ชัดเจนว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรเพื่อรับมือโลกที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วจะประสบความสำเร็จแค่ไหนหัวใจสำคัญอยู่ที่ “คน” มากกว่าทุกสิ่ง และเป็นสิ่งที่ทำได้ยากที่สุดด้วย
การกระตุ้นบุคลากรในองค์กรให้ตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งทำได้หลายรูปแบบ รวมถึงการรับฟังประสบการณ์ตรงจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศระดับโลกเป็นการเติมความรู้เพื่อเตรียมพร้อมในการปรับเปลี่ยนธุรกิจให้ทันโลก
หนึ่งในวิทยากรที่มาพูดในงาน AIS ACADEMY for THAIs : to the Region องค์ความรู้ สู่ภูมิภาค ที่จังหวัดเชียงใหม่ “Yuval Dvir” Global Head of Scaled Partnership, Google Cloud ได้พูดถึงความท้าทายขององค์กรในการรับมือกับโลกยุคใหม่ว่า คือการผสมผสานองค์ความรู้ต่างๆ เข้าด้วยกันแต่ต้องอย่าลืมว่า การพลิกโฉมทางดิจิทัลใดๆ ไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี เพราะเทคโนโลยีอย่างเดียว เปลี่ยนองค์กรไม่ได้ ต้องมีทั้งเทคโนโลยี คน ธุรกิจ และโครงสร้างองค์กร
การทำแค่จุดใดจุดหนึ่งก็ไม่สามารถพลิกโฉมธุรกิจได้หรืออาจต้องใช้นาน และยากลำบากจึงต้องให้ความสำคัญกับ “คน” ในองค์กร และทำให้ทีมเกิดความร่วมมือ ซึ่งจะทำได้ต้อง “รู้จัก” คนในทีมอย่างดี และมีตัวชี้วัดที่ดีด้วย
“การเมืองในองค์กรอาจไม่ใช่เรื่องแย่นัก เพราะเป็นธรรมชาติของมนุษย์ แต่ไม่ควรเป็นสิ่งหลัก แม้จะดึงเรื่องการเมืองออกไม่ได้ แต่วางแผนจัดระเบียบได้ เพราะคนเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายทุกสิ่ง ถ้าเปลี่ยนวัฒนธรรม เปลี่ยนการทำงานของคนได้เมื่อไร จะทำให้เกิดความก้าวหน้าของนวัตกรรมต่างๆ ได้”
ผู้บริหาร “กูเกิล” บอกว่าในยุคที่ทุกสิ่งอย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว (มาก) การเรียนรู้ (Learn) เป็นสิ่งสำคัญ แต่การเรียนรู้ที่ถูกต้อง ประกอบด้วย การเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ (Learn) การไม่ยึดติดกับสิ่งที่เคยเรียนรู้มา (Unlearn) และการเรียนรู้สิ่งที่เคยรู้ด้วยมุมมองใหม่ๆ (Relearn)
“เคล็ดลับของการเรียนรู้ที่จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือความเต็มใจ และยินดีที่จะยอมละทิ้งสิ่งที่เคยเรียนรู้มา ลองค้นหาวิธีการใหม่ๆ แม้วิธีการนั้นๆ จะเคยนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีก็ตาม คือเมื่อเรียนรู้แล้วต้องพร้อมลืมแล้วเริ่มเรียนสิ่งใหม่ได้เสมอ”
เปรียบเสมือนกับ “เด็กทารก” ที่ได้เรียนรู้สิ่งใหม่จากโลกใหม่ๆ เพิ่มขึ้น และลบสิ่งที่ไม่จำเป็นออกเพื่อให้สมองเกิดประสิทธิภาพ โฟกัสสิ่งที่สำคัญ โดยให้คิดเสมอว่า “เราไม่ได้เก่ง ไม่ได้รู้อะไรมากมาย ดังนั้นต้องรู้ว่าเรายังไม่ได้รู้ทั้งหมด ต้องถ่อมตัว เพราะความรู้มีวิวัฒนาการอยู่ตลอดเวลา”
อย่างไรก็ตาม ต้องเข้าใจด้วยว่าเทคโนโลยีจะมีความสามารถได้เท่ากับ “คน” ที่นำไปใช้ และ “คน” จะเก่งได้แค่ไหนขึ้นอยู่กับวัฒนธรรมในองค์กรที่อนุญาตให้ทำได้ และวัฒนธรรมจะเปิดกว้างแค่ไหนขึ้นอยู่กับ “ผู้นำ” องค์กรที่จะสร้างวัฒนธรรมที่ดีขึ้นมาได้
