เดินไปในเงาฝัน : สานฝันให้เป็นจริง : โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

Sabrina Dean

ช่วงระยะหลังๆ มีโอกาสเดินทางไปต่างจังหวัดบ่อยครั้งขึ้น แม้การเดินทางแต่ละครั้งจะไม่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวของตัวเองโดยตรง เพราะมีเรื่องงานเข้ามาเกี่ยวพันกับการเดินทางด้วย

แต่กระนั้น ก็ทำให้เราพบเรื่องราวระหว่างการเดินทางอยู่เสมอ โดยเฉพาะการกลับถิ่นฐานของคนรุ่นใหม่

และไม่เฉพาะแต่ในประเทศของเราเท่านั้น ในประเทศเพื่อนบ้าน และอีกหลายประเทศในเอเชีย ผมก็พบเรื่องราวเหล่านี้ในทำนองเดียวกัน

ผมเคยเจอผู้หญิงอายุประมาณ 35-40 ปี เดิมทีเขาทำงานเอเยนซี่ให้กับบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งในมหานครกรุงเทพ เธอบอกผมว่าเธอทำงานอยู่ประมาณ 10-15 ปี มีเงินเก็บหลายแสนบาท

เธอบอกผมว่าระหว่างทำงานก็เก็บเงินซื้อรถยนต์ คอนโดมิเนียม และดำรงชีวิตเฉกเช่นคนเมืองหลวงทั่วไป แต่แล้ววันหนึ่งเมื่อเธอรับโจทย์จากลูกค้าให้ไปช่วยสร้างแบรนด์ให้กับชุมชนแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด

ชุมชนแห่งนี้ปลูกข้าว และพืชผัก ผลไม้อินทรีย์ทุกอย่าง

แต่กลับขายได้เฉพาะคนในชุมชน และละแวกหมู่บ้านใกล้เคียง

ลูกค้าอยากให้เธอไปสร้างมูลค่าเพิ่ม และทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้สินค้าเกษตรอินทรีย์ของชุมชนแห่งนี้เข้าไปจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้าต่างๆ

เธอบอกผมว่า…โจทย์ยากมาก

เพราะการที่สินค้าชุมชนจะเข้าไปจำหน่ายในซุปเปอร์มาร์เก็ต คุณภาพของสินค้าต้องดี และต้องได้รับการการันตีจากเจ้าหน้าที่ว่าสินค้านั้นๆ ปลอดสารพิษจริงๆ

แต่เธอพร้อมยินดีจะช่วยเหลือ

เพราะแบ๊กกราวด์เธอเองเป็นคนต่างจังหวัดทางภาคอีสาน เธอเข้าใจความรู้สึกของคนในชุมชนดี เพราะชุมชนนี้ก็อยู่ทางภาคอีสานเหมือนกัน จนที่สุดเธอทำสำเร็จ ลูกค้าพึงพอใจ

แต่ลึกไปกว่านั้นเธอบอกผมว่า…แววตาของชาวบ้านที่แสดงความขอบคุณกับเธออย่างจริงใจต่างหากที่ทำให้ดิฉันปลื้มใจมากกว่า

จากนั้นไม่นานเธอลาออกจากสาวโฆษณามาเป็นเกษตรกรที่บ้านเกิดของเธอเอง

พร้อมๆ กันนั้นเธอก็ใช้หลักความคิดจากปราชญ์เมธีต่างๆ ที่เธอศึกษามาก่อนจะออกจากงานมาสร้างบ้านดิน ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ อบรมการทำผ้ามัดย้อม และบางครั้งเธอไปออกบูธในตัวจังหวัด

เพราะเธอสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองขึ้นมา

ผมฟังเรื่องราวของเธอก็อิ่มใจ และรู้สึกว่าไม่เฉพาะแต่เธอหรอกที่หันหลังให้กับชีวิตในเมืองหลวง เพราะผมเคยเจอคนหนุ่มสาวอีกหลายคนที่ดำรงชีวิตอย่างพวกเธอในอีกหลายจังหวัด

ทุกคนต่างมีความมุ่งหวังในชีวิตคล้ายๆ กัน ด้วยการดำรงตนอย่างเรียบง่าย ใช้ชีวิตอย่างอิสระ มีอาชีพพอเลี้ยงตัว และถ้าเป็นไปได้หากพวกเขา และเธอมีโอกาสช่วยเหลือคนอื่นๆ ให้มีคุณภาพชีวิตดีกว่าแต่ก่อนได้ยิ่งดี

