เปิดบทใหม่ประวัติศาสตร์ “กรุงเทพ-กรุงธน” เชื่อมผู้คน 2 ฝั่งเจ้าพระยา

25.07.19 | 21:17 น.

237 ปี คือห้วงเวลานับแต่รัชกาลที่ 1 ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เมื่อพุทธศักราช 2325 สร้างเมืองหลวงอันงดงามนามว่า “กรุงเทพมหานคร” ที่โลกรู้จักในวันนี้ ครอบคลุมพื้นที่สองฟากฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี

ตลอด 2 ศตวรรษที่ผ่านพ้น มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมายในทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาที บ้างถูกหลงลืมให้เลือนหายไปตามกาลเวลา บ้างถูกจดจำ บอกเล่า และบันทึกเป็นหน้าหนึ่งของ “ประวัติศาสตร์” ที่ไม่ใช่เพียงความเป็นมาของวัด วัง และบุคคลสำคัญในพงศาวดาร หากแต่รวมถึงพัฒนาการของบ้านเมืองอีกทั้งวิถีชีวิตของประชาชนบนผืนแผ่นดิน

และหนึ่งในเหตุการณ์จะที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผู้คนซึ่งสัญจรไประหว่างสองฝั่งเจ้าพระยา ก็คือการกำเนิดขึ้นของรถไฟฟ้ามหานคร หรือ รถไฟฟ้าใต้ดินในพื้นที่อนุรักษ์ ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ใน “สถานีสนามไชย” บนถนนชื่อเดียวกันโดยเป็นส่วนต่อขยายของเส้นทางรถไฟฟ้าใต้ดินจากสถานีหัวลำโพง ผ่านพื้นที่เมืองเก่า ก่อนลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาด ไปยังฝั่งธนบุรี เตรียมเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ท่ามกลางการรอคอยของคนไทย

กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกรุงรัตนโกสินทร์ ที่ต้องถูกจดจารไว้ในพุทธศักราช 2562

สถานีอิสรภาพ

รายการขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว ประจำเดือนกรกฎาคมนี้ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งยุคสมัยด้วยการถ่ายทอดความเป็นมาอันยาวนานของกรุงเทพมหานคร เปิดเรื่องราวความเหลื่อมซ้อนของพื้นที่ซึ่งน่าสนใจยิ่ง ผ่านสายตา 2 ผู้อาวุโส ผู้คลุกคลีอยู่ในกรุงเทพฯ-กรุงธนฯมาแต่ครั้งวัยเยาว์ กระทั่งสร้างตำนานชีวิตของตัวเอง

Advertisement
เอกภัทร์ เชิดธรรมธร,ขรรค์ชัย บุนปาน และสุจิตต์ วงษ์เทศ

ขรรค์ชัย บุนปาน ประธานกรรมการบริษัทมติชน จำกัด (มหาชน) เติบโตในเรือกสวนฝั่งธนฯ ย่านบางขุนเทียน

สุจิตต์ วงษ์เทศ คอลัมนิสต์ชื่อดัง อดีตเด็กวัดเทพธิดาราม ฝั่งพระนคร

ก่อนโคจรมาพบกัน ร่วมชั้นเรียนโบราณคดีที่รั้วศิลปากร “วังท่าพระ” ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ ไม่ไกลจาก “สถานีสนามไชย”

ร่วมด้วย รศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ ม.ศิลปากร ซึ่งจะมาร่วมย้อนประวัติศาสตร์ผ่านแผนที่ในช่วงเวลาต่างๆ ให้สร้างจินตนาการคืนสู่อดีตไปพร้อมๆ กัน

 

ชาตรี ประกิตนนทการ อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์บรรยายในสถานีวัดมังกร


จากเรือถึง”รถไฟฟ้า” กรุงเทพฯมาจากไหน?

กว่าจะเป็นกรุงเทพฯ เมืองหลวงที่มากมายด้วยสีสัน ผืนแผ่นดินดังกล่าว เคยเป็นส่วนหนึ่งของท้องทะเลอ่าวไทยอันกว้างใหญ่ไพศาล เมื่อกว่า 12,000 ปีมาแล้ว กระทั่งปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้พัดพาเอาตะกอนหรือโคลนตมมาทับถม จนกลายเป็นผืนดินอันอุดมสมบูรณ์

ผู้คนหลากหลายเข้ามาตั้งหลักแหล่ง จนถึงยุคเริ่มแรกของกรุงเทพฯ เมื่อไม่น้อยกว่า 500 ปีมาแล้ว เดิมเป็นเพียงชุมชนชาวสวนขนาดเล็ก ก่อนค่อยๆ เติบโตเป็นเมืองที่ชื่อว่า “บางกอก” ซึ่งเชื่อว่ามาจาก “บางมะกอก”

ปรากฏหลักฐานเก่าแก่ใน โคลงกำสรวลสมุทร วรรณคดียุคต้นกรุงศรีอยุธยาที่เอ่ยนาม “บาง” ต่างๆ อันสอดคล้องชื่อย่าน ชุมชน แขวง เขตในกรุงเทพฯทุกวันนี้ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีความทรงจำของชาวยุโรปที่บันทึกหลักฐานชุมชนย่านกรุงเทพฯ บริเวณริมฝั่งเจ้าพระยา ยังไม่นับพงศาวดารอีกทั้งเอกสารโบราณที่ทิ้งร่องรอยไว้มากมาย

“รถราง” ยุคแรกๆ ในกรุงเทพฯ นับเป็นการคมนาคมสุดทันสมัยในอดีตที่ชาวบ้านใช้บริการอย่างคับคั่ง

