รู้จัก’ซิกา’อีกที ไวรัสไม่ใหม่ ที่มากับยุงลายเจ้าเก่า ไม่ร้ายอย่างที่คิด

3.06.16 | 20:32 น.

“เตือน อสม.ทั่ว ต.สร้างนางขาว ห้ามเข้า อ.สร้างคอม เมืองอุดร หลังมีชาวบ้านป่วยไวรัสซิกา”

หัวข้อข่าวจากมติชนออนไลน์ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคมที่ผ่านมา รายงานการพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกา ในพื้นที่ตำบลเชียงดา อ.สร้างคอม ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกับตำบลสร้างนางขาว อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย แจ้งการเฝ้าระวังไวรัสซึ่งมียุงลายเป็นพาหะ ให้ระวังยุงกัดและช่วยกันทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

รวมทั้งห้ามประชาชนในเขตรับผิดชอบเดินทางไปยังเขตพื้นที่อำเภอสร้างคอม โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์ห้ามเดินทางไปยังพื้นที่เกิดโรคเป็นอันขาด ป้องกันการได้รับเชื้อไวรัสซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นสาเหตุให้ทารกในครรภ์พิการได้

กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศว่า ประเทศไทยก้าวเข้าสู่หน้าฝนแล้ว นั่นหมายความว่า เกษตรกรน่าจะโล่งอกได้หนึ่งเปลาะ เพราะมีน้ำจากฟ้ามาช่วยพลิกฟื้นต้นไม้ต้นไร่ที่ปลูกไว้บ้าง รวมทั้งอุณหภูมิความร้อนที่น่าบรรเทาเบาบางลงกว่าที่ผ่านมา

ย่างเข้าหน้าฝน สิ่งที่ต้องระวังคือ นอกจากงูเงี้ยวเขี้ยวขอ ยังมีโรคภัยที่มากับความชื้นแฉะของอากาศ ไม่ว่าจะเป็นหวัดน้อย หวัดใหญ่ รวมทั้งโรคที่มาพร้อมกับยุง ซึ่งนอกจากโรคไข้เลือดออกที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ยังมีอีกโรคที่มาจากพาหะตัวเดียวกันคือ “ยุงลาย”

Advertisement

“ไวรัสซิกา” (Zika) ไวรัสร้ายที่อาละวาดอย่างหนักเมื่อปีที่ผ่านมาในประเทศแถบละตินอเมริกา โดยเฉพาะประเทศบราซิลที่การระบาดรุนแรงจนต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน และที่สุดองค์การอนามัยโลกถึงกับต้องประกาศให้การระบาดของไวรัสซิกาเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2559

ครั้งนั้นแม้ประเทศไทยจะพบผู้ติดเชื้อบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นระบาด แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน กระทรวงสาธารณสุขจึงประกาศให้เป็นโรคที่ต้องแจ้งความ

โรคไม่ใหม่กับพาหะเจ้าเก่า

ผศ.ดร.พญ.วัชรี โชคจินดาชัย รองหัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล อธิบายถึงไวรัสซิกา ในงานเปิดตัวคลินิกลอยฟ้า ครั้งที่ 14 ที่กลุ่มบริษัทบีทีเอสจัดขึ้นทุกปี เพื่อให้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมและพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับประชาชนว่า “ซิกา” ไม่ใช่โรคใหม่ เจอตั้งแต่ พ.ศ.2490 ในป่าซิกา ประเทศยูกันดา ทวีปแอฟริกา ในประเทศไทยพบตั้งแต่ 2506 แต่ไม่รุนแรง จนปีที่แล้วที่มีการระบาดที่บราซิลและโคลัมเบีย โดยเฉพาะในบราซิลที่ระบาดหนัก จนต้องประกาศภาวะฉุกเฉิน หลังจากพบเด็กทารกแรกเกิดติดเชื้อมีลักษณะกะโหลกเล็ก และเป็นการพิการทางสมองอย่างถาวร เกือบ 4,000 ราย

pra01030659p3
ผศ.ดร.พญ.วัชรี โชคจินดาชัย รองหัวหน้าภาควิชากุมารเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล

ประมาณการกันว่าเฉพาะในทวีปอเมริกาใต้ มีผู้ป่วยมากกว่า 600,000 คน เนื่องจากมีพาหะเป็นยุงลาย จึงแพร่เชื้อไปได้ไกลมาก กระทั่งองค์การอนามัยโลกต้องประกาศให้เป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง และรายงานเมื่อพบผู้ป่วย

สำหรับประเทศไทย เมื่อต้นปีที่ผ่านมากองควบคุมโรคของไต้หวัน ประกาศว่า พบชายไทยที่เดินทางเข้าไปทำงานในไต้หวันติดเชื้อไวรัสซิกา 1 ราย

