คอลัมน์ นอกลู่ในทาง : หลุมพรางดิจิทัล

10.08.19 | 17:04 น.

การแย่งชิงและหากลวิธีมัดใจผู้บริโภคของยักษ์แพลตฟอร์มดิจิทัลระดับโลกทั้งหลายยังเต็มไปด้วยความเข้มข้น โดยเฉพาะในสมรภูมิ “ฟู้ดดิลิเวอรี” ที่ไม่มีใครยอมใคร ทั้ง “ฟู้ดแพนด้า-ไลน์แมน-แกร็บฟู้ด” ล่าสุดน้องใหม่ “เก็ท ฟู้ด”

และในสังเวียนอีคอมเมิร์ซ นอกจากยักษ์ใหญ่อย่าง “ลาซาด้า-ช้อปปี้-เจดีเซ็นทรัล” จะแข่งกันหนักหน่วง ล่าสุด “ไลน์” (LINE) ยังกระโดดเข้ามาร่วมวงสร้างความคึกคักเพิ่มเติมด้วยฟีเจอร์ “LINE SHOPPING”

การมาของ “ไลน์” หนนี้ ไม่ได้เปิดตลาดออนไลน์แห่งใหม่ขึ้นมาแข่งกับใครซะทีเดียว แต่ใช้วิธีรวบรวมมาร์เก็ตเพลสที่มีอยู่เดิมกว่า 15 แห่งในประเทศไทย มารวมไว้ด้วยกันแล้วเพิ่มความแตกต่างเพื่อดึงดูดให้คนเข้ามาใช้งานด้วยการเพิ่มรูปแบบการเปรียบเทียบราคา (พัฒนาโดย Priceza ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายเปรียบเทียบราคา)

เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ใหม่ “Life on LINE” ซึ่งเพิ่งประกาศไปเมื่อไม่นานมานี้ กับเป้าหมายที่ต้องการทำให้แพลตฟอร์มของตนกลายเป็น “โครงสร้างพื้นฐานชีวิต” สำหรับผู้ใช้งานทุกคน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 44 ล้านราย เกินกึ่งหนึ่งของประชากรในไทยไปแล้ว

“อึนจอง ลี” รองประธานอาวุโสฝ่ายบริหารธุรกิจระดับโลก LINE คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า LINE ต้องการแก้ไข pain point ให้ผู้บริโภคทำให้ชีวิตประจำวันสนุกสนานและสะดวกสบายมากขึ้นโดยมุ่งมั่นที่จะนำเสนอประสบการณ์ “WOW” ให้ผู้ใช้ทุกคน ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ภายใต้วิสัยทัศน์ “Life on LINE”

Advertisement

ประกอบด้วย 1.OMO (online-merge-offline) การรวมกันของออนไลน์กับออฟไลน์ คล้าย O2O แต่ลึกกว่าและสมบูรณ์กว่า เพื่อช่วยธุรกิจไทย เช่น มี LINE Mini App ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงและใช้บริการจากแบรนด์หรือธุรกิจต่างๆ ผ่าน LINE ได้ โดยไม่ต้องออกจากแอพพ์ และแบรนด์เองยังคงรูปแบบบริการของตนได้ตามที่ต้องการ

2.Fintech ผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้าสู่การเป็นสังคมไร้เงินสด ที่ผ่านมามี Rabbit LINE Pay และกำลังมีความร่วมมือกับแบงก์กสิกรในการพัฒนาบริการทางการเงินร่วมกัน

และ 3.พัฒนาเทคโนโลยีด้าน AI ขั้นสูงเพื่อนำไปใช้ในการบริการ เช่น นำ AI มาช่วยในฟีเจอร์แนะนำบริการแบบเฉพาะบุคคลในการค้นหาการใช้บริการ LINE TV, Sticker Shop, โฆษณา และอื่นๆ

สำหรับ “LINE SHOPPING” ออกมาเพื่อตอบโจทย์นักช้อปโดยเฉพาะ

“เลอทัด ศุภดิลก” หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอีคอมเมิร์ซ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดช้อปปิ้งออนไลน์ในประเทศไทยยังเติบโตต่อเนื่องโดยมีการประเมินว่ามูลค่าตลาดช้อปปิ้งออนไลน์จะเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 470,000 ล้านบาท ภายในปี 2565 โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 16% ต่อปี ทำให้ช่องทางออนไลน์ช้อปปิ้งมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 8.2% เมื่อเทียบกับภาพรวมของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งทั้งระบบ

รูปแบบของ e-Market Place จะเป็น Online-Platform ที่เข้ามามีบทบาทมากขึ้น

ขณะที่ตลาดกำลังเติบโตก้าวกระโดด แต่คนไทยยังมีปัญหาในการช้อปปิ้งออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นความยุ่งยากในการเลือกซื้อสินค้าจากหลายแหล่ง และเมื่อซื้อมาก็ไม่ได้ราคาที่ถูกจริงตามที่ต้องการจึงเป็นที่มาของ LINE SHOPPING เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้บริการให้ได้มากขึ้น

