แดดเดียว : วัฒนธรรม‘กาแฟ’

ข่าวพนักงานร้านกาแฟ เก็บแก้วกระดาษที่ดื่มแล้วทิ้งในถังขยะมาชงให้ลูกค้ากิน เป็นข่าวเกรียวกราว

เมื่อเป็นข่าวในออนไลน์ มีผู้สนใจเข้ามาคอมเมนต์กันมาก สะท้อนภาพคอกาแฟ นักบริโภคกาแฟบ้านเราว่า เป็นกลุ่มก้อนใหญ่มาก

น้องๆ ผู้ให้บริการกาแฟในร้านทำแบบนี้ทำไม เข้าใจไม่ยากว่า คงเพื่อสร้างรายได้พิเศษเข้ากระเป๋า เพราะร้านแนวนี้ เช็กยอดขายด้วยจำนวนแก้วกาแฟ

การเก็บแก้วจากถังขยะมาขาย น้องๆ คงไม่คิดอะไรมากแต่สิ่งที่ตามมาคือ ผลเสียต่อแบรนด์ของเขา

บริษัทเจ้าของแบรนด์แสดงความรับผิดชอบ สั่งปิดร้านไป 3 วัน เพื่อปรับปรุงบริการ

เชื่อว่าเรื่องทำนองนี้ คงจะไม่เกิดขึ้นอีก แต่คอกาแฟก็ต้องระมัดระวังด้วย

อาจจะต้องคอยาว ชะเง้อชะแง้ดูให้ดีว่า หลังจากสั่งกาแฟแล้ว น้องๆ หยิบแก้วมาจากไหน

หรือไม่ก็พกแก้วมาเองเลย สบายใจที่สุด

น่าจะสักประมาณ 15-20 ปีละมั้ง ที่ประเทศไทยเรา ก้าวสู่ยุคแห่งการกินกาแฟกันอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

จากยุคแห่งการต้อนรับวันใหม่ด้วยโอยัวะ หรือกาแฟดำปี๋และข้น ชงด้วยถุงผ้าโปร่งๆ ใส่เม็ดกาแฟบด ใช้กะบวยสังกะสีจุ่มตักน้ำร้อน ในหม้อต้มน้ำสังกะสีหรือสเตนเลสทรงกลม มาเทใส่ถุง แล้วปล่อยไหลลงแก้วก้นสอบ เติมน้ำตาล เสียบช้อนคนมาให้ด้วย

โอยัวะที่ว่า หากเติมนมสดกระป๋อง ก็เรียก “ยกล้อ” ถ้าใส่นมข้นจะเป็นกาแฟร้อนธรรมดาไป

จะให้ครบสูตร ต้องสั่งไข่ลวกเกือบสุกมา 2 ฟอง เติมพริกไทย เกลือ ซอสแม็กกี้หรือซอสไทยๆ ภูเขาทอง หรือเป็นไข่ดาว ไส้กรอก เบคอน มาด้วย จะเป็นเบรกฟาสต์ยุคทศวรรษ 50-60 ตามด้วยชาจีนร้อนๆ

เมนูที่ว่านี้ มีการต่อยอดออกไปมาก ขณะที่กาแฟชงจากถุงเริ่มหายไป มีกาแฟสด หรือกาแฟสำเร็จรูปมาแทน อาหารประกอบก็เปลี่ยนไป

มีทั้ง โจ๊ก ต้มเลือดหมู ไข่ดาวไส้กรอกเบคอนทอด ติ่มซำ ซาละเปา โรตี ปาท่องโก๋หรืออิ่วจาก๊วย

บางทีจัดหนัก มีขนมจีนน้ำยากะทิ ใส่ผักเยอะๆ

ยังมีไข่กระทะ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง หมูทอด หรือเนื้อแดดเดียว น้ำพริกหนุ่มกับจิ้นหมู ข้าวเหนียว

มื้อเช้าสูตรนี้ มีที่มาจากร้านกาแฟห้องแถวสุดคลาสสิกของอาแปะ ที่ป็นสภากาแฟไปในตัว

มีหนังสือพิมพ์ให้อ่าน ผู้คนยังมีเวลานั่งเอ้อระเหยตอนเช้าๆ ก่อนไปทำงาน

ต่อมาก็มีพี่ป้าน้าอา มาเกาะกลุ่มกันเปิดเมนูเสริม กลายเป็นศูนย์อาหารเช้ากลายๆ

บางร้านมีเคาน์เตอร์โบราณ เสิร์ฟสุราไทย สุราจีนนานาชนิด แบ่งตวงขายเป็นเป๊กๆ หรือแก้วช็อตเล็ก บริการนักดื่มที่นิยมเริ่มต้นวันใหม่ให้มีความหมายสักหน่อย

จากยุคของกาแฟ ในฐานะอาหารเช้าหรือสายแบบเดิมๆ ซึ่งเดี๋ยวนี้พัฒนาเมนูไปอย่างหลากหลาย

