รู้เท่าทัน’ไข้หวัดใหญ่’ โรคติดต่อที่ป้องกันได้

4.07.19 | 13:31 น.

ฤดูฝนมาแล้ว ไข้หวัดใหญ่ ก็มาด้วย

“ไข้หวัดใหญ่” ถือเป็นโรคระบบทางเดินหายใจซึ่งมีการระบาดมากในช่วงเปลี่ยนผ่านฤดูที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงฉับพลัน มีสาเหตุจากการติดเชื้อไวรัสซึ่งส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจ ทั้งจมูก ลำคอ และปอด

แม้อาการเบื้องต้นอาจคล้ายไข้หวัดธรรมดา ทว่าความรุนแรงมากกว่า และมีโอกาสพัฒนาสู่ภาวะแทรกซ้อน จนอาจจะส่งผลถึงชีวิตได้

รศ.พญ.สิริอร วัชรานานันท์ แพทย์อายุรกรรมโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลพระรามเก้า เปิดเผยสถานการณ์ไข้หวัดใหญ่ในปี 2562 โดยอ้างอิงข้อมูลจากกรมควบคุมโรค สำนักโรคติดเชื้อทั่วไป กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-6 มิถุนายน 2562 ว่า มีรายงานผู้ป่วยทั่วประเทศสูงถึง 167,377 ราย คิดเป็นอัตราป่วย 252.45 ต่อประชากรแสนคน และมีผู้เสียชีวิต 13 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายร้อยละ 0.01 จํานวนผู้ป่วยสะสมในภาพรวมพบว่า สูงกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลัง และสูงกว่าปีที่ผ่านมา

เชื้อไวรัสที่อยู่ในเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย หรือเสมหะของผู้ป่วย สามารถแพร่ติดต่อไปยังคนอื่นๆ ได้ง่าย เช่น การไอหรือจาม หากอยู่ใกล้ผู้ป่วย บางรายได้รับเชื้อทางอ้อมผ่านทางมือหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ปนเปื้อนเชื้อ เช่น แก้วน้ำ โทรศัพท์ ผ้าเช็ดมือ เชื้อจะเข้าสู่ร่างกายทางจมูก ตา ปาก ในผู้ใหญ่อาจแพร่เชื้อได้นานประมาณ 3-5 วัน นับจากวันที่เริ่มป่วย ในเด็กเล็กสามารถแพร่ได้นานกว่าผู้ใหญ่ อาจพบได้ 7-10 วัน และอาจนานขึ้นไปอีก ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องอย่างรุนแรง ความน่ากลัวของไข้หวัดใหญ่อย่างหนึ่งคือ การเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรค ได้แก่ โรคปอดอักเสบและโรคสมองอักเสบ”

Advertisement
รศ.พญ.สิริอร วัชรานานนท์

สำหรับวิธีป้องกันการติดเชื้อและแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ รศ.พญ.สิริอรบอกว่า ทำได้ไม่ยาก เพียงดูแลตัวเองด้วยการ 1.การปิดปากปิดจมูกเมื่อป่วย ไอ จามโดยใช้กระดาษทิชชู สวมหน้ากากอนามัย หรือไอใส่ต้นแขนตนเอง 2.ล้างมือบ่อยๆ ก่อนรับประทานอาหาร หลังไอจาม สั่งน้ำมูก จับต้องสิ่งของหรือพื้นผิวที่มีคนสัมผัส 3.เลี่ยงการอยู่ใกล้ผู้ที่มีอาการป่วย มีไข้ ไอ จาม เลี่ยงสถานที่ที่คนมาอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก (โดยเฉพาะช่วงที่มีการระบาด) 4.หยุดงาน หยุดเรียน หยุดกิจกรรมกับผู้อื่นเมื่อป่วย เพื่อให้หายป่วยเร็ว และไม่แพร่เชื้อให้คนอื่น 5.ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ทุกปี เพื่อสร้างภูมิต้านทานและลดโอกาสเสี่ยง

ทั้งนี้ การได้รับวัคซีนเป็นอีกหนึ่งวิธีเพิ่มภูมิคุ้มกัน เนื่องจากเชื้อไข้หวัดใหญ่มีการเปลี่ยนแปลงทุกปี โดย 7 กลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน ประกอบด้วย 1.หญิงตั้งครรภ์ที่อายุครรภ์มากกว่า 4 เดือน 2.เด็กอายุ 6 เดือน-2 ปี 3.ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค คือ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย เบาหวาน และผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับเคมีบำบัด 4.ผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 65 ปี 5.ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ 6.โรคธาลัสซีเมีย และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง รวมถึงผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ และ 7.โรคอ้วน หรือน้ำหนักตัวมากกว่า 100 กก./ ดัชนีมวลกายตั้งแต่ 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร

เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้สุขภาพของคนในครอบครัวแข็งแรง สมบูรณ์ พร้อมทำกิจกรรมต่างๆ นอกบ้านในช่วงฤดูฝนได้อย่างสบายใจ