ทั้งนี้ อาการสำคัญของผู้ป่วยซิกาจะมีอาการเป็นไข้ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดศีรษะ ตาแดง บางรายมีผื่นแดงตามร่างกาย

คุณหมอวัชรีบอกอีกว่า โดยปกติถ้าเรามีไข้ธรรมดา มีอาการตาแดง ปวดกระดูกจะไม่ค่อยมาหาหมอ ยกเว้นแต่จะหนักจริงๆ เช่น มีอาการปวดท้อง หรือช็อก ซึ่งกลุ่มซิกาเองกับโรคชิคุนกุนยา อาการไม่ค่อยหนัก จะมีไข้ ปวดกระดูกค่อนข้างเยอะ อาการไม่รุนแรง และหายเองได้โดยใช้เวลา 7 วัน

“ชิคุนกุนยา มีอาการเรื้อรัง อย่างปวดข้อ-ข้ออักเสบ แต่ซิกาไม่มีอาการที่เรื้อรัง ฉะนั้นในรายที่มาพบแพทย์จะมาเพราะเป็นมาก เช่น ปวดข้อมาก ไข้สูง หนาวสั่น บางทีคนไข้รู้สึกทนไม่ได้คุณหมอจะจ่ายยาตามอาการ เพราะไม่มียาต้านไวรัส และไม่มีวัคซีน”

ฉะนั้นการป้องกันจะต้องป้องกันยุงกัด ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย หลักการเดียวกับการป้องกันโรคไข้เลือดออก ซึ่งสำหรับโรคไข้เลือดออกนั้นในอีกไม่นานอาจจะราวสิ้นปีนี้ที่จะมีวัคซีนป้องกัน

ซิกากับทารกสมองพิการ

ไวรัสซิกา ดูเหมือนไม่มีพิษสง คนไข้ที่ติดเชื้อสามารถหายเองได้ภายใน 7 วัน นั่นทำให้โรคที่มีการพบเมื่อเกือบ 70 ปีก่อน แทบไม่มีใครรู้จักและไม่ได้ให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

กระทั่ง เมื่อระบาดในบราซิล และพบแม่ที่ติดเชื้อซิการะหว่างตั้งครรภ์ ให้กำเนิดทารกที่กะโหลกเล็ก สมองพิการถาวร ความตระหนกและตระหนักถึงความรุนแรงของไวรัสซิกาจึงเกิดขึ้น

ตามมาด้วยข้อสันนิษฐานถึงการแพร่เชื้อเพิ่มเติมอีก 1 ช่องทาง ผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์

สำหรับกรณีที่ว่า ไวรัสซิกาเป็นสาเหตุให้เด็กทารกที่เกิดมีกะโหลกเล็กนั้น คุณหมอวัชรีอธิบายให้ฟังว่า การตั้งข้อสังเกตดังกล่าวมาจากการพิจารณาความสัมพันธ์ของอุบัติการการเกิดโรคในแม่ และการเกิดลักษณะสมองเล็กในลูก

pra01030659p2
“มีหลายการศึกษาที่พยายามยืนยันในประเด็นดังกล่าว เช่น เมื่อตรวจมารดาที่ติดเชื้อซิกาขณะตั้งครรภ์พบว่า สามารถแยกเชื้อไวรัสได้ในช่องคลอด ทำให้สันนิษฐานว่าตัวไวรัสซิกาน่าจะผ่านไปยังทารกได้ และน่าจะเป็นโรคที่ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ได้ด้วย เพราะมันสามารถผ่านไปทางช่องคลอด ซึ่งประเด็นนี้ยังอยู่ในระหว่างการยืนยัน

ขณะเดียวกันก็มีฝ่ายค้าน โดยยืนยันว่าในประเทศบราซิลเมื่อครั้งที่มีการเกิดอุบัติการของทารกสมองเล็ก มีการใช้ยาฆ่าแมลงที่เป็นสารเคมี ซึ่งสารเคมีนั้นใส่ในน้ำของทุกบ้านเพื่อป้องกันยุงลาย และสารเคมีนั้นมีความเป็นพิษสูง จึงน่าจะเป็นสาเหตุของความพิการในเด็กทารกที่เกิด มากกว่าการเป็นซิกาด้วยซ้ำ”

อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นที่ถกเถียงกันอยู่

การแพร่กระจายในประเทศไทย

ดังที่กล่าวมาข้างต้น ไวรัสซิกาพบในไทยตั้งแต่เมื่อครึ่งศตวรรษมาแล้ว รวมทั้งในกรุงเทพฯ ด้วย เพียงแต่ไม่รุนแรง

