เดินไปในเงาฝัน : บริบทของยุคสมัย : โดย สาโรจน์ มณีรัตน์

ไม่รู้เป็นเพราะอิทธิพลของ เฟซบุ๊ก ไลน์ ไอจี และอินสตาแกรมหรือเปล่า จึงทำให้คนยุคปัจจุบัน ไม่ว่าจะอายุมากหรือน้อยต่างชอบถ่ายรูปลงในโซเชียลกันค่อนข้างมาก
แล้วก็รอคนมากดไลค์

เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองโพสต์ลงไป มีคนสนใจมากหรือน้อย ถ้ามากก็ยิ้มแก้มปริไปตามๆ กัน แต่ถ้าน้อย จะลองใหม่เพื่อแก้ตัวไปเรื่อยๆ จนเริ่มมีแฟนคลับกลุ่มหนึ่งที่รู้สึกชื่นชอบ

แต่กระนั้น ภาพที่ลงตามสื่อโซเชียลต่างๆ จะต้องมีความสวยงามระดับหนึ่ง ถ้าสวยงามในระดับมืออาชีพ จนมีคนมาคอมเมนต์ว่าสวยมาก น่าไปมาก น่ากินมาก อิจฉามากๆๆๆ

ถือว่าประสบความสำเร็จ

ผมว่าปรากฏการณ์เช่นนี้เป็นบทบันทึกของยุคสมัย

เพราะสมัยผม, ผมก็ชอบถ่ายรูป แต่ไม่ค่อยได้ถ่ายตัวเองสักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่มักจะถ่ายแสงเงาของวัดวาอาราม โบสถ์ วิหาร พระพุทธรูป หรือตามโบราณสถานต่างๆ

บางครั้งก็ออกทริปไปถ่ายวิวทิวทัศน์

ดอกไม้

แมลง สัตว์นานาชนิด

และส่วนใหญ่จะถ่ายอยู่ประมาณ 4 เวลาคือแดดเช้า แดดสาย แดดบ่าย และแดดเย็น เพราะแต่ละแดดจะให้แสงสีแห่งความสวยงามของภาพแตกต่างกัน

ขณะที่บรรยากาศตอนกลางคืนก็จะมีความสวยงามอีกแบบหนึ่ง โดยเฉพาะกับการถ่ายแสงไฟของรถยนต์ ถ่ายพลุ หรือถ่ายบรรยากาศงานรื่นเริงของสถานที่ต่างๆ แต่เราจะต้องมีความเป็นมืออาชีพพอสมควร เพราะตอนกลางคืนแสงน้อย ต้องใช้ขาตั้งกล้อง และต้องตั้งชัตเตอร์สปีดต่ำ

หรือบางครั้งถ้าอยากจะถ่ายภาพบุคคลก็ต้องไปหานายแบบ นางแบบที่เป็นคนแก่มากๆ เพราะคนเหล่านั้นจะมีความเหี่ยวย่นบนใบหน้าที่ทำให้ภาพออกมาดูสวยงาม

ภาษาภาพเรียกว่ามีเท็กเจอร์

หรือมีรายละเอียดของภาพที่ทำให้ดูแล้วมีศิลปะ และความงดงามในตัวเอง

สมัยผม, ถ่ายรูปเสร็จแล้ว ต้องส่งฟิล์มไปล้างอัดขยาย ซึ่งกว่าจะเห็นรูปก็ประมาณ 3-4 วัน และเมื่อเห็นแล้วก็ต้องมาพินิจพิจารณาอีกครั้งว่าแต่ละรูปที่ถ่ายไป ควรปรับปรุงอย่างไรบ้าง

เพราะบางรูปวัดแสงโอเวอร์ไป 1 สต๊อป 2 สต๊อป

บางรูปวัดแสงพอดี

และบางรูปไม่ได้เรื่องเลยก็มี

แต่ก็ต้องบันทึกเก็บไว้ เพื่อคราวหน้าจะได้ไม่ผิดพลาดอีก

ที่สำคัญ แต่ละรูปที่ถ่าย ไม่ได้ไปอวดโชว์ที่ไหน นอกจากให้คนใกล้ชิดดูเท่านั้นเอง ไม่เหมือนกับยุคสมัยนี้ ที่ใครๆก็ต่างเป็นช่างภาพได้ทุกคน

ทั้งยังหลายประเภท หลายแนว

สำคัญที่สุดคือไม่ต้องซื้อฟิล์ม และล้างอัดรูปกันอีกต่อไป เพราะกล้องสมัยใหม่เป็นเทคโนโลยีดิจิทัลกันหมดแล้ว ทั้งยังไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแต่กล้องถ่ายรูปเท่านั้น หากยังบรรจุอยู่ในมือถือ และสมาร์ทโฟนทุกยี่ห้อ

แถมคุณภาพดีเสียด้วย

ดังนั้น เมื่อถ่ายรูปเสร็จก็สามารถเลือกภาพดีที่สุดโพสต์ขึ้นโซเชียลได้ทันที กระทั่งหลายคนมองเห็นโอกาสตรงนี้นำไปพัฒนาทำมาหากินบนโลกโซเชียลจนร่ำรวยมานักต่อนัก

