เดินไปในเงาฝัน : ความมหัศจรรย์ของ‘ออกพบตก’ : โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

คนหนึ่งเกิดและเติบโตจากโลกตะวันตก บนแผ่นดินอันศิวิไลซ์ที่มีทุกสรรพสิ่งพร้อมสรรพ แต่ด้วยความอยากรู้ อยากเห็น กอปรกับเธอเคยเป็นอดีตช่างภาพจากประเทศอังกฤษ และเคยทำงานโครงการพัฒนาการถ่ายภาพทางตอนเหนือของ สปป.ลาว จึงทำให้เธออยากเดินทางมาในเส้นทางที่แตกต่างบ้าง

นัยหนึ่งเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต

นัยหนึ่งเพื่อเปิดโลกทัศน์ให้กับตัวเอง

เธอจึงตัดสินใจเดินทางมายังเมืองหลวงพระบาง เมื่อปี 2542 และในปีเดียวกันนั้นเอง ทำให้ “โจแอน สมิธ” ตัดสินใจลาออกจากอาชีพช่างภาพเพื่อมาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ ที่ขาดโอกาสดูก่อน (เปิดลิงก์ในหน้าต่างใหม่)ทางการศึกษา ณ โรงเรียนนอกเวลาแห่งหนึ่งในเมืองหลวงพระบาง

สถานที่แห่งนี้ทำให้ “โจแอน สมิธ” มีโอกาสพบกับหญิงสาวชาวลาวคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในโลกตะวันออก โดยถิ่นอาศัยของเธอพำนักอยู่แถบชนบทเล็กๆ ของเมืองหลวงพระบาง ที่หมู่บ้านของเธอมีชื่อเสียงมากในเรื่องของการทอผ้า และช่างฝีมือ

ที่สำคัญ ครอบครัวของเธอมีความชำนาญเรื่องการทอผ้าไหม จนทำให้หญิงสาวชาวลาวคนนี้เรียนรู้เรื่องการทอผ้าตั้งแต่ยังเด็กๆ และต่อมาเธอกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทอผ้า, การมัดย้อมผ้าไหมโดยวิธีธรรมชาติ ทั้งยังเป็นช่างแกะสลักโพรงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตั้งแต่อายุ 16 ปี

เพียงแต่ขณะนั้นผ้าทอมีลูกค้าอยู่เพียงจำกัด เธอจึงตัดสินใจลาออกจากโรงเรียนเพื่อไปทำงานยังแผนกต้อนรับของโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองหลวงพระบาง

จนทำให้เธอสามารถพูดภาษาต่างประเทศได้ แต่กระนั้นหญิงสาวชาวลาวที่ชื่อ แววมะนี ดวงดาลา ก็มีความฝันในใจลึกๆ ว่า…สักวันหนึ่งเธอจะกลับมาทอผ้าอีกครั้ง

กระทั่งวันนั้นมาถึงในปี 2542 “แววมะนี” และ “โจแอน สมิธ” มีโอกาสเจอกันที่โรงเรียนนอกเวลาแห่งหนึ่งในเมืองหลวงพระบาง เธอทั้งคู่คุยกันถูกคอ และเธอทั้งคู่ต่างมีความฝันคล้ายคลึงกันที่อยากจะมีโรงทอผ้าเป็นของตัวเอง

ถ้าเป็นไปได้เธออยากมีแกลเลอรี่สำหรับแสดงการทอผ้าให้กับทุกๆ คนได้ยลโฉม

“แววมะนี” จึงชวน “โจแอน สมิธ” ไปเรียนรู้เรื่องการทอผ้าในหมู่บ้านของเธอ จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ที่สุดความฝันของเธอทั้งคู่ก็เป็นจริง

พวกเธอตัดสินใจเปิดร้านเล็กๆ ในเมืองหลวงพระบางชื่อว่า…ออกพบตก (Ock Pop Tok) ในปี 2543 อันมีความหมายมาจากคำว่า “East meet West” หรือคนจากโลกตะวันออกมีโอกาสพบกับคนจากโลกตะวันตก

แล้วจากนั้นเธอทั้งคู่ก็ต่างถักทอความฝันของตัวเองขึ้นมา ด้วยการชักชวนผู้หญิงในหมู่บ้านต่างๆ ของ สปป.ลาวมาทอผ้าทอมือ ทั้งๆ ที่สมัยนั้นทุกคนต่างมองว่างานทอผ้าเป็นงานบ้าน ไม่ได้เป็นตัวแทนของความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจแต่อย่างใด