“Yuval” ย้ำว่าวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่สำคัญ เมื่อมีการริเริ่มสิ่งใหม่ “ผู้นำ” ต้องเรียนรู้ตลอดเวลา และมีวิสัยทัศน์ในการใช้เทคโนโลยี โดยรู้จักประยุกต์ใช้ เช่น ถ้าองค์กรเชี่ยวชาญด้านหนึ่ง ผู้นำอาจใช้เทคโนโลยีคลาวด์มาสนับสนุนการทำงาน โดยให้องค์กรไปโฟกัสในสิ่งที่องค์กรเก่งที่สุด
“ทุกวันนี้ธุรกิจเปลี่ยนแปลงมากมีทั้งเอไอ แมชีน เลิร์นนิ่ง ทำงานแทนมนุษย์ มีเทคโนโลยีทำให้เกิดธุรกิจใหม่ๆ เช่น บล็อกบัสเตอร์ มีเน็ตฟลิกซ์มาแทน เน็ตฟลิกซ์เองก็มีคู่แข่งเข้ามาตลอดเวลา ดังนั้น แม้บริษทเราจะเบอร์หนึ่งหรือไม่ก็ตาม ต้องตระหนักว่าจะมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาท้าทายตลอด”
เทคโนโลยีเข้ามาทำให้บทบาทมนุษย์เปลี่ยนไป เพราะมนุษย์ไม่ได้สมบูรณ์แบบ บางเรื่องอาจเป็นแง่บวกหรือแง่ลบ เช่น “อารมณ์” ของมนุษย์บางครั้งอาจทำให้เกิดการตัดสินใจผิดพลาด แต่ใช้ความฉลาดทางอารมณ์ของคนที่เหมาะสมมาดูแลได้ ซึ่งจุดนี้เป็นสิ่งที่ “เครื่องจักรกล” ไม่สามารถแทนที่ได้
ขณะที่ “หุ่นยนต์” มีความสามารถ อาจชนะเกมหมากโกะได้ เพราะมองเห็นแพตเทิร์นการวางหมากที่คนไม่เคยเห็นมาก่อน และทำในสิ่งที่คนไม่เคยคิดถึงได้ ฉะนั้นมนุษย์ต้องเปลี่ยนตนเองจากขนบเดิมไปสู่สิ่งใหม่
เช่นกันกับการสร้างธุรกิจต้องมองไปสู่สิ่งใหม่ๆ และทำให้แตกต่างด้วย “นวัตกรรม” เปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัย และนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง
“เคล็ดลับของการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นองค์กรที่มีนวัตกรรม คือ ต้องรู้จักวางแผน และแผนต้องเปลี่ยนได้เสมอ การเรียนรู้อะไรแล้ว ต้องลืมแล้วเรียนใหม่ได้ ต้องย้อนกลับไปดูผลลัพธ์ และเตรียมหาทางรับมือกับความแน่นอนที่ไม่แน่นอนอยู่เสมอ”
ที่สำคัญต้องรู้จักนำ “ข้อมูล” ที่มีมาใช้ประโยชน์ในพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ การได้ความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
“ผู้บริหารกูเกิล” ยกตัวอย่าง “Skype” ผู้ให้บริการโทรศัพท์ผ่านอินเตอร์เน็ต ที่มีโครงการเก็บข้อมูลมากมายแต่ไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ กระทั่ง “ไมโครซอฟท์” เข้าไปซื้อกิจการจึงนำข้อมูลมาพัฒนาโครงการต่างๆ มีการให้ผู้ใช้ได้ทดลองทดสอบบริการจึงพัฒนาฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ได้ดีขึ้นกว่าเดิมมาก
แต่การพัฒนาสิ่งใหม่ ไม่ว่าจะเป็นไอเดียเล็กหรือใหญ่ สิ่งสำคัญ คือการลงมือทำ แบบ “ทำน้อยได้มาก โฟกัสสิ่งที่สำคัญ” (Less is more, focus on what truly matters.) พร้อมปรับวัฒนธรรมองค์กรให้ช่วยกันคิด แบ่งกันทำ และลงมือทำตามเป้าหมาย
“ผู้บริหารกูเกิล” ย้ำทิ้งท้ายว่าในอนาคตเทคโนโลยีต่างๆ จะเข้ามาทำงานแทนที่มนุษย์มากขึ้น ขณะที่ “คน” มีอายุยืนขึ้นจากพัฒนาการของเทคโนโลยีทางการแพทย์ทำให้ไม่สามารถมีอาชีพเดิมได้ตลอดไปจึงต้องเรียนรู้ตลอดชีวิตและไม่ยึดติดกับสิ่งที่ได้เคยเรียนรู้มา

