในพิธีทรงเจ้าเข้าผี
[ทรงเจ้าเข้าผีในลัทธิเทวราช มีตกค้างถึงปัจจุบันในคำทำนายจากพระโคเสี่ยงทาย พิธีจรดพระนังคัล แรกนาขวัญ และพบในพิธีครอบนาฏศิลป์และดนตรี]
เหล่านี้มีขึ้นจากการประสมประสานความเชื่อท้องถิ่นในศาสนาผี (ผีมด, ผีเม็ง, ผีแถน) เข้ากับความเชื่อสากลเรื่องราชาเหนือราชาทั้งหลาย ที่เรียก จักรพรรดิราช หรือ จักรวาทิน โดยรับเข้ามาใหม่จากอินเดียพร้อมศาสนาพุทธและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู
การประสมประสานกันระหว่างความเชื่อเก่ากับความเชื่อใหม่ น่าจะก่อหวอดมีแล้วตั้งแต่ศาสนาจากอินเดียแผ่ถึงอุษาคเนย์ เพื่อยกสถานะคนชั้นนําพื้นเมืองท้องถิ่นจากหมอมดหมอขวัญขึ้นเป็นเจ้า ได้แก่ เทพเจ้า (หรือ พระพุทธเจ้า) สืบเนื่องจนสมมุติชื่อเรียกสมัยหลังว่าลัทธิเทวราช เป็นความเชื่อมีในราชสํานักภูมิภาคอุษาคเนย์ โดยเฉพาะราชสํานักอาณาจักรกัมพูชา เมื่อเรือน พ.ศ. 1500 [ลัทธิเทวราชไม่พบในอินเดีย]
ราชสํานักรัฐละโว้ (ลพบุรี) พูดภาษาเขมร (เป็นขอม) รับลัทธิเทวราชจากอาณาจักรกัมพูชา แล้วส่งต่อราชสํานักรัฐอยุธยา (ที่สืบทอดจากรัฐละโว้ สมัยแรกพูดภาษาเขมร สมัยหลังพูดภาษาไทย)
เทวราช เป็นลัทธิความเชื่อถูกสร้างใหม่ โดยรับความเชื่อเรื่องเทวะเข้าประสมกลมกลืนกับความเชื่อเรื่องผีบรรพชนผีแถนและผีขวัญ แล้วได้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ใหม่ขนานนามว่าเทวราช เรียกตามพื้นเมืองว่า ผีฟ้า (ผี หมายถึง ผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติ คือ เทวะ) ผีฟ้ามีอํานาจเหนือธรรมชาติ (ซึ่งเป็นแบบใหม่) ที่คลุกเคล้ากันระหว่างเทวดากับผี ซึ่งมีตัวอย่างสําคัญมากที่ปราสาทนครวัด
เทวราชปราสาทนครวัด พระเจ้าสูรยวรรมัน (สุริยวรมัน) ที่ 2 ผู้ทรงสร้างปราสาทนครวัด ครั้นสวรรคตแล้วผีพระขวัญถูกเชิญสู่โลกหลังความตาย รวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระวิษณุ เท่ากับทรงเป็นเทวราชได้พระนามใหม่ว่า พระบรมวิษณุโลก หมายถึง ผู้เสด็จไปประทับบนโลกอันสูงส่งของพระวิษณุ
[เทวราช โดยทั่วไปหมายถึง พระศิวะ (ตามคติไศวนิกาย) แต่ปราสาทนครวัดสร้างโดยพระเจ้าสูรยวรรมันที่ 2 นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู ไวษณพนิกาย บูชาพระวิษณุ จึงปรับเปลี่ยนเทวราชหมายถึงพระวิษณุ ไปตามความเชื่อของกษัตริย์ผู้มีอํานาจ]
เทวราช เป็นคําในจารึกเขมร แปลว่าเทพเจ้าผู้ทรงเป็นราชาเหนือเทพเจ้าองค์อื่นๆ
หมายถึง พระศิวะ ในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู เทพเจ้ามีคนนับถือมากที่สุด เชื่อกันว่าประทับเหนือจอมเขาไกรลาส เป็นราชาของเหล่าเทวะ คือเป็นใหญ่เหนือเทวะหรือเทพยดาทั้งปวงบนสรวงสวรรค์
[ในพิธีลบศักราช แผ่นดินพระเจ้าปราสาททอง (อยุธยา) มีพรรณนาว่าเชิญพระอินทร์เป็นประธาน โดยทําเป็นรูปเคารพไว้บนจอมเขาพระสุเมรุ แล้วให้พราหมณ์แต่งเป็นเทพยดา และเทพบริวารแวดล้อมพระอินทร์ โดยเรียกรวมๆ ว่า เทวราช]
พระศิวะ แสดงออกให้เห็นเป็นสัญลักษณ์ คือ ศิวลึงค์บนแท่นโยนี ประดิษฐานห้องข้างในสุดของเทวสถานอยู่กลางเมือง แล้วเชื่อว่าพระราชาองค์นั้นมีอํานาจก็เพราะได้รับพระราชทานจากเทวราช ดังนั้นพระราชาต้องกระทําบําเรอปรนนิบัติอย่างภักดีต่อศิวลึงค์

