เริงโลกด้วยจิตรื่น : ด้วยเลยไปจาก‘จำเป็น’ : โดย จันทร์รอน

21.07.19 | 13:00 น.

เกือบร้อยทั้งร้อยของคนที่เกิดความรู้สึกว่าจะถูกบีบคั้นกดดันหนักหนา วุ่นวายเกินกว่าชีวิตจะรับไหว ทำให้เกิดความยุ่งยากจนเกินทน หรืออย่างน้อยไม่สามารถอยู่อย่างสงบได้ อารมณ์มีแต่ความว้าวุ่น

ลองซักเข้าไปในรายละเอียดเถอะ แทบทุกคนจัดสัดส่วนของความต้องการไม่ถูก

สัดส่วนของ “ความจำเป็น” กับ “ความอยาก” ก่ายเกยกันจนเกินกว่าความสามารถที่จะควบคุม

เพราะ “ความต้องการ” สำหรับมนุษย์นั้นมี 2 แบบ คือ “ความต้องการในสิ่งจำเป็นที่ชีวิตต้องมี” กับ “ความต้องการอันเกิดจากความอยากได้ อยากมี อยากสัมผัส”

ชีวิตที่สงบที่สุดคือชีวิตที่อยู่ในภาวะไม่ต้องการอะไรเลย

Advertisement

ห้วงขณะที่ไม่รู้สึกว่ามีความปรารถนาในอะไรเลย เป็นความโปร่งเบาอย่างที่สุด

แต่ตราบใดที่ยังมีความเป็นชีวิต โอกาสที่จะอยู่อย่างไม่ต้องการอะไรเลยเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ร่างกายต้องการอาหารและอากาศ ต้องเคลื่อนไหวออกกำลัง และต้องการพักผ่อนสลับกันไป

จิตใจต้องการพ้นไปเสียจากแรงบีบคั้นกดดันต่างๆ

แต่ชีวิตของคนส่วนใหญ่ หรือจะบอกว่าปุถุชนทั้งหมด ความรู้สึกนึกคิดถูกชักนำ ครอบงำจนหลงเลือนไปจากการเห็นว่าชีวิตอยู่ได้กับแค่มีสิ่งที่จำเป็น

ภาวะที่ขับเคลื่อนชีวิตถูกหล่อหลอมให้เป็นความอยากได้ใคร่มีอย่างเต็มรูปแบบ

ชีวิตที่ดีกว่า คือการมีมากกว่า ในสิ่งที่ถูกให้ค่าว่าดีกว่า โดยส่วนใหญ่ไม่เกี่ยวหรือเลยจากความจำเป็นไปมาก

ลองสำรวจ และย้อนทบทวนดูเถอะ สิ่งที่เราบอกจำเป็นนั้นล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ความอยากเรียกร้องและผลักดันให้ดิ้นรนแสวงหา ความคิดที่ว่าจำเป็นล้วนแล้วแต่เป็นเหตุผลที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้ความอยากใช้เป็นข้ออ้างที่จะต้องมี ต้องเป็นให้ได้เท่านั้่น

ไม่ใช่ความจำเป็นที่แท้จริง เพราะเอาเข้าจริงแม้ไม่มีชีวิตก็อยู่ได้ ที่รู้สึกว่าต้องเดือดร้อนเป็นเพราะผลกระทบที่เกิดจากความคิด ไม่สมกับที่หวัง

ไม่ได้กระทบต่อความเป็นพื้นฐานที่จะใช้ขับเคลื่อนชีวิตที่ปกติ

ใครที่สามารถทบทวนตัวเอง และแยกเรื่อง หรือสิ่งจำเป็นพื้นฐานของชีวิต ออกจากความอยากที่จะมีจะเป็นได้ และหาทางจัดการอย่างเหมาะสม

ความยุ่งยากของชีวิตก็จะลดลง

ไม่ใช่การตัดความอยากของชีวิตทั้งหมดทิ้ง เหลือการแสวงหาไว้แค่สิ่งที่จำเป็นเท่านั้น

แต่การรู้ตั้งแต่เริ่มแรกว่าอะไรเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรีบชีวิตโดยพื้นฐาน อะไรเป็นความอยากที่ต่อเติมเสริมแต่งเข้ามา

จะทำให้ประเมินได้ว่า ควรจะจัดการกับแรงกดดันที่บีบคั้นชีวิตอย่างไร แบบไหน

ชีวิตแต่ละชีวิตที่องค์ประกอบ และศักยภาพที่จะรองรับเรื่องราวต่างๆ ไม่เท่ากัน

ชีวิตที่มีความสุข และเกิดขึ้นกับคนที่ใช้ความสามารถสนองความต้องการอย่างเหมาะสม

ความต้องการที่จำเป็นสำหรับพื้นฐานการมีชีวิตนั้น มักเป็นเรื่องไม่สร้างความยุ่งยากอะไรนัก

ความต้องการที่เกิดจากความอยากได้ใคร่มีต่างหากที่ขยายใหญ่ และมากมายในรายละเอียด จนกลายเป็นภาระยุ่งยากในการสนองตอบ

คนที่รู้ว่าตัวเองมีความสามารถในการสนองตอบแค่ไหน และมุ่งเน้นไปที่ความต้องการที่จำเป็นก่อน หากนั้นเมื่อมีความสามารถเหลือจึงสนองความต้องการอันเกิดจากความอยาก ให้ทางที่เหมาะสม

ก็จะมีชีวิตที่คอนโทรลได้

ความรูู้สึกยุ่งเหยิง เต็มไปด้วยแรงกดดันที่ควบคุมไม่ได้ก็จะค่อยๆ จางลง หรือหมดไป

ชีวิตก็จะสงบมากขึ้น

เรื่องราวเหล่านี้ฟังดูไม่ยุ่งยากอะไร

แต่การทำให้เกิดขึ้นจริงไม่ง่ายเลย

ชีวิตที่ถูกหล่อหลอมด้วยการทำให้เคยชินกับการสนองความอยาก

ไม่ว่าทัศนคติที่ถูกปลูกฝังมาให้มุ่งสร้างความสำเร็จโดยมีเป้าหมายอยู่ในความเหนือกว่าคนอื่นทางฐานะ ข้าวของเครื่องใช้ ชื่อเสียงเกียรติยศ ตัวตนหน้าตา ตั้งแต่เล็กจนโต

แรงของกระแสบริโภคนิยมที่จะกระตุ้นด้วยวิชาการตลาด

ผู้คนที่ถูกชี้นำ ครอบงำ ชักจูงให้ดำเนินไปด้วยความอยากเช่นนี้ โอกาสที่จะมองเห็นว่า ชีวิตสามารถอยู่ได้ด้วยแค่สิ่งจำเป็นบางอย่างเท่านั้นย่อมเป็นไปได้ยาก

ในความคิดของผู้คนในยุคสมัย ล้วนเต็มไปด้วยเหตุผลที่จะหยิบมาประกอบให้ “ความอยาก” ดูเป็นเรื่อง “จำเป็น” ตลอดเวลา

และเมื่อความอยากมักเป็นภาระให้ต้องทุ่มแรง ทุ่มใจเกินความสามารถที่มีในขณะนี้

ชีวิตจึงมีแต่แรงกดดันให้ต้องเพิ่มความสามารถมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่รู้จบ

ความสำเร็จที่จะเกิดได้เพราะขยายความสามารถของตัวเองไปเรื่อย จึงเป็นแรงกดดันที่ทำให้ความตึงเครียดเกิดขึ้นตลอด

ไม่มีผ่อนคลายลง