เกศวิตา รอตพันธุ์ เขียนรูปปั้นที่มีเลือด น้ำตา หัวใจ ใน ‘จักรวาลรัก’

“ฉันเขียนภาพบุคคลที่อยู่ในความนึกคิดที่มีต่อความรู้สึกต่างๆของเธอฉันคิดว่ามันอาจจะเป็นความรัก แต่ฉันก็ไม่แน่ใจหรอกนะ”

คือคำกล่าวของ เกศวิตา รอตพันธุ์ บัณฑิตจากภาคประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี รั้วศิลปากร ผู้หลวรักและหลงใหลในศิลปะจนมุ่งหน้าสู่การเป็น ‘ศิลปิน’ ตัวจริง มีการจัดนิทรรศการเดี่ยวมาแล้วถึง 2 ครั้ง สำหรับถ้อยความข้างต้นอาจฟังวกวน เข้าใจไม่ง่าย , แน่นอน ไม่ต่างจาก ‘ความรัก’

จักรวาลรัก UNIVERSE OF LOVE  คือนิทรรศล่าสุดของเจ้าตัว มีเนื้อหา ส่งสาร และพูดถึง การเกิดใหม่ ความหลงใหลในความอุดมสมบูรณ์ ความมีชีวิต อบอุ่น งดงาม แต่ก็แฝงไว้ด้วยภาระที่ต้องแบกถือ หน่วงเหนี่ยวจองจำให้อยู่ในวังวนไม่รู้จบ

“เมื่อเราเติบโตขึ้น ก็เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า สิ่งที่ทำให้คนเราทุกข์อย่างที่สุด เจ็บปวดอย่างที่สุด มิได้เกิดจากสิ่งที่เราเกลียด แต่ตรงกันข้าม กลับเป็นสิ่งที่เรารัก ในชีวิตคนเรามีสิ่งที่เรารักมากมาย คน สัตว์ สิ่งของ หรือแม้กระทั่งเวลาเพียงชั่วขณะหนึ่ง เราก็รัก ปัญหาคือ ไม่มี สิ่งใด คนใด หรือขณะใด จะคงอยู่อย่างนั้นไปตลอดกาล มีพลัดพราก แปรเปลี่ยน เมื่อถึงเวลาที่ต้องพลัดพราก หรือมีบางอย่างที่แปรเปลี่ยน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำใจยอมรับ ผลงานชุดนี้เป็นความพยายามทดลองถอดถอน ปล่อยวาง หรือแต่ผ่านพ้นในวิธีการต่างๆ เราจะวางลงได้อย่างไรในเมื่อสิ่งนั้นอยู่ในหัวใจของเรา” ศิลปินหญิงกล่าว

ผลงานชุดนี้ เปรียบเสมือนการทดลองสร้างภาพจำลองในใจของคนคนหนึ่งที่พยายามไม่แสดงความรู้สึก พยายามไม่รู้สึก ไม่รับรู้ต่อสิ่งที่มากระทบ ต่อสภาวะที่เป็นไป การทำตัวเองเป็นอิฐปูน เป็นคนที่สมมติตัวเองว่าเป็นรูปปั้นวีนัส ตอบสนองแรงกระแทกทางอารมณ์ที่โจมตีเข้ามาด้วยความเรียบเฉยภายใต้เกราะกำบังอันแน่นหนา ส่วนภาพที่แทนด้วยคน แม้ว่าเธอคนนั้นจะไมได้เป็นรูปปั้นหรืออยู่ในเกาะกำบังเปลือกหอย แต่เธอก็ทำราวกับว่าไมได้อยู่ในฉาก การแยกตัวออกมาจากสถานการณ์ การเพิกเฉยต่อการมีอยู่ หรือจากไปของสิ่งใดๆ

“พูดถึงคน คนที่มีเลือดเนื้อ มีความรู้สึก มีชีวิต และคนที่ว่า อาจเจาะจงเป็นผู้หญิง ด้วยเนื้อหาที่ค่อนไปทางอารมณ์ ความอ่อนไหว และถึงขั้นเปราะบางในบางครั้ง ผ่านเม็ดน้ำตาที่ถูกนำมาใช้เพื่อเปิดเผยความรู้สึกของรูปปั้นวีนัส

ผู้หญิงมักถูกมองว่าอ่อนแอเสมอ เพราะพวกเธอมักทำน้ำตาหก ในยามทุกข์ยากทั้งทางร่างกาย จิตใจ หรือแม้ยากสุขซึ้งสุดใจพวกเธอมักทำมันหกออกมา ตั้งใจใช้คำว่าหกเพื่อสื่อถึงความไม่เจตนาของน้ำตาที่ไหลริน” เกศวิตาพรรณนาความเป็นนามธรรมในผลงานรูปธรรมของตัวเองอย่างละเอียดลออ อ่อนไหว และลึกซึ้ง ไม่ปิดบังความรู้สึก ทว่า จงใจแสดงออก ไม่เพียงด้วยอารมณ์ ความรู้สึก แต่ยังมีที่มาจากเหตุและผลเชิงข้อมูลที่น่าสนใจยิ่ง

“การแสดงออกซึ่งความรู้สึก มักถูกมองว่าเป็นความอ่อนแอ อ่อนด้อย และไม่เป็นมืออาชีพ
ในบางประเทศการแสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกของผู้หญิงเป็นเรื่องผิดบาป ในบางประเทศผู้หญิงที่แสดงความคิดเห็นทางการใองเป็นผู้หญิงที่ชั่วช้า และสมควรถูกลงโทษ”

จักรวาลรัก เป็นนิทรรศการที่ทำต่อเนื่องจากการแสดงผลงานกลุ่ม ‘ไม่มีความจริงใดใดในจักรวาล No Absolute Truth In The Universe ‘ ที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานครเมื่อปี2557 ซึ่งในตอนนั้น เธอเลือกจิตรกรรมขนาดใหญ่ เพื่อนำเสนอมุมมองใหม่เรื่องความลุ่มหลง ในสิ่งสวยงาม โดยเสริมแง่มุมทางพระพุทธศาสนา เรื่องการยึดมั่นถือมั่น

จุดเด่น และลายเซ็นในงานของเกศวิตา คือการให้ความสำคัญกับความสวยงามในมุมมองของผู้หญิง ตั้งแต่งานเขียนภาพทิวทัศน์ จนถึงเรื่องราวของสตรีในโลกปัจจุบันซึ่งเห็นได้ชัดเจนจากนิทรรศการ Tigger Tail เมื่อ ปี 54 และ 56

จักรวาลรัก UNIVERSE OF LOVE จัดแสดงที่หอศิลป์จามจุรี ระหว่างวันที่ 11-29 กันยายน 2562 พลาดไม่ได้ ถ้าหัวใจยังเจ็บปวด สุขซึ้ง ร้องไห้ และเบิกบาน ด้วยคำว่า ‘รัก’

บทความก่อนหน้านี้เคลื่อนไหวแล้ว ‘ส้ม-ชนัดดา’ แม่พีช พชร หลังลือหนาหูเซย์กู๊ดบาย ‘จิราธิวัฒน์’ รับเงิน 100 ล้านบาท
บทความถัดไปร้านกาแฟมวลชนเปิดตัวแคมเปญใส่ใจลูกค้าและห่วงใยสิ่งแวดล้อม SAVE THE EARTH GO GREEN