หน้าแรก ประชาชื่น ปลื้มปีติ 92 ...

ปลื้มปีติ 92 พรรษา ‘สมเด็จพระสังฆราช’ มติชน ถวายสักการะ

7.07.19 | 19:58 น.

นับเป็นมงคลยิ่ง เมื่อช่วงเย็นของวันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะผู้บริหารเครือมติชน นำโดย ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการ บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน), ดร.เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รองประธานกรรมการ, สมหมาย ปาริจฉัตต์ รองประธานกรรมการ, ฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ, ปานบัว บุนปาน รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาด, วรศักดิ์ ประยูรศุข บรรณาธิการ หนังสือพิมพ์มติชน พร้อมด้วยผู้บริหารในเครือ เข้าเฝ้าถวายสักการะ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 26 มิถุนายน 2562 พระชนมายุ 92 พรรษา ณ ตำหนักอรุณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยเชิญดอกไม้ พานพุ่ม และปัจจัย มาถวายโดยเสด็จพระกุศลด้วย

โอกาสนี้ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานน้ำพระพุทธมนต์ พระรูปจำลอง “พระพุทธอังคีรส” พระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ แก่คณะผู้เข้าเฝ้าเพื่อความเป็นสิริมงคล และประทานพระโอวาท ความตอนหนึ่งว่า

“คิดปรารถนาสิ่งใดที่เป็นไปโดยชอบ ประกอบด้วยธรรม” ขอให้ประสบผลสำเร็จ และ “มีความสุข”

ยังความปลื้มปีติอย่างหาที่สุดมิได้

โดยเมื่อแรกเข้าเฝ้านั้น ขรรค์ชัย บุนปาน หัวเรือใหญ่ค่ายมติชน ในวัย 75 ปีได้คุกเข่าเข้ากราบแนบพระเพลาด้วยความเคารพยิ่ง สมเด็จพระสังฆราชทรงวางพระหัตถ์ลงบนสองบ่า แล้วตรัสถามว่าปีนี้อายุเท่าไหร่

Advertisement

ประมุข บรรเจิดสกุล แห่ง ป.ว.ช. ลิขิตการสร้าง ซึ่งเข้าเฝ้าด้วยนั้น ตอบแทนว่า “อายุ 57”

สมเด็จพระสังฆราชแย้มพระสรวล ตอบกลับว่า หากเป็นเช่นนั้นอาตมาก็อายุ 29 แล้วทรงเล่าว่าเดินทางจากจังหวัดราชบุรี บ้านเกิดมายังวัดราชบพิธฯ ตั้งแต่อายุได้ 20 นับแต่ พ.ศ.2490 มาถึงวันนี้ นับเป็นเวลากว่า 70 ปีแล้วที่ยังประทับ ณ วัดแห่งนี้

สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีพระนามเดิมว่า อัมพร ประสัตถพงศ์ เกิดเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2470 ตรงกับวันอาทิตย์ แรม 12 ค่ำ เดือน 7 ปีเถาะ จุลศักราช 1289 ณ ตำบลบางป่า อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี โยมบิดา-มารดาชื่อ นายนับ และนางตาล ประสัตถพงศ์ ครอบครัวประกอบอาชีพค้าขาย

ในช่วงวัยเยาว์ เรียนชั้นประถมศึกษาที่โรงเรียนเทวานุเคราะห์ กองบินน้อยที่ 4 ตำบลโคกกระเทียม อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี จนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อปี พ.ศ.2480 ณ วัดสัตตนารถปริวัตร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ต่อมาย้ายมาจำพรรษา ณ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม โดยสมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี พามาฝากกับสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) และให้สามเณรอัมพรเข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2491 ณ มหาพัทธสีมาวัดราชบพิธฯ มีสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสโน) เป็นพระอุปัชฌาย์, สมเด็จพระพุทธปาพจนบดี (ทองเจือ จินตากโร) ครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระจินดากรมุนี เป็นพระกรรมวาจาจารย์

ภายหลังอุปสมบท ท่านได้มุ่งมั่นศึกษาพระปริยัติธรรมในสำนักเรียนวัดราชบพิธฯ พ.ศ.2491 สามารถสอบได้เปรียญธรรม 5 ประโยค และ พ.ศ.2493 สอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค

ย้อนกลับมาที่บรรยากาศระหว่างคณะผู้บริหาร “มติชน” เข้าเฝ้า สมเด็จพระสังฆราชยังตรัสเล่าถึงคราวเดินทางไปศึกษาต่อยังประเทศอินเดีย และเป็นพระธรรมทูตที่ออสเตรเลีย กล่าวคือ เมื่อทรงสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) เป็นนักศึกษารุ่นที่ 5 จนจบศาสนศาสตรบัณฑิต พ.ศ.2500 ต่อมาปี พ.ศ.2509 ได้เข้าอบรมพระธรรมทูตไปต่างประเทศ เป็นพระธรรมทูตรุ่นแรก ก่อนเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มหาวิทยาลัยพาราณสี (Banaras Hindu University) ประเทศอินเดีย จบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ.2512 ด้านประวัติศาสตร์และโบราณคดี

เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศ

กระทั่งในช่วงปี พ.ศ.2516 เป็นหัวหน้าพระธรรมทูตนำพระพุทธศาสนาไปเผยแผ่ที่นครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย โดยมีพระขันติมาโล ชาวอังกฤษ เป็นสหธรรมิก พร้อมไวยาวัจกร ตามคำนิมนต์ของประธานพุทธสมาคมแห่งรัฐนิวเซาธ์เวลส์ ถือว่าเป็นพระธรรมทูตไปต่างประเทศรุ่นแรกของคณะสงฆ์ธรรมยุต ได้วางรากฐานพระพุทธศาสนา ตลอดถึงเป็นเนติให้สหธรรมิกที่มาภายหลังได้เผยแผ่อย่างเป็นรูปแบบ ทำให้พระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทมีความมั่นคง มีวัดและพระสงฆ์อยู่ประจำรัฐแห่งนี้ ก่อนขยายไปยังเมืองใหญ่อีกหลายเมือง อาทิ กรุงแคนเบอร์รา นครเมลเบิร์น และเมืองดาร์วิน เป็นต้น

สมเด็จพระสังฆราช ยังทรงสอนให้ สุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะที่เข้าเฝ้าร่วมกับชาวมติชนในวันนั้น พูด “หลายภาษาในประโยคเดียว” ว่า

“ฮาว แมนี่ ยี่เจ้ย เฮ้ย เท่าไหร่?”

สร้างเสียงหัวเราะและความเบิกบานใจอย่างยิ่งให้แก่ผู้เข้าเฝ้าในวันนั้น

นอกจากนี้ ยังทรงมีพระราชปฏิสันถารเกี่ยวกับประเด็นประวัติศาสตร์ โบราณคดี และการอนุรักษ์ โดยทรงให้ความสำคัญกับ “ย่านเมืองเก่า” ซึ่งจากประสบการณ์การเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ทำให้ทรงพบเห็นแนวทางการอนุรักษ์แหล่งมรดกวัฒนธรรมที่อันเปี่ยมคุณค่า ไม่ใช่ทุบของเก่าแล้วสร้างใหม่อยู่ร่ำไป ทั้งยังไม่ควรสร้างอาคารสูงในย่านเมืองเก่า ซึ่งเป็นไปตามหลักสากลในด้านงานอนุรักษ์

เช่นเดียวกับถนน “เฟื่องนคร” อันเป็นที่ตั้งของวัดราชบพิธ ซึ่งนับเป็นย่านประวัติศาสตร์การพิมพ์ของไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา เมื่อย้อนกลับไปในอดีต โรงพิมพ์มากมายนับไม่ถ้วนตั้งเรียงรายใน “ตึกแถว” เตี้ยๆ เพียงไม่กี่ชั้น แต่สร้างสรรค์ผลงานพิมพ์ออกสู่สาธารณะวันแล้ววันเล่า หนึ่งในนั้นคือ “มติชน” ซึ่งเริ่มต้นด้วย “ประชาชาติรายวัน” ตั้งอยู่หน้าวัดราชบพิธฯ เพียงเดินข้ามถนนไม่กี่ก้าวก็เข้าสู่กำแพงวัด ปัจจุบันกลายเป็นที่ตั้งของบริษัทเคล็ดไทย ร้านหนังสือและผู้จัดจำหน่ายหนังสือชื่อดังในวงการสิ่งพิมพ์ โดยโครงสร้างตึก โดยเฉพาะบันไดไม้ยังคงให้บรรยากาศเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนย้ายมาลงหลักปักฐานยังย่านประชาชื่นจนถึงปัจจุบัน

ย่านนี้ ยังเป็นจุดเริ่มต้นของนิตยสารในตำนานหลากหลายฉบับ เป็นแหล่งผลิตหนังสือที่สร้างความรู้แก่สังคมไทย อาทิ ช่อฟ้า วารสารโบราณคดี หนังสือศิลปะในประเทศไทย โดย มจ.สุภัทรดิศ ดิศกุล และอื่นๆ อีกมากมาย เป็นแหล่งซ่องสุมนักคิดนักเขียนค่าย “มติชน” หลายราย โดยเฉพาะ สุจิตต์ วงษ์เทศ ซึ่งหารายได้พิเศษด้วยการทำงานในโรงพิมพ์ตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษารั้วศิลปากร กระทั่งต่อมาได้ก่อตั้งนิตยสารศิลปวัฒนธรรม โดยปัจจุบันเป็นนิตยสารในเครือมติชน

อีกทั้ง “รงษ์ วงษ์สวรรค์ และขรรค์ชัย ปุนปาน ซึ่งใช้เวลาว่างเตร็ดเตร่ย่านวัดราชบพิธตั้งแต่ก่อน “มติชน” จะถือกำเนิด เช่นเดียวกับ ดร.เรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์ รองประธานฯ มติชน ผู้เชี่ยวชาญย่านศาลเจ้าพ่อเสือซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกล เป็นพิเศษ

ในการนี้ สมเด็จพระสังฆราชได้ตรัสถาม ขรรค์ชัย ว่าย้ายโรงพิมพ์จากหน้าวัดราชบพิธฯเป็นเวลาประมาณกี่ปีแล้ว และทรงพูดคุยเรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกหลายเรื่อง

สมเด็จพระสังฆราชประทานน้ำพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคลอย่างทั่วถึง ทั้งยังประทานพระรูปจำลอง “พระพุทธอังคีรส” พระประธานในพระอุโบสถวัดราชบพิธฯ แก่คณะผู้เข้าเฝ้า โดยในวันนั้น ฐากูร บุนปาน กรรมการผู้จัดการ บมจ.มติชน สวมแหวนวัดราชบพิธ เข้ารับจากพระหัตถ์สมเด็จพระสังฆราช

ครั้นถึงเวลาอันสมควร คณะทูลลา ก้มกราบแนบพื้นด้วยความปีติ พร้อมน้อมนำพระโอวาทไปปฏิบัติใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป