
เหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้กินเวลามากกว่า 10 ปี สร้างความสูญเสีย หวาดกลัว จนเกิดผลกระทบรอบด้าน
ยะลา เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีศักยภาพเพียบพร้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการเกษตร ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของดิน น้ำ อากาศ ทำให้รสชาติของผลไม้ยะลาโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร เทศบาลนครยะลา จึงร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ฟื้นฟูภาพลักษณ์เมืองยะลาอย่างต่อเนื่อง เพื่อแสดงให้เห็นว่า “ยะลา” เป็นเมืองที่น่าอยู่ ปลอดภัย มากมายด้วยสิ่งดีๆ รอให้คนทั้งในและนอกประเทศได้มาเยือน
ที่ผ่านมา จ.ยะลา มีการจัดกิจกรรมยิ่งใหญ่ระดับประเทศมากมาย อาทิ การปั่นจักรยานเนชั่นไบค์ไทยแลนด์ “ปั่นแลนิบง ยลเมืองยะลา”, การแข่งขันเทเบิลเทนนิส Set All Thailand, การแข่งขันมวยไทยไฟต์ “เรารักยะลา”, การแสดงคอนเสิร์ตโดยวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย, งานยะลามิดไนต์สงกรานต์ ล่าสุด ยังเป็นหนึ่งใน 5 จังหวัดใต้ที่คณะ 77 มิสแกรนด์ไทยแลนด์ ลงพื้นที่ทำกิจกรรมเก็บตัว
ด้วยสภาพแวดล้อมที่ดี แถมพื้นที่ยังมีความปลอดภัย รวมทั้งนโยบายผู้บริหารเทศบาลนครยะลาที่ต้องการให้ประชาชนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เทศบาลนครยะลาจึงริเริ่มจัดกิจกรรม ยะลามาราธอน ขึ้นเป็นครั้งแรก ในวันที่ 25 สิงหาคม 2562 โดยตั้งใจจัดให้ตรงกับช่วงฤดูกาลผลไม้ของยะลา เพื่อให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ลิ้มลองรสชาติผลไม้แสนอร่อยไม่รู้ลืม
ช้าก่อน งานนี้ปิดรับสมัครแล้ว โดยมียอดผู้เข้าร่วมกว่า 5,000 คน ซึ่งเจ้าภาพ “เทศบาลนครยะลา” รับประกันว่า สามารถจัดการงานนี้ได้อย่างดีเยี่ยมแน่นอน

‘วิ่งมาราธอน’ งานของคนยะลา
แม้จะเป็นการจัดงานวิ่งมาราธอนครั้งแรกของยะลา ทว่าเจ้าภาพก็ไม่ได้มา “เล่นๆ” ถึงขนาดเทียบเชิญ สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ให้มารับรองระยะเส้นทางวิ่งให้ได้มาตรฐานสากล แบ่งเป็น 4 ระยะ คือ ฟันรัน (Fun Run) ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร, มินิมาราธอน (Mini Marathon) ระยะทางประมาณ 10.5 กิโลเมตร, ฮาล์ฟมาราธอน (Half Marathon) ระยะทางประมาณ 21.1 กิโลเมตร และ ฟูลมาราธอน (Full Marathon) ระยะทางประมาณ 42.195 กิโลเมตร
กำหนดคุณสมบัติผู้ร่วมแข่งขันละเอียดยิบ เพื่อคำนึงถึงสุขภาพในระยะยาว ประกอบด้วย ระยะฟันรัน ระดับนักเรียน นักศึกษา รับสมัครชายและหญิงอายุไม่เกิน 22 ปี, ระยะฟันรันทั่วไป รับสมัครชายและหญิงไม่จำกัดรุ่นอายุ, ระยะมินิมาราธอน รับสมัครชายและหญิงอายุตั้งแต่ 16-60 ปีขึ้นไป, ระยะฮาล์ฟมาราธอน รับสมัครชายและหญิงอายุตั้งแต่ 20-60 ปีขึ้นไป และ ระยะฟูลมาราธอน รับสมัครชายและหญิงอายุตั้งแต่ 20-60 ปีขึ้นไป
พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ นายกเทศมนตรีนครยะลา หรือ “นายกอ๋า” ของชาวบ้าน บอกว่า นอกเหนือจากเรื่องสุขภาพแล้ว เทศบาลนครยะลาในฐานะผู้จัดงานยังมองถึงเรื่อง ความปลอดภัย ดังนั้น การจัดมาราธอนครั้งนี้จึงปิดถนน 100 เปอร์เซ็นต์ นักวิ่งสามารถมั่นใจได้ว่าบนถนนจะไม่มีรถวิ่งสวนกันไปมา พร้อมทั้งจัดกำลังทหาร ตำรวจ และกองกำลังภาคประชาชนให้การดูแล นอกจากนี้ยังให้ชาวบ้านเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดงาน ตั้งแต่เรื่องอุปกรณ์ อาทิ เครื่องดื่ม ผลไม้นานาชนิด รวมทั้งกองเชียร์ โดยบางแห่งขอนำ “กลองยาว” มาร่วม ซึ่งผู้จัดงานก็ไม่มีท่าทีปฏิเสธ แถมยังบอกเลยว่า “ตามสบาย”
“งานนี้เป็นครั้งแรกชาวบ้าน จึงมีความตื่นตัว ทั้งผู้นำศาสนาต่างๆ ชุมชนต่างๆ ได้แจ้งความประสงค์ในการเข้าร่วมจำนวนมาก เราพยายามสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมคืองานนี้เป็นของคนยะลาทั้งหมด เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นสีสันให้คนที่เข้ามาวิ่ง”
ที่สำคัญคือ “ยะลา” ยังได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มี ผังเมือง ดีและสวยงามระดับประเทศไทย พร้อมกันนี้ยังมีเว็บไซต์ต่างชาติจัดอันดับให้ผังเมืองยะลามีความสวยงามเป็นลำดับที่ 23 ของโลก


“ยะลาเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่า ‘การ์เดน ซิตี้’ หรือนครแห่งสวน อีกทั้งมีแม่น้ำขนาบตัวเมืองกว่า 16 กิโลเมตร ดังนั้น เส้นทางวิ่งของยะลามาราธอนจึงมีความสวยงามต่างจากที่อื่น ผ่านทั้งสวนสาธารณะของเทศบาล เลียบแม่น้ำปัตตานี วิ่งขึ้นเขา สะพานลอย อุโมงค์กราฟฟิตี้ วงเวียนศาลเจ้าพ่อหลักเมือง แยกมลายูบางกอก สะพานท่าสาป วัดพุทธภูมิ เห็นถึงวิถีชีวิตคนในพื้นที่ ตั้งแต่ชาวไทยพุทธ มุสลิม จีน ด้วยสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่านักวิ่งที่มาวิ่งในยะลาจะได้ทุกอรรถรส ตั้งแต่เส้นทาง ความท้าทาย รวมทั้งความสวยงาม และสิ่งที่อยากบอกต่อคือ ยะลาเป็นเมืองที่อากาศดีมาก อุณหภูมิช่วงเช้าอยู่ที่ 23-24 องศาเซลเซียส แถมเรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก P.M 2.5 อยู่ในโหมดสีเขียวตลอด”
ด้วยสิ่งเหล่านี้ทำให้นายกอ๋ามั่นใจว่าจะเป็นสเน่ห์ของเมืองยะลาจนมัดใจผู้เข้าร่วมงานได้ชัวร์ๆ
