เริงโลกด้วยจิตรื่น : ‘วันเช่นนั้น’ที่วิเศษ : โดย จันทร์รอน

ณ ขณะซึ่งรับรู้ว่าเรื่องราวต่างๆ ที่ทำไปก่อนหน้านั้นได้ก่อรูปเป็นอารมณ์ความรู้สึกกระจัดกระจายอยู่ในใจ
มีทั้งเรื่องนั้น เรื่องโน้น เรื่องนี้ บ้างทำให้หม่นเศร้า บ้างร้อนรุ่ม บ้างหวาดวิตก ถึงขั้นขนลุกขนพอง
มีไม่น้อยที่นำสู่ปริ่มปลื้ม ยินดี

จิตกระโจนไปทางโน้นที ทางนี้ที

บ่อยครั้งจมจ่อม นิ่งนานอยู่ในระลึกถึงเรื่องราวหนึ่ง ขยายเป็นจินตนาการไปต่างๆ นานา

บางครั้งโบยตีความรับรู้ บางครั้งหาเหตุผลปลอบประโลมจากความรู้สึกผิด

บางทีเริงร่ายินดีในปลาบปลื้ม

เวียนวนอยู่เช่นนั้น

กระทั่งเกิดกระจ่างว่า ในหลากหลายอารมณ์ มี “ความสงบ” เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

บ่อยครั้งที่จิตมาจับอยู่กับ “ความสงบ” ก่อนที่จะกระโจนไปสู่อารมณ์อื่นๆ

“ความสงบ” มีอยู่แล้ว เหมือนกับการมีอยู่ของความรู้สึกอื่นๆ ในใจ

ใจที่ไร้การควบคุม ปล่อยให้ความใส่ใจกระโดดไป กระโดดมา เรื่องนั้นที เรื่องนี้ที แล้วแต่ว่าเรื่องราวไหนที่ทำมามีพลังจะครอบครองความใส่ใจมากกว่า

แม้อยากจะนึกถึงเรื่องที่ปริ่มปลื้มยินดี แต่พลังจากเรื่องที่ก่อความรู้สึกผิดที่แรงกว่าก็ฉุดกระชากความใส่ใจไปสร้างจินตนาการ ก่อหวาดกลัวเฆี่ยนโบย บีบคั้นให้เจ็บปวด โดยต้านทานไม่ได้

จนกว่าความใส่ใจจะหลุดเลื่อนออกมาเอง

บ่อยครั้งเคลื่อนมาสู่ “ความสงบ”

“ความสงบ” เป็นดังที่พักผ่อน เยียวยาจิตจากบาดเจ็บเพราะแรงกระแทกแห่งยินดี ยินร้าย

นำจิตเหนี่ยวไว้กับ “ความสงบ” คือหนทาง

ฝึกความเคยชินที่จะเดินในหนทางนี้

เมื่อวันหนึ่ง เข้าสู่สภาวะที่จิตมีความสามารถนำตัวเองมาอาศัยอยู่ใน “ความสงบ”

สามารถมองจากความสงบไปเห็นอารมณ์ต่างๆ ที่เกิดจากการกระทำก่อนหน้านั้น แปรเปลี่ยนไปตามจินตนาการแต่งเสริม เติมต่อ เห็นความรู้สึกผิด สัมผัสถึงความหม่นเศร้า หรือรื่นเริงยินดี

เห็นการเคลื่อนไปของทุกเรื่องราว ทีละเรื่อง ละเรื่อง กระโดดไป กระโดดมา รูู้สึกอย่างนั้น รู้สึกอย่างนี้ เห็นความหวาดกลัวจนขนลุกขนพอง เห็นความเจ็บปวด

ทว่าเห็นขณะที่ยังอยู่กับความสงบ

วันที่จิตมีความสามารถพอที่่จะวางตัวเองไว้ในความสงบ แล้วมองผ่านหน้าต่างของบ้านแห่งความสงบไปเห็นความเคลื่อนไหวของเรื่องราวต่างๆ ทั้งภายนอก ภายในใจ

อีกทั้งจิตยังสามารถเลือกที่จะปล่อยบางเรื่องผ่านเลยไป และสามารถกำหนดความใส่ใจเข้าพิเคราาะห์บางเรื่องให้ลึกซึ้ง จมอยู่กับเรื่องนั้นได้อย่างสงบ

เมื่อวันเช่นนั้นมาถึง

วันที่จิตมี “ความสงบ” เป็นบ้าน แม้ร่อนเร่ รอนแรมไปในเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดจากผลของการกระทำในอดีต ก่อความวาดหวังในอนาคต อันวุ่นวาย และบีบคั้น กดดัน แต่ที่สุดจิตรู้หนทางที่จะกลับสู่บ้าน อันคือความสงบ

กระทั่งกลับได้ทันทีที่อยากกลับ

ความหมายของชีวิต จะเปลี่ยนไปในวันเช่นนั้น

บทความก่อนหน้านี้ปรับตัว-ปรับทีม หนทาง สู่เป้าหมาย รัฐบาล อยู่ยาว
บทความถัดไปเดินไปในเงาฝัน : ‘หวังฝูจิ่ง’มากกว่าแค่ร้านหนังสือ : โดย สาโรจน์ มณีรัตน์