แดดเดียว : หลากเรื่องร้อนๆ

ข่าวสารประเทศไทยสนุกสนานเฟี้ยวฟ้าวมาก ในระยะ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

แวดวงสื่อสารมวลชนอาจจะปั่นป่วน เพราะโดนดิสรัปต์ยุบค่ายคืนช่องกันเป็นทิวแถว แต่เรื่องราวข่าวสารยังอยู่ รอการหยิบจับถ่ายทอดไปสู่มวลประชามหาชน

ข่าวที่ท้าทายวงการอย่างมาก คือกรณีสื่อออสเตรเลีย เสนอข่าวรัฐมนตรีไทย เคยติดคุกที่ดินแดนดาวน์อันเดอร์ 4 ปี จากข้อหายาเสพติด

ปัญหาคือ แล้วทำไมยังลงสมัคร ส.ส.เป็นรัฐมนตรีได้

เจ้าตัวบอกว่าได้อานิสงส์จาก พ.ร.บ.ล้างมลทินถือว่าไม่เคยทำผิด ไม่เคยติดคุก ถึงจุดนี้ก็เถียงกันอีกว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายคืออย่างไรแน่ เพราะเคยมีคำพิพากษาศาลปกครอง ตัดสินคดีผู้ใหญ่บ้านที่เคยต้องคดีต้องห้าม แม้มี พ.ร.บ.ล้างมลทินก็มาสมัครไม่ได้ ทำนองว่าล้างมลทิน ไม่ได้ล้างความผิด

ข่าวนี้คาราคาซังเอาไว้ตรงจุดที่ว่า รัฐบาลจะเอายังไงกับเรื่องนี้ เพราะถ้าจะให้สวยงาม ควรจะปรับเปลี่ยน รมต.

สื่อต่างๆ เสนอข่าวนี้คนละหนุบละหนับ ขณะที่ รมต.เอง ฮึ่มว่าการเสนอข่าวนี้อาจจะโดนฟ้องได้

เลยต้องตั้งการ์ดสูงกันเป็นทิวแถว ก็ต้องยอมรับว่า การทำหน้าที่สื่อในประเทศไทยไม่ใช่ง่ายๆ

เพราะกฎหมายต่างๆ ไม่เอื้ออำนวย ไหนจะ ป.อาญา ไหนจะ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ

สำหรับประมวลอาญาเรื่องหมิ่นประมาท ขอจดจารึกไว้อีกครั้งว่า มีการแก้ไขเพิ่มโทษเอาไว้สมัยนายกฯคนเก่งคนดีนั่นยังไง

กลับมาที่ นายกฯตู่ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และใช้บริการ รมต.คนนี้อยู่ไม่น้อย คงเกิดอาการไมเกรนอย่างแน่นอน

ไหนยังเรื่องของบิ๊กตู่เองก็ต้องถือว่าเยอะ น่าปวดหัวไม่แพ้กัน นั่นคือเรื่องของการถวายสัตย์ไม่ครบ

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา สภาพิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป ในปัญหาเรื่องนายกฯนำถวายสัตย์ไม่ครบ มีข้อความสำคัญหล่นหายไป

เริ่มต้น ส.ส.รัฐบาล พยายามเบรกการประชุมด้วยการอ้างศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่รับคดีไว้วินิจฉัย เพราะไม่อยู่ในเขตอำนาจ แล้วสภาจะหยิบมาพิจารณาได้หรือ

ประธานชวน ได้ตอบข้อสงสัยนี้ด้วยหลักกฎหมายตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นที่ชื่นชมอย่างมากของผู้สนใจการเมือง แต่รัฐบาลอาจจะไม่แฮปปี้ไปด้วยเท่าไหร่

ฝ่ายค้านพยายามถามว่า เรื่องเกิดได้ยังไง และนายกฯจะทำยังไงต่อไป โดยฝ่ายค้านเสนอให้เสร็จสรรพว่า ควรลาออก แล้วกลับมาใหม่ ทำทุกอย่างให้เรียบร้อย ตามกฎหมายใหญ่น้อยที่มีอยู่

ผู้อภิปรายเด่นๆ ของฝ่ายค้านมีอย่าง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ผู้นำฝ่ายค้าน, น.อ.อนุดิษฐ นาครทรรพ ส.ส.กทม.เลขาฯพรรคเพื่อไทย, นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาฯพรรคอนาคตใหม่, นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ ฯลฯ

อีกคนที่อภิปรายได้สนุก คือ นายจิรายุส ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย จะมีมุขกวนๆ ผสมไปกับประเด็นต่างๆ

แต่ถ้าจะเอาเนื้อหนังครบเครื่องต้มยำ ต้องยกให้อาจารย์ปิยบุตร ที่ประธานชวน หลีกภัย เรียกว่า “ปิยกนก” นั่นแหละ

ใครไม่เคยฟังลีลาอาจารย์ปิยบุตร ให้รีบไปหาฟังในเว็บมติชนออนไลน์ หรือในเฟซบุ๊กมติชนออนไลน์ก็ได้ อาจารย์สอนวิชากฎหมายอยู่ธรรมศาสตร์ จบดอกเตอร์จากฝรั่งเศส มีจุดยืนอิสระ ไม่เหมือนกับบรรดาอาจารย์ธรรมศาสตร์ หรือมหาวิทยาลัยดังๆ ยุคหลัง ที่นิยมเข้าไปซบตักทหาร แล้วได้ตำแหน่งนั่นนี่ เป็นใหญ่เป็นโตไปตามๆ กัน