จนกระทั่งในปี 2555 มีคนไข้ชาวแคนาดามาเที่ยวไทยและติดเชื้อซิกากลับไป ในปีเดียวกันมีชาวเยอรมันติดเชื้อไวรัสซิกา และปีถัดมามีชาวญี่ปุ่นติดเชื้อในไทย ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายเป็นการติดเชื้อระหว่างการเดินทาง จึงมีการรายงานไปยังองค์การอนามัยโลก ที่สุดย้อนกลับมาที่ต้นทางคือ กระทรวงสาธารณสุขในไทย สั่งการให้มีการตรวจเช็กว่ามีคนไข้ที่มาติดเชื้อในไทยติดเชื้อจากที่ไหนบ้าง เราจึงย้อนกลับมาตรวจเลือดของผู้ป่วยที่ต้องสงสัย

พบว่าเราสามารถแยกเชื้อซิกาได้ในเมืองไทย โดยที่จังหวัดเพชบูรณ์ ราชบุรี ลำพูน มีการพบเชื้อซิกา โดยพบว่ามีการระบาดในช่วงเดียวกับมีการระบาดของไข้เลือดออก แต่เราให้ความสำคัญแต่กับโรคไข้เลือดออก

ทั้งนี้ การจะตรวจแยกเชื้อนั้นทำได้เฉพาะในห้องปฏิบัติการ คือตรวจซีรั่มและตรวจหาเชื้อไวรัสเลยโดยทางโมเลกุล ซึ่งทำได้ไม่ทุกที่ เคสที่น่าสงสัยคือจะต้องมีอาการไข้สูง ปวดข้อ และตาแดง รวมทั้งมีผื่นด้วย ถ้ามีอาการ 2 ใน 3 อย่างนี้ให้สงสัยไว้ก่อน และส่งตัวอย่างน้ำเหลืองและตัวอย่างเลือดเข้าไปตรวจ โดยจะต้องแยกออกจากอาการของหัดเยอรมันและไข้สมองอักเสบpra01030659p2

สำคัญที่กำจัดแหล่งน้ำในบ้าน

ในเมื่อมีพาหะร่วมกันคือยุงลาย การทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายจึงเหมือนกระสุนนัดเดียวได้นกสองตัว

“ไข้เลือดออกเมื่อปีที่แล้วเป็นกันเยอะมาก ซึ่งเมื่อก่อนเราเข้าใจว่าเด็กเล็กเป็นไข้เลือดออกมากที่สุด แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะเป็นได้ทุกเพศทุกวัย และแนวโน้มจะเป็นในผู้ใหญ่มากกว่าเด็ก ฉะนั้นเมื่อไหร่ที่มีการระบาดของไข้เลือดออกให้นึกถึงซิกาด้วย”

คุณหมอวัชรีบอก และว่า หลายคนอาจจะคิดว่ายุงลายมาจากบริเวณนอกบ้าน แค่แจ้งทางเขตให้มาฉีดพ่นยาเท่านั้นน่าจะเพียงพอแล้ว แต่ในความเป็นจริง ปัจจุบันยุงลายมีพัฒนาการการดื้อยาเช่นกัน เมื่อฉีดพ่นยามันอาจจะบินหนี จนเมื่อกลิ่นสารเคมีหายแล้วมันก็บินกลับมาใหม่

วิธีการป้องกันที่ดีที่สุดคือ การกำจัดแหล่งน้ำในบ้าน อย่างบางบ้านอาจจะมีภาชนะใส่พลูด่าง หรือมีต้นไม้ที่มีกาบใบใหญ่ๆ ยางล้อรถยนต์ที่ทิ้งไว้ รวมทั้งน้ำรองขาตู้กับข้าว เหล่านี้เป็นภาชนะที่ยุงลายวางไข่ได้ ซึ่งไข่ยุงลายนั้นมีระยะการฟักตัว 8-10 วัน

ที่สำคัญคือ ในกรณีที่เราเทภาชนะที่มีน้ำขังทิ้งไปแล้ว ไข่ยุงลายเมื่อมันแห้งติดกับภาชนะนั้น ถ้าอีก 1 อาทิตย์ได้น้ำ มันสามารถฟักเป็นตัวได้แล้ว และไวรัสเหล่านี้ รวมทั้งไข้เลือดออก สามารถแพร่จากยุงตัวแม่ไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานได้ การกำจัดจึงสำคัญ ฉะนั้นเมื่อเทภาชนะทิ้งแล้ว ควรใช้สก๊อตช์ไบรต์ล้างภาชนะให้สะอาดด้วย

แต่ถ้าจำเป็นต้องมีภาชนะใส่น้ำ ให้ทำความสะอาดทุกสัปดาห์

ฉะนั้น ไวรัสซิกา ไม่ร้ายอย่างที่คิด แค่ต้องรู้จักการป้องกัน