ครั้นเข้าสู่รัชสมัยพระเจ้าตากสินมหาราช ทรงสถาปนากรุงธนบุรี ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อมารัชกาลที่ 1 ย้ายเมืองมาฝั่งตะวันออก แล้วมีพัฒนาการสืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน จากบ้านเรือน สู่ตึกราม จากการคมนาคมทางน้ำยุคโบราณ สู่ถนนหนทางนับแต่สมัยรัชกาลที่ 4 รถลากจากเมืองจีนสมัยรัชกาลที่ 5 รถยนต์คันแรก ใน พ.ศ.2442 รถเมล์จากม้าเทียม กระทั่งเข้าสู่ระบบราง เดินรถไฟสายแรกในวันที่ 11 เมษายน 2436 และก้าวสู่การก่อเกิดรถไฟฟ้า จนมาถึงวันนี้ที่กำลังก้าวไปอีกขั้นสู่การเดินทางลอดใต้แม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมฝั่งพระนครและธนบุรีด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย จาก “สถานีสนามไชย” ที่รายล้อมด้วยสถานที่สำคัญในประวัติศาสตร์ราชสำนักสยาม สู่ “สถานีอิสรภาพ” เขตบางกอกใหญ่อันโอบล้อมด้วยชุมชนหลากหลายทางวัฒนธรรม ตั้งแต่ชาวพุทธ ย่านวัดพลับ หรือวัดราชสิทธาราม ยุคปลายกรุงศรีอยุธยา, ชาวมุสลิม ย่านกุฎีขาว และเจริญพาสน์, ชาวคริสต์ ย่านกะดีจีน และอื่นๆ อีกมากมาย

สุจิตต์ ขรรค์ชัย และชาตรี 3 วิทยากรมากความรู้ เตรียมข้อมูลแน่น เกร็ดประวัติศาสตร์แสนสนุก ปลุกจิตวิญญาณแห่งการเรียนรู้ไร้ขีดจำกัด

ตึกแถวสองฟากถนนเยาวราชครั้งยังมีรถยนต์ไม่มากนัก ปัจจุบันมีรถไฟฟ้าใต้ดิน ‘สถานีวัดมังกร’ เป็นประวัติศาสตร์การคมนาคมบทใหม่ในย่านนี้
แผนที่เก่ากรุงเทพ ครอบคลุมที่ตั้ง ‘สถานีสนามไชย’ ฝั่งพระนคร และ ‘สถานีอิสรภาพ’ ฝั่งธนบุรีในปัจจุบัน บันทึกประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญของการคมนาคมไทย เชื่อมผู้คน 2 ฟากฝั่งด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย

หลากชุมชนบน”เส้นทาง” หลายชาติพันธุ์ในสถานี”วัฒนธรรม”

แน่นอนว่าอีกประเด็นน่าสนใจนอกเหนือจากพื้นที่ก็คือชุมชนและผู้คนดังที่กล่าวมาข้างต้น หากลงลึกไปกว่านั้น กรุงเทพฯ ในยุคแรก แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่แบบกว้างๆ ได้ 3 กลุ่ม คือ คนพื้นเมืองดั้งเดิม, คนต่างชาติภาษาและคนสยาม

หนึ่งในกลุ่มคนต่างชาติภาษาที่เป็นกลุ่มสำคัญยิ่ง คือ ชุมชนชาวจีนซึ่งตั้งหลักแหล่งใหญ่อยู่ในย่านเยาวราชฝั่งพระนคร โดยมี “สถานีวัดมังกร” ตระหง่านท่ามกลางตึกแถวเก่าแก่เปี่ยมสเน่ห์วันวานซึ่งถูกสร้างขึ้นด้วยแรกผลักดันจากการ “สร้างถนน” เนื่องด้วยพ่อค้าจีน แขก ฝรั่ง เรียกร้องให้สร้างอาคารหรือตึกแถวสองข้างทางเพื่อขอเช่าตั้งร้านค้าเฉกเช่นประเทศที่เจริญแล้ว

ทางราชการเห็นพ้องควรปลูกสร้างตามถนนสายสำคัญ เมื่อเวลาพ้นผ่านกลายเป็นอาคารอนุรักษ์ซึ่ง รศ.ดร.ชาตรี ประกิตนนทการ ผู้เชี่ยวชาญด้านสถาปัตยกรรม เตรียมแผนที่แผนทางไว้อธิบายแฟนรายการอย่างเข้มข้น โดยจะชวนให้หลับตาจินตนาการถึงผังเมืองกรุงเทพตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันอย่างเข้าใจง่าย

เป็นอีกหนึ่งตอนที่พลาดไม่ได้ในการรับชม

รายการขรรค์ชัย-สุจิตต์ ทอดน่องท่องเที่ยว ตอน “กรุงเทพ-กรุงธน บนผืนดินเดียวกัน” อังคารที่ 30 กรกฎาคม เวลา 14.00 น. รับชมผ่านเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์, ข่าวสด, ศิลปวัฒนธรรม และยูทูบมติชนทีวี

บรรยากาศย่านท่าเตียนในอดีต ใกล้ ‘สถานีสนามไชย’ ในปัจจุบัน เป็นพื้นที่สำคัญในเกาะรัตนโกสินทร์
ท้องถนนในกรุงเทพฯ ฝั่งพระนครสมัยรัชกาลที่ 5 ปรากฏภาพรถรางและรถลากซึ่งมีชาวจีนรับจ้างลากรถ