แดดเดียว : หอมกลิ่นกัญชาปนฉี่ เทรนด์ชีวิตคนยุค 5G

ชีวิตคนยุคนี้ ติดหนึบอยู่กับสมาร์ทโฟน ติดต่อสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย หรือแอพพ์ยอดนิยมอย่าง Line

คนหนุ่มคนสาวยังต้องเรียน หรือวัยเริ่มทำมาหากิน การใช้โซเชียลมีเดีย ก็จะเป็นการนัดเจอ นัดกิน นัดเที่ยว

ถ้าอายุมากขึ้นมาอีกระดับ การงานเข้าที่ เวลาเยอะ ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง

เช้ามา มีสวัสดีตอนเช้า ภาพวิวทิวทัศน์ใช้โทนสีตามวัน วันไหนเมาค้างก็ส่งผิดส่งถูก

พวกที่เคร่งธรรมะ จะส่งวาทะ คำสอน พระคาถา ของพระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ เพื่อนฝูงได้รับก็สาธุ อนุโมทนา งัดรูปพระ รูปวัดมาส่งกลับ แลกกันดู

หลังจากนั้น จะเป็นรายการแลกเปลี่ยนข่าวสารต่างๆ พวกที่ชอบลุงตู่ก็จะมีบทวิเคราะห์ต่างๆ รูปภาพกราฟิก คลิปสั้นต่างๆ ส่งมาอวยลุงตู่ และด่าทอ สาปแช่งบรรดาศัตรูของลุงตู่

พวกเกลียดลุงตู่ ก็จะมีเนื้อหาตรงกันข้ามกับฝั่งอวยส่งมาแลกกันดู เรื่องแบบนี้อย่าส่งผิดห้องเป็นอันขาด จะถึงขนาดตัดเป็นตัดตาย

นี่ยังดี ถ้าเป็นช่วงเป่านกหวีด เนื้อหาต่างๆ จะแรงกว่านี้เป็นพันๆ เท่า

“เฟคนิวส์” สะพัดยิ่งกว่าสะพัด เพื่อนฝูงบางคนนิสัยดีมาก ปกติสุภาพเรียบร้อย พูดจามีเหตุผล เรียนเก่ง แต่ไปฟังปราศรัยกู้ชาติมาหนสองหนเปลี่ยนแปลงเป็นคนละคน

พร้อมทะเลาะกันทุกคนที่คิดหรือเชื่อไม่เหมือนตัวเอง ตื่นเช้ามาโพกผ้าประดับธง สะพายเป้พร้อมเสบียงอาหาร ทะมัดทะแมง ออกไปตามนัด

บางคน “อิน” หนักมาก ยังไม่สร่างมาจนบัดนี้

อีกเรื่องที่นิยมส่งกันมากคือ สูตรยา และบทวิเคราะห์ว่าด้วยการรักษาโรคร้ายๆ อย่างมะเร็ง ความดัน หัวใจ เส้นเลือดสมอง ตับไต ฯลฯ

แอบอ้างว่า กินแล้วไม่ต้องพึ่งพาหมอ ไม่ต้องไปโรงพยาบาล

ในห้วงปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า กัญชาและน้ำมันกัญชา ผงาดขึ้นอันดับหนึ่งของหัวข้อการสนทนา มีการปั่นในโซเชียลมีเดีย ในไลน์ จนกลายเป็นยาวิเศษ แก้ได้สารพัดโรค

ทั้งๆ ที่แพทย์เขารับรองแค่ว่า กัญชาหรือน้ำมันกัญชา มีสรรพคุณรักษาเยียวยาอยู่ 4 โรค แต่จะต้องใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ด้วย

ในภาพรวม ของบรรดายาที่ส่งต่อทางไลน์ หรือเฟซบุ๊ก หลายๆ สูตร หมอเห็นแล้วตาเหลือก รีบรับรองสรรพคุณว่า ไม่ต้องพึ่งหมอแน่นอน

เพราะจะพ้นภาระหมอ กลายเป็นหน้าที่ของสัปเหร่อ

อีกสูตรยาที่โผล่มาโด่งดังระยะนี้ เป็นข่าวในสำนักข่าวออนไลน์ ขอถ่ายทอดมาเล่าสู่กันฟัง

เริ่มจากผู้ใช้เฟซบุ๊กคนหนึ่ง โพสต์ข้อความสอบถามในกลุ่มว่า เปิดร้านอาหารอยู่ ถ้าจะใส่

น้ำปัสสาวะลงไปในอาหารให้ลูกค้ากินได้หรือไม่ พร้อมติดแฮชแท็ก #ถ้าบอกมาจากกลุ่มจะใส่ให้เป็นพิเศษ

สมาชิกรายหนึ่งในกลุ่มตอบกลับว่า ตัวเองนั้นเปิดร้านก๋วยเตี๋ยว ก็ใส่น้ำปัสสาวะของตัวเองลงไปในน้ำซุปด้วย เพราะหวังดี เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นก่อสร้าง เวลามากินที่ร้านมักจะบ่นว่าปวดเมื่อย ไม่รู้จะแนะนำอย่างไร บอกไปตรงๆ ก็กลัวจะหาว่ากวน เลยแอบใส่ปัสสาวะตัวเองในน้ำซุป ซึ่งพบว่าได้ผล ลูกค้าติดเพียบ และบอกว่ากินร้านนี้แล้วหายปวดเมื่อย