หวัง ‘เปิดเมือง’ สร้างความทรงจำครั้งใหม่
อย่างที่บอกแล้วว่า “เทศบาลนครยะลา” ตั้งใจจัดงานวิ่งให้ตรงกับช่วงฤดูกาลผลไม้ของยะลา เพื่อให้ผู้ร่วมงานได้มาลิ้มลอง ช่วยอุดหนุนสินค้า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน
นายกอ๋าพูดไปยิ้มไป พร้อมการันตีว่า ด้วยสภาพอากาศ น้ำ และดินของยะลา ทำให้ผลไม้มีรสชาติอร่อยเกือบทุกประเภท เริ่มตั้งแต่ ทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง อาทิ มูซังคิง, หนามดำ, พวงมณี เนื้อแน่น สะเด็ดน้ำ หาทานได้เฉพาะในจังหวัดยะลาเท่านั้น ส้มโชกุน ที่ให้ความหอมเป็นเอกลักษณ์ กล้วยหิน อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ
“ปัจจุบันเหตุการณ์ความไม่สงบในยะลาดีขึ้นมาก ถ้าเทียบในพื้นที่ใกล้เคียงเราดีที่สุดในตัวสถิติ ซึ่งเทศบาลมีการจัดงานหลายครั้ง ทั้งนี้ เมื่องมองถึงรายได้ต่อหัวช่วงเหตุการณ์ความไม่สงบ ช่วงปี 2555-2559 ชาวบ้านยะลาถือว่าลดลงมากที่สุดในภาคใต้ เหตุผลมาจากหลายปัจจัย เช่น รายได้กว่า 70 เปอร์เซ็นต์มาจากยางพารา รวมทั้งปศุสัตว์และประมงเราก็ไม่มี เพราะยะลาเป็นจังหวัดเดียวที่ไม่ติดทะเล ตลอดจนการท่องเที่ยวเอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่สงบขึ้นก็ไม่มีใครมาเที่ยว ในอดีตมีเศรษฐกิจดีเพราะสมัยก่อนเดินทางด้วยรถไฟ ทำให้ยะลาเป็นศูนย์กลาง แต่ในปัจจุบันคนไม่นิยมการเดินทางด้วยรถไฟ ทำให้การเป็นศูนย์กลางลดหายไป นำไปสู่รายได้ประชากรที่ตกลงเยอะที่สุด
“เทศบาลจึงคิดว่า เมื่อเหตุการณ์ดีขึ้นแล้วต้องฟื้นฟูเศรษฐกิจขึ้นมา ส่วนหนึ่งเราจึงจัดกิจกรรมมากมาย เช่น วันนี้เราพยายามสร้างภาคเกษตรขึ้นมาใหม่ด้วยต้นทุนที่เรามี ส่งเสริมให้เกษตรกรเปลี่ยนความคิดใหม่ ใช้เทคโนโลยีช่วย อาศัยวิชาการบ้าง เพราะกว่า 10 ปีที่ผ่านมาไม่กล้ามีคนเข้ามาให้คำแนะนำในชนบท ทว่าตอนนี้เทศบาลมีการจัดประชุมวิชาการเชิงเกษตรมา 2 ปีแล้ว เราพยามเปลี่ยนความคิด หาพืชชนิดใหม่เข้ามาทดแทนยาง”

นายกเมืองยะลารับด้วยเสียงหนักแน่นว่า “อยากเปิดเมือง” เพราะกว่า 10 ปีที่ผ่านมา เหตุการณ์ความไม่สงบทำให้ความทรงจำของคนต่อ จ.ยะลา อาจไม่ดีมากนัก ดังนั้น การจัดงานอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งงานยะลามาราธอนซึ่งมีผู้เข้าร่วมกว่า 5,000 คน ประกอบด้วยนักวิ่งจากทั่วประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน น่าจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ใหม่ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะยะลาเท่านั้น แต่อาจรวมถึงปัตตานี นราธิวาส ก็อาจได้รับผลที่ดีขึ้นด้วย นอกจากนี้ยังส่งเสริมการทำ “แบรนดิ้งผลไม้ยะลา” เนื่องจากรสชาติที่ดีและผลผลิตจำนวนมาก ทว่าขาดการรับรู้ เพราะไม่มีใครกล้าเข้าไปซื้อ
ถามว่าวันนี้ความพร้อมของงานไปถึงขั้นไหนแล้ว? นายกอ๋าบอกว่า เรียกประชุมส่วนต่างๆ แล้ว อีกทั้งทางเทศบาลมีนโยบายให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายซ้อมเสมือนจริงเป็นจำนวน 2 ครั้ง เพื่อให้วันงานดำเนินไปอย่างเรียบร้อย ไร้ข้อผิดพลาด
การศึกษาเรื่องใหญ่ ‘เด็กชายแดนใต้’ ต้องได้ไปต่อ
“คะแนนโอเน็ตของไทยใน 3 จังหวัดใต้แข่งกันบ๊วย อยู่อันดับ 74-76 อยู่ที่ว่าปีไหนใครขึ้นมา เราแข่งกันเองมาโดยตลอด” นายกอ๋าเล่าความจริงอันเจ็บปวด ดังนั้น อีกหนึ่งวัตถุประสงค์ของการจัดงานยะลามาราธอนคือ การจัดตั้ง กองทุนเพื่อพัฒนาด้านการศึกษาของเยาวชนในพื้นที่
นายกอ๋ากล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบมีผลกระทบทางการศึกษาสูงมาก โดยเฉพาะลูกหลานคนยะลาออกไปต่างถิ่นเพื่อไปเรียนหนังสือตั้งแต่เด็กๆ ขาดความผูกพันกับเมือง รวมทั้งในมุมมองผู้บริหารก็ยังมองหาผู้บริหารรุ่นใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนพื้นที่ลำบาก ฉะนั้น หากการศึกษาไม่ดี ทั้งโอกาสการพัฒนาเมือง โอกาสของเด็กในยะลาที่จะไปมีโอากสที่ดีก็ยาก เทศบาลจึงคิดว่าจะนำรายได้จากงานนี้มาตั้งเป็นกองทุนพัฒนาการศึกษา และทำในสิ่งที่ระบบราชการทำไม่ได้ เช่น การติวหนังสือ
“ถามว่าวันนี้ระบบการศึกษาไทยเป็นระบบการแข่งขันไหม? ถ้าการศึกษาด้อย การแข่งขันก็สู้ใครไม่ได้ สุดท้ายเด็กเหล่านี้ก็จะอยู่ในวังวนของความยากจนต่อไป ปัญหาภาคใต้ที่ทำท่าจะดีก็อาจกลับไปเหมือนเดิมต่อ เทศบาลก็หวังว่าเงินกองทุนนี้จะช่วยประเดิมขึ้นมา เพราะเราเองเสมือนผู้อำนวยความสะดวกให้โรงเรียนต่างๆ ร่วมกันพัฒนา”
เพราะคุณภาพการศึกษาเป็นปัจจัยสำคัญของการพัฒนารอบด้าน

ยะลามาราธอน ครั้งที่ 1
วันที่ 25 สิงหาคม 2562 ณ สนามช้างเผือก เทศบาลนครยะลา
เวลา 03.00 น. เปิดบริการรับฝากกระเป๋า
เวลา 04.00 น. ปล่อยตัวนักวิ่งระยะมาราธอน
เวลา 05.00 น. ปล่อยตัวนักวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอน
เวลา 06.00 น. ปล่อยตัวนักวิ่งระยะมินิมาราธอน
และ เวลา 06.20 น. ปล่อยตัวนักวิ่งระยะฟันรัน
จากนั้นใน เวลา 11.00 น. จะมีพิธีปิดเส้นชัย ก่อนเปิดการจราจรในเวลา 11.30 น.
เหรียญรางวัลแบ่งตามสีของประเภทการแข่งขัน ลวดลายสวยงาม สะท้อนเอกลักษณ์ “ยะลา” ชัดเจน ประกอบด้วย มาราธอน-เหรียญสีทอง, ฮาล์ฟมาราธอน-เหรียญสีเงิน, มินิมาราธอน-เหรียญสีทองแดง และฟันรัน-เหรียญสีโรสโกลด์