นอกจากรวบรวมสินค้าและการเปรียบเทียบราคาจากหลากหลายมาร์เก็ตเพลสในกว่า 15 แห่ง อาทิ LAZADA, Shopee, Advice, Makro, Asia Books, All About You, Aston, Beauticool, Beauty Plaza, TV Direct, Wellness Mark Shop, Nespresso, MISSHA, It?s Skin เป็นต้น มาไว้ด้วยกันแล้วยังเพิ่มเติมด้วยฟังก์ชั่นพิเศษสำหรับค้นหา และเลือกซื้อสินค้าใน

คอลเล็กชั่นสินค้าที่ LINE SHOPPING เลือกไว้ด้วย พร้อมด้วยเครื่องมือติดตามสินค้ารายการโปรด (Wishlist) ที่ต้องการช่วยให้นักช้อปสะดวกขึ้นกว่าเดิม

ยังไม่หมด ในทุกการช้อปผ่าน “LINE SHOPPING” มีให้สะสมแต้ม (LINE Points Back) ไว้แลกซื้อบริการต่างๆ ได้ ซึ่งในช่วงแรกเป็นบริการของไลน์เอง เช่น สติ๊กเกอร์, ธีมไลน์ เป็นต้น

หลังทดลองเปิด LINE SHOPPING ตั้งแต่ มี.ค.ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ใช้งานต่อเนื่อง (Active User) ราว 2.5 ล้านคนต่อเดือน และคาดหวังว่าจะมีผู้ใช้กว่า 8 ล้านคนหรือคิดเป็น 18% ผู้ใช้งาน LINE ทั้งหมดของประเทศไทยในสิ้นปีนี้

ก่อนหน้านี้ “ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ LINE ประเทศไทย พูดถึงบริการ และนวัตกรรมใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อธุรกิจในประเทศไทยโดยเฉพาะจะมี 4 ผลิตภัณฑ์ ด้วยกัน

มี LINE Shopping เป็นบริการแรก เพื่อแก้ pain point ของลูกค้าในการตามหาข้อมูลที่มีมากจนเกินไป และช่วยให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเชื่อมต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีก 3 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ LINE MAN ที่จะขยายการบริการให้ครอบคลุมหัวเมืองใหญ่ของไทยภายในปี 2563 ถัดมาเป็น LINE MAN GROCERY บริการซื้อของใช้ในบ้านจาก LINE MAN สุดท้ายเป็น LINE MELODY-LINE Call ที่เพิ่มฟีเจอร์ให้ผู้ใช้งานนำเพลงยอดนิยมมาเป็นเมโลดี้หรือริงโทนได้

ซีอีโอ “LINE ประเทศไทย” คนใหม่ย้ำว่า ทั้งหมดเป็นนวัตกรรมที่มุ่งพัฒนาชีวิตคนไทยทั้งสิ้น

เป้าหมายของ “ไลน์” ไม่ได้แตกต่างไปจากแพลตฟอร์มดิจิทัลอื่นๆ ทุกเจ้าต้องการเพิ่มจำนวนคนใช้ และระยะเวลาที่ใช้งานบนแพลตฟอร์มของตนทั้งนั้น เฉพาะของ “ไลน์” เคยเปิดเผยว่าเกือบ 1 ใน 3 ของเวลาที่คนใช้สมาร์ทโฟนจะอยู่บนแพลตฟอร์ม “ไลน์”

เท่านี้คงยังไม่พอจึงต้องมีบริการใหม่ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับผู้บริโภคแล้วการแข่งขันทำให้บริการดีขึ้นในราคาที่ควรดีขึ้นด้วย ใครนำเสนอบริการที่ดีกว่าก็เปลี่ยนใจไปใช้ได้ เพราะทางเลือกมีหลากหลาย

กับกลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีหรือแม้แต่บริษัทขนาดใหญ่อาจเปลี่ยนไปเปลี่ยนมายากกว่า ดังนั้นการเลือกใช้แพลตฟอร์มใดต้องพิจารณาให้รอบด้าน โดยเฉพาะช่องทางการขาย และการสื่อสารกับลูกค้าที่ควรเป็น “มัลติแชนเนล”

ไม่ผูกติดอยู่กับแพลตฟอร์มเดียวจะได้ไม่ซ้ำรอย LINE Official Account (OA) ที่ประกาศปรับแพคเกจราคา และโมเดลธุรกิจใหม่จนปั่นป่วนกันไปไม่น้อย เพราะส่งผลต่อต้นทุนในการดำเนินธุรกิจทันที

ที่สำคัญผู้ประกอบการทั้งหลายควรตระหนึกถึงการให้ความสำคัญกับการวางแผน และเก็บข้อมูลลูกค้าของตนเองอย่างจริงจังด้วย ด้วยว่า โลกยุคดิจิทัล “ดาต้า คือขุมทรัพย์” จะได้ไม่ตกหลุมพรางดิจิทัล เพราะจริงๆ แล้วอะไรที่ให้ใช้ฟรีหรือถูกมาก ไม่ได้ฟรีจริงๆ เพียงแต่จ่ายเป็นอะไรมากกว่า