เริงโลกด้วยจิตรื่น : แข็งแกร่ง ด้วย‘ความรู้สึกผิด’ : โดย จันทร์รอน

27.10.19 | 13:00 น.

เมื่อเรากระทำในสิ่งที่ขัดต่อสำนึกดีงามในจิตใจ
สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้คือ “ความรู้สึกผิด”

รู้สึกผิดมากน้อยขึ้นอยู่กับเรายึดถือว่าเรื่องนั้นเป็นเรื่องใหญ่หรือเล็กบ้าง จากผลที่ตามมาบ้าง จากคนที่ได้รับผลจากการกระทำของเราบ้าง

ขึ้นอยู่กับระดับความสำคัญที่เรายึดถือไว้

นั่นเป็นความรู้สึกที่เราสัมผัส

แต่ไม่ว่าจะสำคัญแค่ไหนก็ตาม ที่น่าสนใจกลับเป็นท่าทีที่เราเลือกมาจัดการกับเรื่องราวนั้น

Advertisement

ปล่อยเลยไม่ใส่ใจ หาเรื่องอื่นมาคิดอ่านเพื่อกลบให้เลือนจากความทรงจำ โทษคนอื่นสิ่งอื่นว่าทำให้ก่อเรื่องที่เกิดความรู้สึกผิดนั้นขึ้นมา หรือหาทางแก้ตัวทางใดทางหนึ่งให้คิดไปในทางที่ตัวเองพ้นไปจากความผิด

อาจจะได้ผล เพียงแต่เป็นวิธีบรรเทาได้ชั่วคราว

ด้วยว่าเมื่อสำนึกของเรายึดถือว่าเป็นความผิด เป็นความไม่ดี

แต่หาทางออกด้วยวิธีกลบฝังไว้ หรือโยนไปให้เป็นผลจากการกระทำของคนอื่น ดึงตัวเองออกมาเสียจากความรู้สึกผิดนั้น

ทางออกในวิธีนี้เป็นทางชั่วคราว เพราะที่สุดแล้วจิตใจของเราจะย่อมรับรู้อยู่ว่าเป็นความไม่ดี

หรือไม่ก็การที่เราโยนความผิดไปให้คนอื่น เพื่อให้ความรู้สึกผิดของตัวเองจางคลาย ย่อมก่อทรรศนะต่อคนที่เราโยนไปให้ขึ้นในใจ

เพาะความรู้สึกเกลียดชังขึ้นมาแทนความรักใคร่ชอบพอ

การเพิ่มความชังไม่ว่าจะกับคนที่เคยรัก คนที่เฉยๆ หรือคนที่เกลียดอยู่บ้างแล้ว จะมากำหนดท่าทีที่เราจะแสดงออกต่อคนผู้นั้น

สำนึกแห่งมิตรภาพจะเลวร้ายลง

ขณะเดียวกัน หากเราพยายามคิดไปในเรื่องที่กระทำไม่ใช่ความผิด ไม่ควรรู้สึกผิด

สำนึกแห่งความรับผิดชอบ มุมมองต่อความชั่วความดีของเราจะเปลี่ยนแปลงไป การแสดงความคิดความอ่านของเราจะแปรเปลี่ยนไป

อาจจะไปถึงขั้นที่เรากลายเป็นผู้ปกป้องเรื่องที่เคยเห็นว่าเลวทราม ไม่เปลี่ยนไปรักคนที่เห็นไปทางเดียวกัน ทั้งที่ก่อนหน้านั้น เรายอมรับคนที่คิดเช่นนั้นไม่ได้

นี่คือ ผลกรรมที่เกิดจากความรู้สึกผิด ที่ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้

ดังนั้น เมื่อเรารู้สึกผิดต่อเรื่องใด สิ่งที่ควรกระทำคือ ต้องถามตัวเองว่า เรื่องราวนั้นเป็นความผิดหรือไม่ ที่สำคัญคือต้องหาคำตอบโดยไม่ปกป้องตัวเอง

วิธีการคือหาทางที่จะมองว่าเรื่องนี้หากคนอื่นกระทำ เราจะคิดอย่างไร เป็นคนอื่นที่เราไม่ชอบไม่ชัง ไม่เอาความรัก หรือเกลียดเข้าไปช่วยตัดสิน

เรายังคิดว่าเป็นการสมควรจะต้องยึดถือว่าเป็นความผิด ไม่ควรกระทำหรือไม่

หากเราเห็นว่าไม่ควรยึดถือ เรื่องนั้นก็น่าจะจบลงโดยง่าย แต่เราเลิกยึดถือ ปล่อยทรรศนะที่ยึดการกระทำเช่นนั้นว่าเป็นความผิดไปเสียจากใจเรา ต่อไปหากมีเรื่องราวเช่นนี้เกิดขึ้นอีก เราไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องผิด

แต่หากเรายังคิดว่านั่นเป็นความผิด

จงปล่อยให้ใจเราดื่มด่ำความผิดนั้น แม้จะรู้สึกขมขื่นแค่ไหน จงอดทนที่จะดื่มด่ำ เพื่อสัมผัสถึงความรู้สึกผิดนั้นให้ถึงแก่น โดยไม่โยนไปให้คนอื่น สิ่งอื่นต้องรับผิดชอบ

การดื่มความขมขื่นจนสั่นสะท้าน ยะเยือกในจิตใต้สำนึก จะช่วยเราสร้างจิตสำนึกที่เข้มแข็ง และฉับไวขึ้น ต่อไปหากมีเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีก เราจะตัดสินใจอย่างอย่างรวดเร็วว่าจะทำอย่างไรได้เด็ดขาด

เมื่อความรู้สึกผิดเกิดขึ้น

จึงขึ้นอยู่กับเราว่าจะทำให้ตัวเองอ่อนแอลง ด้วยการโทษสิ่งอื่น คนอื่น หรือเก็บความวิตกกังวลต่อความรู้สึกผิดที่ยังอยู่ในใจ

หรือสร้างความแข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยวที่จะจัดการกับเรื่องราวต่างๆ ได้อย่างฉับไว เด็ดขาด

บุคคลิกภาพจะเป็นแบบไหน ล้วนแล้วแต่เราสร้างขึ้นมาเอง

“ความรู้สึกผิด” เป็นเครื่องมือหนึ่งที่เราใช้สร้างบุคคลิกภาพของเรา