เราต่างปรารถนาความรื่นรมย์ แต่ที่เป็นไปคือความรื่นรมย์จะเกิดกับเราหรือไม่ ในชีวิตปกติเรากำหนดไม่ได้เลย
หวังว่าจะเกิด และมีขึ้น แต่หวังก็คือหวัง สมหวังหรือไม่ ล้วนแล้วแต่ต้องรอให้เป็นไปเอง
เกิดขึ้นก็ดีใจ ไม่เกิดขึ้นก็ห่อเหี่ยวและรอต่อไป
นั่นเป็นเรื่องชีวิตปกติที่หล่อเลี้ยงด้วย “ความหวัง”
คล้ายกับเรากำหนดอะไรไม่ได้เลย
อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นอย่างนั้นเสียทีเดียว เพราะหากจัดการให้ดีเรามีส่วนไม่น้อยที่จะทำให้ความหวังเป็นตามที่ปรารถนา
กุญแจสำคัญ หรือวิธีการที่จะทำให้ได้ผล คือการมองเห็นความเป็น 3 มุม
มุมแรก มองไปที่ปัจจัยภายนอก เราหวังว่าความรื่นรมย์ของเราจะเกิดจากคนอื่น สิ่งอื่น
ในมุมนี้เราจะเริ่มคิดว่าจะทำให้คนอื่น สิ่งอื่นจะต้องเป็นอย่างไร จึงจะทำให้เกิดความรื่นรมย์กับเราได้ จากนั้นก็หาทางจัดการด้วยวิธีการต่างตามที่ตั้งความคิดไว้
ด้วยวิธีการเช่นนี้เราจะรับรู้ว่าเป็นเรื่องที่ยากเย็นไม่น้อยกับการควบคุมองค์ประกอบต่างๆ ให้เป็นไปอย่างที่เราคิด เพราะในแต่ละสิ่งนั้นมีความซับซ้อน ต่างมีปัจจัยที่เข้ามาประกอบให้เป็นไปหลากหลาย ทั้งที่ควบคุมได้ควบคุมไม่ได้
ความรื่นรมย์ในมุมนี้จึงเกิดขึ้นได้ยาก หรือหากจะเกิดขึ้นได้จะต้องใช้เวลาที่จะต้องมุ่งมั่นทุ่มเทเข้าจัดการ
มากน้อย หรือยากง่ายตามแต่จำนวนสิ่งและคนที่จะต้องเข้าไปจัดการ ความซับซ้อนของสิ่งและคนเหล่านั้น
ที่สำคัญคือ เราสามารถมองเห็นความเป็นจริงของสิ่งหรือคนที่เข้ามาเป็นส่วนประกอบนั้นหรือไม่
การเกิดขึ้นของ “ความรื่นรมย์” ที่ขึ้นกับคนอื่นนี้เป็นความยุ่งยาก อาจเสียเวลาทั้งชีวิตแสวงหาก็ยังไม่มีโอกาสได้พานพบ หรือพบได้บ้างแต่อย่างฉาบฉวย ชั่วครั้งชั่วคราว อยู่ได้ไม่นานก็หาย หรือเปลี่ยนแปลงไป
มุมต่อมาเป็นการมองพร้อมๆ กันทั้ง “ตัวเอง” และ “ปัจจัยภายนอก” แล้วหาทางจัดการให้ความปรารถนาสอดคล้องกับความเป็นจริง
“ความรื่นรมย์” ในหนทางนี้ ยืนอยู่กับความเป็นจริงมากขึ้น เพราะเมื่อมองว่าเรามีอะไรอยู่บ้าง และสิ่งที่มีอยู่เอื้อ หรือพอเพียงกับการไปจัดการให้สิ่งอื่น คนอื่นเป็นไปอย่างที่เราปรารถนาได้หรือไม่
การปรับจูนสิ่งที่เราเป็นกับสิ่งที่เป็นไปภายนอก และหาวิธีที่เหมาะสมในการทำให้เป็นไปตามเป้าหมาย เป็นการจัดการแบบรู้ตัวเอง
ซึ่งโอกาสจะกำหนดความรื่นรมย์ให้เหมาะสมกับความเป็นจริงมีมากกว่า
จึงใกล้ความสำเร็จมากกว่า
มุมมองที่สาม คือมองที่การจัดการตัวเอง ดำเนินไปในความเชื่อว่า ความรื่นรมย์ที่เริ่มจากภายในตัวเองเป็นเรื่องที่ถูกต้องกว่า
การทำให้ตัวเองพอใจในทุกสิ่งที่เป็นอยู่
เป็นการเริ่มต้นจัดการให้เกิดความรื่นรมย์ด้วยการลดเงื่อนไขให้มากที่สุด
ปล่อยให้ปัจจัยภายนอกเป็นไป โดยไม่กระทบต่อความรื่นรมย์ในจิตใจ
แม้ว่าจะหาทางจัดการความเป็นไปภายนอก แต่เป็นการจัดการที่ตระหนักรู้ถึงความเป็นเช่นนั้นเองของปัจจัยต่างๆ
ไม่ให้การจัดการสำเร็จหรือไม่สำเร็จมาเป็นอารมณ์ทำให้ความรื่นรมย์ในใจที่มีอยู่เปลี่ยนแปลงไป
มองเห็นเหตุของปัจจัยภายนอกเป็นไปตามความเป็นจริง
แม้จะมีความปรารถนาจะจัดการให้ความเป็นจริงนั้นเป็นไปในทางที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่หากไม่เป็นไปตามนั้น ก็ควบคุมจิตใจไม่ให้หลุดจากความรื่นรมย์ที่มีอยู่
ทั้ง 3 มุมมองนี้ ว่าไปแล้วเป็น หนทางแห่งความสุข
คนคนหนึ่งจะเดินในหนทางใด
เป็นเรื่องเฉพาะตัวที่เกิดขึ้นกับคนคนนั้น