มากไปกว่านั้น หากพวกเธอสามารถเชื่อมโยงระหว่างงานกับชุมชนจนก่อเกิดเป็นกิจการเพื่อสังคมในการดูแลตัวเอง และชุมชนอย่างยั่งยืนก็จะเป็นคุณูปการอย่างใหญ่หลวง

ผมบอกเธอว่าทำได้อยู่แล้วถ้าตั้งใจจริง

เรื่องราวเหล่านี้ทำให้ผมนึกถึงครอบครัวของคนหนุ่มสาวในเมืองเล็กๆ ของประเทศญี่ปุ่นเมื่อหลายปีผ่านมา ซึ่งเขาทั้งคู่เคยเป็นมนุษย์เงินเดือนในเมืองโตเกียว

ตื่นเช้าเพื่อนั่งรถไฟไปทำงาน

พอตอนกลับพวกเขาแทบจะนอนบนรถไฟ หรือบางทีอาจจะนอนด้วยซ้ำ ซึ่งพวกเขาทำงานอย่างนี้อยู่หลายปี จนเห็นว่าร่างกายของตัวเองถดถอยลงไปเรื่อยๆ ที่สุดจึงตัดสินใจไปเช่าห้องพักในเมืองโตเกียว

เพื่อจะได้ประหยัดเวลาการเดินทาง

แต่คุณภาพชีวิตกลับไม่ดีขึ้น พวกเขายังคงทำงานหนักเหมือนเดิม ที่สุดเขาทั้งคู่จึงปรึกษากันว่า…กลับบ้านเราเถอะ เรามีที่ดินผืนเล็กๆ อยู่ที่บ้าน

พ่อแม่เองก็แก่ชรามากแล้ว

เราไปเรียนรู้การทำเกษตรจากพ่อแม่ และนำองค์ความรู้สมัยใหม่แบบคนอย่างเราเข้าไปประยุกต์ เชื่อแน่ว่าวันหนึ่งคุณภาพชีวิตของเราคงดีขึ้น อีกอย่างถ้าเรามีลูก เขาจะได้เติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุข

ปรากฏว่าเป็นจริง

แม้แรกๆ พวกเขาอาจจะลำบากอยู่บ้างในการทำเกษตรอินทรีย์ แต่เมื่อพวกเขาทำอยู่ทุกวัน และใช้เครื่องมือทางเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการค้นคว้าหาข้อมูล

ในทางเดียวกันก็ออกไปแสวงหาความรู้จากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ จนที่สุด พวกเขาประสบความสำเร็จ จนทำให้คนอย่างผมต้องมาเยือนยังแปลงเกษตรของพวกเขา

เพราะผลผลิตทุกชิ้นต่างระบุที่มาที่ไปว่ามาจากไหน ? เกษตรกรชื่ออะไร ? และผลิตผลต่างๆ จะออกวางจำหน่ายได้ในวันไหน ?

มีร้านอาหารร้านอะไรซื้อไปบ้าง ?

และไม่เฉพาะแต่ร้านในชุมชนของเขาเท่านั้นที่มีสินค้าของพวกเขาวางจำหน่าย หากสินค้าของเขายังถูกลำเลียงไปยังภัตตาคารชั้นนำต่างๆ ในเมืองโตเกียว

ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเคยมีโอกาสนั่งกินในร้านนี้ด้วย

แต่ตอนนี้เขาสามารถทำกินกันเองที่บ้านได้แล้ว สำคัญไปกว่านั้น สินค้าของเขาทุกอย่างล้วนถูกจับจองจากลูกค้าต่างถิ่นข้ามปี แม้จะเป็นแค่เพียงข้าวอินทรีย์ ผัก ผลไม้อินทรีย์เท่านั้น

ผมถึงเชื่อไงว่า…ฐานความคิดของคนยุคปัจจุบันไม่จำเพาะที่อยากจะเติบโตแค่การงานที่ทำอยู่ในเมืองหลวงเท่านั้น หลายคนอยากกลับบ้าน อยากไปทำอะไรในต่างจังหวัด

แต่จะมีสักกี่คนที่กล้าสานฝันให้เป็นจริง ?

บทความก่อนหน้านี้ปลดชนวน‘ครม.ร้าว’ รมต.แบ่งงานให้เป็นธรรม
บทความถัดไปโหมโรง Moto GP ! ท่องเที่ยวบุรีรัมย์บุกเมืองภูเก็ต ชวนนักท่องเที่ยวร่วมชม