อาจารย์ปิยบุตรเป็นเลขาฯพรรคอนาคตใหม่ ที่สร้างประวัติการณ์ ส.ส.ทั้งพรรค 80 กว่าคน เป็น ส.ส.ป้ายแดงทั้งหมด

ฟังลีลาและเนื้อหาของอาจารย์แล้วจะเข้าใจได้เลยว่า ทำไมกลุ่มอำนาจอีกฝ่าย เขาถึงจ้องจะยุบพรรคนี้ให้ได้ แถมด้วยการ “เว้นวรรค” ให้ไปพักผ่อนคนละ 5 ปีขึ้นไป

การอภิปรายของอาจารย์ปิยบุตรและฝ่ายค้านอีกหลายคน อ้างอิงถึงหนังสือของอาจารย์วิษณุ ที่เขียนเล่าเรื่องราวการเมือง และนิยายอิงประวัติศาสตร์

ที่อ้างอิงมากสุดคือ ตอนที่อาจารย์วิษณุเขียนถึงการถวายสัตย์ของนายกฯในอดีตที่ผ่านๆ มา

ส่วนแผนกประท้วงของรัฐบาลทำหน้าที่ตามปกติ โปรดอย่าถามหา “คุณภาพ” จากแผนกนี้ เพราะดูแล้ว วิปใหญ่ของรัฐบาล คือ นายวิรัช รัตนเศรษฐ ต้องไปทำการบ้านเป็นการใหญ่

เพราะไม่อย่างนั้น ยิ่งประท้วง จะยิ่งลากเอาพรรคพวกตัวเองตกน้ำตกท่าไปด้วย ที่คิดว่าจะช่วยนายกฯ จะกลายเป็นช่วยนายกฯให้ไปเร็วขึ้น

ก็น่าเสียดาย ที่ในการประชุมสภาวันดังกล่าวนายกฯตู่ไม่ยอมตอบคำถามเรื่อง “ถวายสัตย์” เลย

แต่ลุกขึ้นมาร่ายยาวเรื่องงบประมาณ จนโดน ส.ส.ฝ่ายค้านประท้วงว่า ตอบไม่ตรงคำถาม เขาถามเรื่องถวายสัตย์ต่างหาก แต่นายกฯไม่ได้สนใจ เดินหน้าอภิปรายต่อไปในเนื้อหาเดิม

กลายเป็น “รองนายกฯวิษณุ เครืองาม” ลุกมาชี้แจงค่อนข้างยาว สรุปได้ว่า การถวายสัตย์ เป็นเรื่องระหว่างสถาบันเบื้องสูงกับคณะรัฐมนตรี

อาจารย์วิษณุย้ำว่า การถวายสัตย์ที่เกิดขึ้นเมื่อ 16 ก.ค.ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น รัฐบาลจะก้มหน้าก้มตาทำงานตามพระราชดำรัส และพระบรมราโชวาทต่อไป

อาจารย์วิษณุยังเล่าเกร็ดประวัติศาสตร์อีกหลายเรื่อง ฟังน่าเพลิดเพลิน แต่ฝ่ายค้านลุกมาบอกว่า ไม่ตรงกับคำถาม ไม่ตรงกับประเด็นที่ขอเปิดอภิปรายในวันนี้

การอภิปรายจบแบบค้างๆ คาๆ ฝ่ายค้านคงจะไปหาช่องทาง เพื่อให้เรื่องนี้มีข้อยุติ ตามความเชื่อของฝ่ายค้านที่เห็นว่า การถวายสัตย์ไม่ครบ จะต้องมีผลอย่างใดอย่างหนึ่ง ในทางกฎหมาย

วิธีการที่ออกข่าวมาได้แก่ การยื่นต่อ ป.ป.ช.ให้พิจารณาว่า การถวายสัตย์ไม่ครบ เข้าข่ายละเมิดมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

หากเป็นก็ต้องส่งเรื่องให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยต่อไป

จะได้ข้อยุติอย่างไรหรือไม่ เป็นเรื่องในอนาคตที่ต้องติดตาม

ส่วนแฟนคลับอาจารย์วิษณุ หนังสือเล่มใหม่ที่สำนักพิมพ์มติชนจัดพิมพ์ คือ “ลงเรือแป๊ะ” เสร็จเรียบร้อยแล้ว รูปเล่มสวยเก๋ แน่นอนเนื้อหาน่าจะเกี่ยวกับเรื่องราวในเรือแป๊ะ ที่ไม่ได้หมายถึงเรือขายก๋วยเตี๋ยวของอาโกคนใดแน่นอน

นอกจากจำหน่ายตามร้านหนังสือแล้ว ยังจะวางที่บูธมติชน ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้ง 24 ระหว่างวันที่ 2-13 ต.ค.ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี เชิญไปเลือกรื้อซื้อหากันตามสะดวก

ส่วนเรื่องราวเฟี้ยวฟ้าวของการเมืองในระยะนี้ อาจารย์วิษณุจะนำไปเขียนไปบันทึกไว้อย่างไร อดใจรออีกนิด น่าจะอยู่ในหนังสือเล่มต่อๆ ไปของอาจารย์นั่นเอง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชาวอำนาจเจริญลุกฮือ ถือป้ายประท้วงท้องถิ่นอ.พนาเมิน ไม่สนชาวบ้านเดือดร้อนน้ำท่วม อ้างไม่ใช่หน้าที่ 
บทความถัดไปสถานีคิดเลขที่12 : ดีลดูด-สูตรเดิม : โดย จำลอง ดอกปิก