และทำท่าว่าจะมากขึ้นเรื่อยๆ

เพราะเท่าที่เห็นจากสถานที่ต่างๆ ที่มีโอกาสเดินทางไป ผมมักจะเห็นคนหนุ่มสาวจำนวนมากเดินถ่ายรูปตามสถานที่ต่างๆ อย่างสนุกสนาน

บางคนพัฒนาไปรับจ๊อบถ่ายรูปให้กับผู้คนทุกเพศทุกวัยที่อยากมีรูปสวยๆ เวลาที่ตัวเอง เพื่อนฝูง หรือครอบครัวเดินทางไปเที่ยวในประเทศ หรือต่างประเทศ

โดยเขายอมซื้อตั๋วเครื่องบินให้ ออกค่าอาหาร+ที่พักให้ แถมมีพ็อกเก็ตมันนี่ติดตัวให้อีก ซึ่งสนนราคาก็หลักหมื่นบาทขึ้นไป ผมว่าเป็นการพัฒนาไปอีกขั้นของช่างภาพในปัจจุบัน

เห็นแล้วก็ให้อดอิจฉาไม่ได้

เที่ยวฟรี กินฟรี แถมยังมีตังค์ติดกระเป๋าอีก

ซึ่งความนิยมของคนหนุ่มสาวที่ชอบถ่ายรูป และมีกล้องถ่ายรูปนั้น ทำให้ผมคิดว่าตลาดกล้องถ่ายรูปน่าจะเติบโตขึ้นมาก และไม่เฉพาะแต่กล้องดิจิทัลเท่านั้น ผมยังมีความรู้สึกว่าระยะหลังๆ ผู้คนต่างหันมานิยมใช้กล้องฟิลม์กันมากขึ้นด้วย

อาจเป็นเพราะคนเดี๋ยวนี้กลับไปชอบความคลาสสิกของภาพถ่าย

หรืออะไรๆ ที่ออกแนววินเทจ

ดังนั้น พอจะไปไหน ทำอะไร จึงต้องหาสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับวินเทจทั้งสิ้น เพื่อที่พวกเขาจะได้เช็กอิน กิน เที่ยว นอน และอัพโหลดรูปขึ้นโซเชียลเพื่อให้คนอื่นได้เห็น แต่ที่น่าสนใจมากกว่านั้นคือตอนนี้กลับเริ่มมีคนหนุ่มสาวหลายคนเริ่มพาพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยายไปเที่ยวเป็นครอบครัวมากขึ้น

หลายครั้งที่ผมเริ่มเห็นพ่อแม่ถ่ายรูปให้ลูก

และหลายครั้งที่ผมเริ่มเห็นลูกๆ ต่างแอ๊กชั่นให้พ่อแม่ถ่ายให้อย่างไม่เคอะเขิน จนทำให้ผมนึกถึงโครงการหนึ่งของบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทยที่เปิดอบรมถ่ายรูปให้กับพ่อแม่โดยเฉพาะ

แรกๆ เขาอาจถ่ายไม่เป็น

ถ่ายไม่สวย

แต่เมื่ออบรมไปสักระยะ เขาก็พอที่จะจัดองค์ประกอบของภาพได้ จนทำให้ภาพที่ถ่ายออกมาดูดีขึ้นในสายตาของผู้เข้าอบรมด้วยกัน

จนเมื่อถึงวันทดสอบจริง เมื่อต้องถ่ายรูปให้ลูกๆ ในสถานที่ต่างๆ

พวกเขาก็ทำออกมาได้ค่อนข้างดี

จนกลายเป็นความภูมิใจของลูกๆ ที่โพสต์บอกโลกโซเชียลว่าพ่อฉัน ป๋าฉัน แม่ฉัน ม่าฉันเป็นคนถ่ายรูปให้ จนทำให้เพื่อนๆ ของพวกเธอต่างประหลาดใจในฝีมือของบุพการี

กระทั่งเกิดเป็นภาพแห่งความสุขภายในครอบครัวเล็กๆ

ที่ไม่เฉพาะแต่ลูกๆ

หากพ่อแม่ก็จะมีความสุขเช่นกัน เพราะพวกเขาสามารถร่วมทริปไปกับลูกๆ หลานๆ ที่ไหนก็ได้ โดยไม่จำเป็นจะต้องพึ่งพาเพื่อนๆ ของเขาเสมอไป

เพราะพ่อแม่ก็ถ่ายรูปให้เขาได้

ผมว่าเรื่องราวเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องดีๆ ที่เกิดขึ้นในยุคสมัยของคนปัจจุบัน ที่ไม่จำกัดเฉพาะแต่เรื่องราวของตัวเองเท่านั้น แต่หากยังพร้อมส่งต่อแรงบันดาลใจดีๆ ไปให้คนอื่นๆ ด้วย

ขอชื่นชมครับ ?

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon