คนเป็น คนตาย โลกใบเดียวกัน ใน ‘สุสานจิ๋นซี’

19.09.19 | 17:00 น.

เป็นปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการพิพิธภัณฑ์ไทย เมื่อประชาชนมหาศาลพร้อมใจมุ่งหน้าไปยังพระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานพระนคร กรุงเทพฯ เพื่อชมนิทรรศการ “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้ความร่วมมือของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒรธรรม และภาคเอกชนไทย กับสำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมมณฑลส่านซี สำนักงานแลกเปลี่ยนโบราณวัตถุ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี และพิพิธภัณฑ์สุสานจิ๋นซี (Qin Shinhuang’s Mausoleum Site Museum) แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน

ขั้นตอนเคลื่อนย้ายโบราณวัตถุอย่างระมัดระวังก่อนจัดแสดง


เพียงชั่วโมงแรกของการเปิดประตู ยอดทะลุกว่า 1,000 ราย

86 รายการ 133 ชิ้น คือ จำนวนวัตถุล้ำค่าอายุกว่า 2,200 ปีที่หยิบยืมมาจากพิพิธภัณฑ์ 14 แห่งทั่วมณฑลส่านซี เนรมิตนิทรรศการประวัติศาสตร์วัฒนธรรมจีนโดยใช้ยุค “จิ๋นซี” เป็นแกนกลาง

รถม้าจำลอง ย่อขนาดเล็กกว่าของจริง นักวิชาการเชื่อว่ามีนัยยะสำคัญที่ต้องค้นหาคำตอบ
ที่จับประตูรูปสิงโตคาบห่วง อายุราว 2,700 ปีมาแล้วยืมจากพิพิธภัณฑ์เฉินซาง จัดแสดงในโซน “พัฒนาการก่อนการรวมชาติ ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก”


“เป็นการนำเรื่องราวยุคจิ๋นซีฮ่องเต้เป็นแกนกลาง โดยบอกว่าจิ๋นซีมาจากไหน แล้วหลังจากยุคนั้น เกิดอะไรขึ้น”

คือบทสรุปภาพรวมของนิทรรศการจากมุมมอง ผศ.ดร.อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะจีน เจ้าของผลงาน “ศาลเจ้าจีนในกรุงเทพ” และผู้ฝากฝีไม้ลายมือการแปลไว้ใน “ร้อยเรื่องราววังต้องห้าม” นอกจากนี้ยังมีบทบาทร่วมตรวจแก้ไขคำบรรยายป้ายโบราณวัตถุที่จัดแสดงในนิทรรศการดังกล่าวอีกด้วย

Advertisement

ต่อไปนี้คือความคิดความเห็นของนักวิชาการท่านนี้ที่ลงลึกในหลากประเด็นจนทำให้มองเห็นไฮไลต์ที่มากกว่าความเก่าแก่ ยิ่งใหญ่ งดงาม ทว่า สะท้อนปริศนาแนวคิด “โลกหลังความตาย” อีกทั้งพัฒนาการศิลปะอันเกี่ยวเนื่องกับสุสานอันนับเป็น “บ้าน” ของผู้ไร้ซึ่งลมหายใจภายใต้วัฒนธรรมจีนอันยิ่งใหญ่

 

ภัณฑารักษ์จากสาธารณรัฐประชาชนจีนติดตั้งโบราณวัตถุล้ำค่าเพื่อเตรียมจัดแสดง


โจวตะวันออก ฉิน ฮั่น 3 ห้วงเวลายิ่งใหญ่ในประวัติศาสตร์จีน

“เรามักบอกว่า วัฒนธรรมจีนคือหนึ่งใน 4 วัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ของโลก การนำมาจัดแสดงไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีการประสานงานมากมาย ความยากของการนำโบราณวัตถุมา รวมถึงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ควรค่าแก่การเข้าชม ธีมที่จัด เป็นภาพสะท้อนที่น่าสนใจ ทำให้เห็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จีนถึง 3 ช่วง คือ โจวตะวันออก ฉิน และฮั่น”

ผศ.ดร.อชิรัชญ์เกริ่นนำ ก่อนเปิดสปอตไลต์ส่องไปยัง “กิมมิค” ซึ่งแน่นอนว่าคือราชวงศ์ฉินของจักรพรรดิพระองค์แรกในประวัติศาสตร์จีนอย่าง “จิ๋นซีฮ่องเต้” ที่ไม่ได้ลงมาจากสวรรค์แล้วลาลับไปอย่างโดดๆ ในอาณาจักรของพระองค์