มาสู่ยุคของกาแฟ ในฐานะเครื่องดื่มเพื่อการสังคม ที่ดื่มกันทั้งวันทั้งคืน แล้วเรียกกาแฟแบบเดิมๆ ว่า “กาแฟโบราณ” ไป

กาแฟยุคใหม่นี้ ใช้เครื่องชงไฟฟ้า ทำให้เกิด

น้ำร้อนจัด อุณหภูมิน่าจะเกิน 100 องศา

ใช้กาแฟมีสกุลหลายสายพันธุ์ คั่ว บด แต่งสีแต่งกลิ่น มีเมนูให้เลือก คนขายผ่านหลักสูตร

ชงอย่างรวดเร็ว รสชาติเหมือนกันทุกแก้ว เพราะชั่งตวงวัดมาหมดแล้ว อร่อยไม่อร่อยก็วิจารณ์กันไป

นั่งดื่มกินในร้านติดแอร์ ตกแต่งสวยงาม

เพื่อดึงคอกาแฟรุ่นใหม่ หนุ่มสาว นักธุรกิจมีมาด

ยิ่งยุคไซเบอร์ ต้องมีไวไฟให้ใช้ด้วย เพื่อการก้มหน้าก้มตาเพ่งสมาร์ทโฟน พลางจิบกาแฟ หรือถ่ายรูป ส่งเข้าโซเชียลมีเดียไปอวดเพื่อนๆ

ส่วนตามครัวเรือนต่างๆ จากยุคที่ดื่มกาแฟสำเร็จรูป อย่าง เนสกาแฟ มอคโคน่า เขาช่อง และอีกสารพัดยี่ห้อ

ระยะหลังพัฒนาไปใช้เครื่องชงหลากหลายชนิด อย่างง่ายๆ ที่ปล่อยน้ำร้อนหยดลงในตะกร้าใส่กาแฟบด แล้วไปลงหม้อแก้วบนถาดความร้อน จะกินก็แค่เทจากหม้อ สะดวก ราคาถูก

ยังมีเครื่องชงประเภท ดริป หรือเป็นแบบเครื่องที่ทำกาแฟได้ทั้งกาแฟดำ เอสเพรสโซ ไปจนถึงกาแฟสูตรต่างๆ

มีเครื่องชงที่ใช้กาแฟบด กาแฟผสม ทำเป็นแคปซูล ยัดใส่เครื่องชงก็กลายเป็นกาแฟอร่อยในเวลารวดเร็ว ตามโรงแรมต่างๆ มีบริการในห้องพัก

ประเทศเพื่อนบ้านของเราเอง มีกาแฟดีให้ดื่มมากมาย

ตั้งแต่เวียดนาม ที่เป็นชาติปลูกและส่งออกกาแฟเป็นอันดับสอง ของโลก รองจากบราซิล

เวียดนามมีวิธีดื่มกาแฟเป็นของตัวเอง โดยใช้ถ้วยโลหะ ทำหน้าที่ “ดริป” กาแฟลงในแก้ว หลายคนไปเวียดนาม คงเคยซื้อติดไม้ติดมือ มักจะขายคู่กับเครื่องบดกาแฟแบบมือหมุน

เวียดนามพัฒนาสินค้ากาแฟอย่างมาก มีตัวเลือกให้ผู้ซื้อหลายอย่าง เม็ดกาแฟคั่วบดสูตรต่างๆ มีกาแฟขี้ชะมดที่ราคาค่อนข้างสูง แต่เวียดนามขายไม่แพง

ที่ลาวก็ไม่แพ้กัน ด้วยสภาพอากาศ ฝน แดด ที่ลงตัว กาแฟลาวอร่อยมาก ยี่ห้อดัง คือ กาแฟ “ดาว” ที่ยืนเด่น เแต่ถ้าไปเดินตลาดลาว จะพบอีกหลายแบรนด์

อย่างที่เล่าลือกันว่า อีกแบรนด์ที่อร่อยเข้าท่า คือ Sinouk

เป็นอันว่า กาแฟได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนไทย มีผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ขาย เป็นเครือข่ายใหญ่โตพอสมควร

มีแบรนด์ในประเทศและต่างประเทศ

วงการกาแฟไทย ทำมาค้าขายกันเงียบๆ ดื่มกันเงียบๆ ถ่ายรูปกันเงียบๆ ไม่ค่อยมีเรื่องมีราวอะไรมาก

เพิ่งจะมาเกิดกรณีใช้ถ้วยเก่ามาหมุนเวียน

คงจะเป็นสตอรี่ที่บอกกล่าวเล่าต่อระหว่างกินกาแฟกันไปอีกนานพอสมควร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เกือบไปแล้ว แนท ณัชชา เล่าประสบการณ์ถูกหามส่ง รพ. เตือนปวดท้องต้องรีบ ‘อันตรายถึงชีวิตได้’
บทความถัดไปเซเลบสาวสวย เปิดที่มาซื้อลิปสติกรวมๆ 100 แท่ง จนใช้ไม่ทัน