กลายเป็นสูตรใหม่ ก๋วยเตี๋ยวใส่ปัสสาวะหรือ ฉี่ กินแก้กษัย ซดแล้วหายปวดเมื่อย เรียกเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมอย่างอึงมี่

เชื่อว่าคอก๋วยเตี๋ยวหลายคน อาจจะต้องระแวดระวังตัวเอง จะแวะกินก๋วยเตี๋ยวสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้

บางคนอาจจะไม่กล้าบ่นปวดเมื่อยเนื้อตัวในร้านก๋วยเตี๋ยว เดี๋ยวเจ้าของร้านได้ยินเข้า แอบจัดพิเศษใส่ฉี่ให้ จะยุ่งไปกันใหญ่

คอก๋วยเตี๋ยวสายซดน้ำ กินร้านไหน ชอบสั่งน้ำซุปมาเสริมเป็นพิเศษ จะต้องคิดหนักอีกเหมือนกัน เพราะเท่ากับว่าเพิ่มความเสี่ยง มีโอกาสรับฉี่เจ้าของร้านมากขึ้น

จากสูตรก๋วยเตี๋ยวพิสดาร หากลองติดตามอ่านข่าว จะได้ข้อมูลว่า การดื่มฉี่ เป็นความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ

แต่มีวิธีการกิน อาทิ ต้องดื่มปัสสาวะที่ถ่ายออกมาตอนเช้า ต้องเด็ดหัวเด็ดหาง กล่าวคือ ดื่มปัสสาวะท่อนกลางๆ ไม่ดื่มปัสสาวะท่อนแรกๆ หรือท่อนท้าย ที่มีโอกาสปนเปื้อน หรือมีเกลือแร่ หรือของเสียที่ร่างกายขับออกมา ผสมมาเยอะเกินไป

ยาโบราณหลายชนิด อาทิ ยาเขียว เวลาดื่ม คนโบราณนิยมผสมกับปัสสาวะของเด็กชาย ซึ่งถือกันว่าสะอาด และไม่เข้มข้นเกิน แต่ปัจจุบันถือว่าพ้นสมัยไปแล้ว ถ้าจะกิน ใช้น้ำอุ่น น้ำสุก น่าจะสนิทใจกว่า

ในทางวิทยาศาสตร์ ปัสสาวะมียูเรีย ที่เราจะได้กลิ่นฉุนนั่นเอง สารตัวนี้สะสมมากๆ อาจเป็นนิ่วได้ นอกจากยูเรีย ยังมี คลอไรด์, โซเดียม, โปตัสเซียม, ครีอะตินีน อย่างละเล็กละน้อย และสารละลายอื่นในปริมาณน้อย

ในทางการแพทย์ รับรู้การมีอยู่ของการรักษาด้วยปัสสาวะ แต่ไม่รับรอง และไม่นำมาใช้

การปัสสาวะลงในหม้อก๋วยเตี๋ยว ความร้อนจากน้ำก๋วยเตี๋ยว อาจฆ่าเชื้อไปแล้ว จึงอาจไม่มีอันตราย และอาจทำละลายสารต่างๆ ให้ลดน้อยลงไปพร้อมกัน ไม่น่าจะเหลือสรรพคุณในการรักษาโรค

อาจทำให้น้ำซุปรสชาติเปลี่ยนไป หรือเกิดเชื้อบางอย่างขึ้นมา แล้วแต่ตัวบุคคลเจ้าของปัสสาวะ

สรุปว่าจะไปหาเรื่องใส่ลงไปให้มันเสียก๋วยเตี๋ยว

ชีวิตของคนยุคใหม่ นอกจากคลุกคลีนัวเนียอยู่กับสมาร์ทโฟน เฟคนิวส์ สูตรยาผีบอก และสารพัดสมุนไพรแล้ว

เวอร์ชั่นล่าสุด ต้องเพิ่มน้ำมันกัญชาเข้ามาด้วย แต่อย่าลืมหาเบอร์โทรโรงพยาบาลไว้ด้วย เผื่อแพ้ขึ้นมา จะได้มีหมอรักษา

และล่าสุดของล่าสุด บางคนอาจจะเพิ่มขวดบรรจุฉี่สด แช่ตู้เย็นเอาไว้หยิบมาจิบเรื่อยๆ เพราะเริ่มมีความเชื่อจะดื่มฉี่กันแล้ว บางคนเอาลูบหัว ล้างตากันด้วย

ก็ต้องหวังว่า แฟชั่นการซดฉี่ที่ว่านี้ จะผ่านมาแล้วรีบผ่านไปไวๆ เร็วๆ

ทิ้งกลิ่นฉุนจางๆ ไว้เป็นที่ระลึกถึงการดิ้นรนเพื่อชีวิตที่ดีกว่าของคนเรา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ผู้ว่าฯพิษณุโลก นำเรือ-อุปกรณ์เร่งอพยพชาวบ้านพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม-น้ำป่าหลากฉับพลัน
บทความถัดไป‘อัจฉริยะ’ แฉ ‘ร้านกาแฟชื่อดัง’ ลดต้นทุน เก็บแก้วลูกค้าทิ้งลงถังขยะ มาล้างแล้วชงขายใหม่