อาจกล่าวได้ว่า หลายประเทศทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและต้องเผชิญหน้ากับความยากลำบาก เนื่องจากทั้งสหรัฐและจีน คือประเทศมหาอำนาจที่มีทั้งทรัพยากร แรงงาน ผลผลิต และตลาดขนาดใหญ่อยู่ในมือ
หนึ่งในผลกระทบที่จะเห็นได้ชัดเจนที่สุด คือ “ผู้บริโภคไม่กล้าใช้เงิน” เนื่องด้วยความผันผวนและภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทางออกของอุตสาหกรรมอาหารซึ่งหมายรวมไปถึงภาคการเกษตรของไทย คือจำเป็นต้องสอดส่องมองหาช่องว่างที่เกิดจากสงครามการค้า แล้วฉวยโอกาสไว้ “ด้วยผลผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน”
ในขณะเดียวกัน ต้องยอมรับว่าประเทศอื่นๆ ก็กำลังตั้งรับและพร้อมแข่งขันในโอกาสนี้อยู่ เช่น เวียดนาม ที่อยู่ใกล้จีน มีการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารอยู่อย่างต่อเนื่อง และอาจกลายมาเป็นคู่ค้าที่สำคัญของจีนในอนาคต
ด้วยเหตุนี้ ผู้ประกอบการไทยจึงต้องเร่งพัฒนาตนเองด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ก่อนที่จะถูกแซงหน้า และอาจจะเข้าไปเล่นในตลาดพรีเมียมที่อยู่อีกระดับให้มากขึ้น เนื่องจากเป็นตลาดที่ยังไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เพราะผู้บริโภคมีปัจจัยในการบริโภคอยู่อย่างพอเพียง
ถือเป็นข่าวดีที่ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในการจัดงานแสดงสินค้าสำหรับธุรกิจ อุตสาหกรรม และนวัตกรรมที่กำลังเติบโต เตรียมจัดงานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรมส่วนผสมอาหารและเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเชีย ฟู้ดอินกรีเดียนท์ เอเชีย 2019 หรือ Fi Asia 2019 ในวันที่ 11-13 กันยายนนี้ ที่ ไบเทคบางนา โดยมาพร้อมกับวาระสำคัญ “24 ปีแห่งความสำเร็จ” ในการแสดงงานด้านอุตสาหกรรมอาหารแห่งเอเชีย

จากความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนพัฒนาวงการอาหารอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อส่งมอบมูลค่าทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ดังที่ยึดถือมาโดยตลอด มนู เลียวไพโรจน์ ประธานประเทศไทย บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ บอกว่า ในการจัดงานครั้งนี้มีการเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 25 เปอร์เซ็นต์ มีผู้เข้าร่วมจัดแสดงสินค้ากว่า 750 บริษัท จาก 50 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะแถบอาเซียน ที่มีความพร้อมการซื้อขาย งานนี้จึงเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งที่มาแสดงสินค้า และฝ่ายไทยที่ต้องมาร่วมกัน
มนูยังเชื่อมั่นด้วยว่า งานนี้จะเป็นอีกเวทีที่จะส่งเสริมและผลักดันให้ผู้ประกอบการทุกระดับได้แสดงศักยภาพในฐานะผู้ผลิตอาหารรายสำคัญของตลาด เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอาหารไทยต่อไป
เพราะความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ด้านเดียวไม่เพียงพอในทศวรรษนี้ จึงต้องอัพเดตเทรนด์เพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญผ่านนวัตกรรมที่ทันสมัย

โดย เทรนด์อาหารและเครื่องดื่ม ในปี 2020 อย่างคร่าวๆ คือ 1.การใช้โปรตีนแทนเนื้อสัตว์และโปรตีนสายพันธุ์ใหม่ 2.ลดน้ำตาล เพิ่มความหวานที่ดีต่อสุขภาพ 3.อาหารพร้อมทานเพื่อสุขภาพ 4.อาหารสำหรับผู้สูงอายุและโภชนาการแบบเฉพาะบุคคล 5.วัตถุดิบและส่วนผสมจากท้องถิ่น 6.เครื่องดื่มสีใส แต่งกลิ่น แต่งรส สดชื่น 7.เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 8.การแปรรูปแมลง
ส่วนเทรนด์อุตสาหกรรมอาหารสำหรับผู้ประกอบการ ปี 2020 ขอหยิบยกส่วนหนึ่งในมุมของ รุ้งเพชร ชิตานุวัตร์ ผู้อำนวยการกลุ่มโครงการ ภูมิภาคอาเซียน บริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ที่บอกใบ้ถึงเทรนด์ของผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม ปี 2020 อันได้แก่ การพัฒนานวัตกรรมในการตรวจสอบคุณภาพอาหาร เพื่อแก้ปัญหาการทิ้งอาหาร ทั้งที่ยังทานได้ตามปกติ การใช้ AI ในการบริหารจัดการอาหารตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง การออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่รักษ์โลก ไปจนถึง การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ มีนวัตกรรม ในฐานะอาหารคือเครื่องแสดงออกถึงตัวตน รวมถึง เทคโนโลยีเกี่ยวกับการเกษตรเพื่อเพิ่มผลผลิต และ การทำการตลาดออนไลน์
รุ้งเพชร ยังเปิดเผยด้วยว่า เป้าหมายการจัดงาน คือการ ที่เมืองไทยเป็น “kitchen of the world” ต้องการผลิตและขายในประเทศ คือคีย์หลักที่สร้างความแตกต่างทางด้านอาหาร
“มาม่ารสเฝอ มาม่ารสต้มยำกุ้ง เช่นนี้ คือจุดเด่นของเราที่สามารถหาความหลากหลายได้ เช่น ทุเรียน ใครจะคิดว่าคิทแคทมีรสทุเรียน แต่จะเอาไปใส่เลยก็ไม่ได้ ต้องมีนวัตกรรม เช่น ทำเป็นผง เพื่อสอดไส้ นี่คือนวัตกรรมที่จะเจอในงาน

“อีกส่วนสำคัญ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว คำที่คนไทยรู้ แต่เราไม่ใช้ คนเจนต่อไปส่วนใหญ่มีนาไม่ทำนา บอกพ่อขายนาเถอะ จะไปทำงานกรุงเทพฯ ถ้าเขามาดูงานนี้จะเห็นนวัตกรรม ว่าข้าวเอาไปแปลง หรือสกัดเป็นอะไรได้บ้าง จากที่ได้ราคาเท่านี้ ก็ขายได้ราคามากขึ้น”
จะเรียกว่านวัตกรรมและห้องวิจัยถูกยกมาตั้งที่ ไบเทค บางนา ก็ว่าได้
บอกเลยว่าผู้ที่สนใจธุรกิจอาหาร งานนี้ห้ามพลาด เพราะไม่เพียงเปิดเวทีเพื่อสนับสนุนภาพธุรกิจ แต่ยังนำเสนองานวิจัยในอุตสาหกรรมอาหาร ที่หวังว่าผู้ชมงานจะเอาความรู้ ไปประยุกต์ใช้กับผลิตภัณฑ์ สินค้า ทั้งอาหารและเครื่องดื่ม เป็นหุ้นส่วนความสำเร็จของทุกท่านได้อย่างแน่นอน