“เรามักพูดถึงราชวงศ์ฉิน รัฐฉินและจิ๋นซีฮ่องเต้แบบลอยๆ แต่จริงๆ แล้วประวัติศาสตร์ก่อนหน้าคือช่วงโจวตะวันออก ซึ่งนิทรรศการนี้ทำให้เห็นว่าประวัติศาสตร์ช่วงโจวตะวันออกที่ยิ่งใหญ่ มันเป็นอย่างไร แล้วรัฐฉินอยู่ตรงไหนในประวัติศาสตร์ตอนนั้น กลายมาเป็นราชวงศ์ฉินอย่างไร ส่งต่อความยิ่งใหญ่สู่ราชวงศ์ฮั่นอย่างไรโบราณวัตถุที่ถูกนำมาจัดแสดง ทำให้เราเห็นภาพได้อย่างดี แล้วยังมีคำบรรยายให้เป็นไกด์ไลน์ด้วย”

 

ผศ.ดร.อชิรัชญ์ ไชยพจน์พานิช อาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ศิลปะ คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะจีน


โลกคนเป็น โลกคนตาย โลกใบเดียวกัน

ผศ.ดร.อชิรัชญ์ยังเล่าถึงความรู้สึก “ติดใจ” ในประเด็น “โลกหลังความตาย” ของจีน ซึ่งงานศิลปกรรมที่เหลืออยู่ในช่วงราชวงศ์โจวก็ดี ฉินก็ดี ฮั่นตะวันตกก็ดี ส่วนใหญ่ขุดค้นพบจาก “สุสาน”

“ชิ้นน่าสนใจ อย่างชิ้นในห้องราชวงศ์โจวตะวันออก คือ ชุดภาชนะสัมฤทธิ์ ซึ่งเป็นตัวแทนความเชื่อเรื่องโลกหลังความตายในช่วงนั้น โดยสะท้อนว่าโลกคนเป็นและโลกคนตายนั้นก็เหมือนกัน พูดง่ายๆ คือ โลกใบเดียวกัน อย่างสมัยโจวตะวันออก สัมฤทธิ์มีความสำคัญในพิธีกรรม ชนชั้นสูงต้องใช้สัมฤทธิ์ในพิธีกรรมในชีวิตประจำวัน ตอนมีชีวิตอยู่ เซ่นไหว้บรรพบุรุษ ตายไปใช่ว่าหน้าที่เซ่นไหว้จะจบ แต่ต้องเอาเครื่องสัมฤทธิ์ในชีวิตประจำวันไปใช้ในโลกหลังความตาย ไปไหว้บรรพบุรุษที่ตายไปก่อนหน้า นี่คือไอเดียที่น่าสนใจนอกจากการบอกยศถาบรรดาศักดิ์”

 

ภาชนะสัมฤทธิ์ในพิธีกรรมประจำวันถูกใช้ทั้งเมื่อครั้งยังมีชีวิตและโลกหลังความตาย


สุสานจิ๋นซี บ้านหลังความตาย จำลองความยิ่งใหญ่ใน ‘ชีวิตจริง’

สำหรับไฮไลต์ในนิทรรศการ แน่นอนว่าคือโบราณวัตถุจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีอันน่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งนักวิชาการท่านนี้เผยข้อสังเกตชวนให้ร่วมขบคิดตาม นั่นคือ “ขนาด” ที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ

“เรามักมองว่าตุ๊กตาในสุสานจิ๋นซีมีขนาดเท่าจริง แต่ถ้าดูจากขนาดของรถม้าจำลอง ตุ๊กตาทหารม้า ชุดเกราะหิน จะเห็นว่าไม่ใช่ว่าทุกชิ้นจำลองเท่าจริง แต่มีนัยยะสำคัญ รถม้าจำลองมีการย่อขนาดลง คนจำลองเท่าจริง แต่ชุดเกราะหินใหญ่กว่าของจริง ซึ่งนอกจากความต่างของขนาดแล้ว ตำแหน่งของวัตถุเหล่านี้ก็มีการจัดวางที่ต่างกันด้วย แสดงว่าไอเดียโลกหลังความตายของจิ๋นซีฮ่องเต้มีอะไรบางอย่างที่ยังไม่ได้คำตอบที่แน่ชัด

ประตูสุสาน ไขความลับที่ไม่ลับในประวัติศาสตร์จีนอันยาวนาน

ทำไมรถม้าต้องจำลองให้เล็ก แสดงว่าท่านคิดอะไรบางอย่างหรือเปล่า ทำไมตุ๊กตาดินเผาทำเท่าของจริง ชุดเกราะใหญ่กว่าของจริง เพราะฉะนั้นคงมีแนวคิดบางอย่างที่น่าสนใจ และอีกนัยหนึ่งก็แสดงถึงความยิ่งใหญ่เรื่องโลกหลังความตายของจักรพรรดิจิ๋นซีเอง โดยการสร้างสุสานนั้น ไม่ใช่ว่าฮ่องเต้สวรรคตแล้วค่อยออกแบบ แต่ออกแบบพร้อมๆ กับการขึ้นครองราชย์ การออกแบบที่อลังการเช่นนี้ อาจมองได้ว่าในช่วงที่พระองค์ทรงมีพระชนม์ชีพ ชีวิตก็ยิ่งใหญ่ ถือเป็นฮ่องเต้พระองค์แรกในประวัติศาสตร์จีน พระองค์ก็อยากจำลองความยิ่งใหญ่บางอย่างลงสู่สุสานที่เป็นโลกหลังความตาย”