แต่ทว่าในความคิดของ “แววมะนี” และ “โจแอน สมิธ” กลับไม่เชื่อเช่นนั้น พวกเธอเชื่อว่างานผ้าทอมือเป็นงานที่มีคุณค่าในตัวของมันเอง ทั้งยังมีลวดลายของประวัติศาสตร์ชุมชนซ่อนอยู่

สำคัญไปกว่านั้นผ้าทุกผืนต่างบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ของ สปป.ลาวอย่างมีคุณค่า ด้วยเหตุนี้ ในปี 2549 “ออกพบตก” จึงเริ่มโครงการทอผ้าหมู่บ้าน เพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการออกแบบ และการตลาดกว่า 11 จังหวัดใน สปป.ลาว

จนทำให้ผ้าทอมือของโครงการกลายเป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ กระทั่งขยายผลไปสู่นานาชาติ เพราะเธอทั้งคู่ไม่ได้คิดแค่เพียงตั้งกลุ่มผ้าทอมือขึ้นมาเท่านั้น

หากเธอยังสร้างองค์กรการกุศล ด้วยการรวบรวมการอนุรักษ์ผ้าทอมือโบราณ และเอกสารที่เกี่ยวกับสิ่งทอต่างๆ อันเป็นมรดกของประเทศให้มาอยู่ในที่เดียวกัน

นอกจากนั้น “แววมะนี” และ “โจแอน สมิธ” ยังชักชวนช่างทอผ้าที่มีฝีมือในระดับชั้นครูเดินทางไปร่วมงานเทศกาลศิลปะพื้นบ้านนานาชาติ ณ เมืองซานตาเฟ นิวเม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

ทางหนึ่งเพื่อให้พวกเขามีโอกาสพบปะเจอะเจอกับผู้ที่ทำงานศิลปะพื้นบ้านจากประเทศต่างๆ

ทางหนึ่งเพื่อยกระดับคุณค่าของคนทำงานทางด้านผ้าทอมือให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก

เพราะพวกเธอไม่ได้คิดแค่การทำงานทางด้านอนุรักษ์ผ้าทอมือเท่านั้น หากพวกเธอยังหวังผลให้ชาวบ้านในชุมชนต่างๆ ของ สปป.ลาวมีอาชีพ และรายได้เลี้ยงตัวอย่างยั่งยืน

ด้วยการให้คนในชุมชนหันมาทำ “Social Enterprise-SE” หรือ “กิจการเพื่อสังคม”

ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่ “ออกพบตก” จะเป็นแหล่งเรียนรู้การทอผ้าโบราณ และผ้าสมัยใหม่ของเมืองหลวงพระบาง หากยังเป็นแกลเลอรี่ในการจัดนิทรรศการต่างๆ อีกด้วย

ที่สำคัญ “ออกพบตก” ในวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่ร้านเล็กๆ ที่อยู่ริมถนนเมืองหลวงพระบางดั่งแต่ก่อน แต่กลับขยายกิจการใหญ่ขึ้น ทั้งยังพัฒนาไปเป็นร้านอาหาร และรีสอร์ตในชื่อ “ออกพบตก แม่โขง วิลล่า” ซึ่งตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำโขง ที่ไม่เพียงจะมีอาหารพื้นบ้านเมืองหลวงพระบางให้บริการแก่นักท่องเที่ยว

หากยังมีห้องพักในราคาไม่แพงนัก ทั้งยังมีศูนย์แสดงงานหัตถกรรม และมีมุมกาแฟให้นักท่องเที่ยวดื่มด่ำไปกับบรรยากาศของเมืองมรดกโลกอีกด้วย

ใครว่างก็ลองไปดูนะครับ

รับรองคุณจะประจักษ์ชัดถึงความมหัศจรรย์ในความฝันของพวกเธอ?


หมายเหตุ – ขอบคุณภาพจาก www.ockpoptok.com/ และขอขอบคุณสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องคการมหาชน) (สพพ.) ที่เชิญมาร่วมทำข่าวเมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว

บทความก่อนหน้านี้อาศรมมิวสิก : ดนตรีศิลปะสมัยใหม่ สะท้อนความสับสนวุ่นวาย ควบคุมไม่อยู่ คาดหวังไม่ได้ หยาบกระด้าง และดิบถ่อยเถื่อน : โดย สุกรี เจริญสุข
บทความถัดไปประโยชน์ของการอ้างผีเทวดา