ประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาทั้งพื้นที่และผู้คนเป็นส่วนหนึ่งที่แยกไม่ได้จากอุษาคเนย์ (เอเชียตะวันออกเฉียงใต้) ตั้งแต่หลายพันปีมาแล้ว (สมัยก่อนประวัติศาสตร์) สืบเนื่องต่อมาไม่ขาดสายจนสมัยปัจจุบัน
แต่ประวัติศาสตร์แห่งชาติของไทยที่ถูกเสกสรรปั้นแต่งขึ้นเอง โดยคนชั้นนำสมัยก่อนๆ [อย่างไม่มีหลักฐานวิชาการสนับสนุน] ว่าคนเชื้อชาติไทยไม่เหมือนใครในโลก ตามที่เจ้าอาณานิคมครอบงำไว้เรื่องเชื้อชาติ เลยเท่ากับแยกคนไทยออกจากคนอุษาคเนย์ และกีดกันคน “ไม่ไทย” ออกจากประวัติศาสตร์ไทย แล้วแยกประวัติศาสตร์ไทยอยู่โดดเดี่ยวไม่เกี่ยวดองเป็นเครือญาติชาติพันธุ์กับเพื่อนบ้าน
ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้มีประวัติศาสตร์ไทยเป็นแบบนั้น มาจากถูกหล่อหลอมโดยตรงจากเจ้าอาณานิคมให้มีอคติต่อความเป็นพื้นบ้านพื้นเมืองของอุษาคเนย์ [มีคำอธิบายในบทเสวนาของ นิธิ เอียวศรีวงศ์] ได้แก่
1. อคติต่อคนพื้นเมือง, 2. อคติต่อหลักฐานพื้นเมือง, 3. อคติต่อวัฒนธรรมพื้นเมือง
ตัวอย่างสำคัญได้แก่ “ขวัญ” เป็นความเชื่อในศาสนาผีของคนดั้งเดิมดึกดำบรรพ์หลายพันปีมาแล้วทั่วอุษาคเนย์ ก่อนรู้จักและติดต่อรับความเชื่อเรื่องวิญญาณจากอินเดีย แม้รับวิญญาณจากอินเดียแล้ว ขวัญก็ยังไม่หายไปไหน เพียงแต่ถูกลดความสำคัญ
แต่การศึกษาไทยทางประวัติศาสตร์โบราณคดี และมานุษยวิทยา ไม่รับรู้เรื่องขวัญ แล้วยกวิญญาณสร้างนิยามและมีคำอธิบายประเพณีหลังความตายตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ติดต่ออินเดียจนถึงสมัยหลัง
นิยามและคำอธิบายเหล่านั้นย่อมคลาดเคลื่อน หรือผิดฝาผิดตัวตั้งแต่ประเพณีพิธีกรรมชาวบ้าน แล้วเชื่อมโยงถึงโบราณราชประเพณี
ประวัติศาสตร์แบ่งสมัยต่างๆ เป็นมรดกของอาณานิคม ได้แก่ สมัยทวารวดี, สมัยศรีวิชัย, สมัยลพบุรี ฯลฯ ล้วนไม่มีจริง ซึ่งต้องศึกษาวิจัยแล้วทบทวนใหม่ทั้งนั้น