 

ทหารดินเผาขนาดเท่าคนจริง ใบหน้า ทรงผมหลากหลาย

เบื้องหลัง ‘ความสมจริง’ จุดเปลี่ยนผ่านวัฒนธรรม ‘ฝังคนเป็น’

หลังยุคจิ๋นซี แนวคิดดังยังปรากฏต่อมาในสมัยราชวงศ์ฮั่น ซึ่งพบว่าข้าวของในสุสานมีรูปหมู รูปหมา บ่อน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย สะท้อนว่าความเชื่อในโลกหลังความตายยังคงอยู่ แต่เกิดความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ

“สุสานในราชวงศ์ฮั่นเริ่มเอาทรัพย์ศฤงคารที่ไม่จำเป็นต้องเป็นทหาร หรืออะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นของที่อยู่ในชีวิตประจำวัน เช่น สัตว์เลี้ยง”


ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีประเด็นที่ชวนให้หัวใจเต้นระรัว นั่นคือเรื่องราวของการฝังร่างมนุษย์ที่ยังมีลมหายใจลงไปในสุสานเพื่อรับใช้ผู้ตาย ซึ่งสุดท้ายมีจุดเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญที่ผู้ชมนิทรรศการสามารถร่วมเปิดประสบการณ์ดังกล่าวไปพร้อมๆ กันผ่านรูปบุคคลที่ถูกบรรจงปั้นขึ้นเมื่อนานนับพันปีมาแล้ว

“ประเด็นน่าสนใจคือเรื่องการปั้นรูปบุคคลแล้วฝังลงในสุสาน ถ้ามองในแง่ความเชื่อจะพบว่ามีความคล้ายคลึงกับหลายๆ วัฒนธรรม แต่คนพวกนี้คือตัวแทนไปรับใช้ผู้ตาย น่าสังเกตว่าในช่วงราชวงศ์ฉินเรื่อยมาถึงฮั่นตะวันตก มีความสมจริงที่แฝงอยู่รูปบุคคล อย่างหุ่นเปลือยผู้ชาย 2 คน ที่มีการปั้นอวัยวะเพศครบถ้วน ซึ่งเดิมไม่ได้ปั้นแบบจับแก้ผ้าลงไปอย่างนี้ แต่ให้ใส่เสื้อผ้า จึงน่าสนใจตรงที่ว่าทำไมนอกจากสัดส่วนสมจริง หน้าตาและทรงผมหลากหลาย ความสมจริงนั้น ถ้ามองในแง่สุนทรียศาสตร์ก็ดูสวย แต่ในแง่ความเชื่ออาจเกี่ยวข้องกับ วัฒนธรรมการฝังคนเป็น ตั้งแต่ช่วงก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงต้นราชวงศ์โจว มีการฝังคนเป็นๆตลอด

‘เหอ’ ใช้ใส่ของเหลว ยืมมาจาก พิพิธภัณฑ์หล่งเสี้ยน

พอมีลัทธิขงจื๊อ การฆ่าคนลดน้อยลง อาจเป็นไปได้ว่าความสมจริงนี้แสดงออกมาในประติมากรรมรูปบุคคลที่เป็น จุดเปลี่ยนผ่านระหว่างคนจริงกับตุ๊กตา เพราะฉะนั้นตุ๊กตาอาจต้องคงความสมจริงของบุคคลให้ได้มากที่สุดหรือเปล่า เพราะในยุคหลังๆ แม้ความสมจริงยังมี แต่ลดทอนรายละเอียดบางอย่าง ตุ๊กตาก็เริ่มตัวเล็กๆๆๆ ลงเรื่อยๆ เพราะไม่ได้ฝังคนลงไปจริงๆ อย่างที่เคยเป็น” ผศ.ดร.อชิรัชญ์อธิบายอย่างละเอียด

เป็นนิทรรศการประวัติศาสตร์ “ครั้งประวัติศาสตร์” ที่มีมิติหลากหลาย ไม่เพียงสะท้อนความรุ่งโรจน์ของอารยธรรมอันยาวนาน หากแต่ส่งสารถึงผู้คนในศตวรรษนี้อย่างมีความหมายยิ่ง

——————–

นิทรรศการ “จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา” ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร กรุงเทพฯ เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2562 เวลา 09.00-16.00 น. (ปิดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ค่าธรรมเนียมเข้าชม คนไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม โทร 0-2224-1333 และ 0-2224-1402