เริงโลกด้วยจิตรื่น : อยูู่นานๆ ได้ไหม : โดย จันทร์รอน

15.12.19 | 13:00 น.

เสียงนกเจื้อยแจ้วริมหน้าต่าง นำสู่ความรับรู้ว่าเช้าแล้ว
แต่กระนั้นก็ยังอยู่ในภาวะครึ่งตื่น ครึ่งหลับ ผิวกายรู้สึกถึงอากาศหนาวซึ่งโชยผ่านมาทางหน้าต่างที่เปิดกว้าง แต่อีกส่วนหนึ่งยังเคลิ้มอยู่ในกึ่งฝัน

จดจ่ออยู่กับความรู้สึกที่เกิดขึ้นที่หน้าผาก ค่อยๆ เคลื่อนความใส่ใจทีละนิด ละนิด เชื่องช้าแต่ไม่หยุด สู่เปลือกตา ปลายจมูก ริมฝีปาก ลำคอ

ค่อยๆ ขยับเคลื่อน รับรู้ความรู้สึกที่เกิดแตกต่างกันไปในแต่ละอณูเนื้อ ร้อนบ้าง เย็นบ้าง เบาบ้าง ตึงบ้าง

ล้นรับรู้แล้วผ่านเลย ปล่อยให้เป็นไปโดยไม่กำหนด ทั้งไม่เก็บรักษาไว้ ทั้งไม่ผลักไสปฏิเสธ

แน่วแน่แต่ผ่อนคลายให้รับความรู้สึกถึงปลายสุดนิ้วเท้า

Advertisement

การค่อยๆ เคลื่อนจากผิวบนสุดของหนังศีรษะ สู่ปลายสุดของนิ้วเท้า เป็นเส้นทางที่ยาวไกล และยากจะไปถึง ระหว่างทางเผชิญกับเรื่องราวมากมายที่ผุดโผล่มาสกัดกั้น อาการคันยุบยิบในบางส่วนของร่างกาย ความเจ็บปวดที่ไม่รู้มาจากไหนแต่ถาโถมเล่นงานบางอวัยวะอย่างรุ่นแรง

อีกทั้งเรื่องราวหลากหลายที่โพล่งขึ้นมาในความนึกคิด เรื่องอดีตจากความทรงจำบ้าง เรื่องที่ปั้นแต่งขึ้นมาด้วยความปรารถนาบางอย่างบ้าง เกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน

ก่อร้าวรานบ้าง ปรีด์เปรมเกษมชื่นบ้างในความรู้สึกทางใจ

สลับกับอาการที่เกิดกับเนื้อกับผิว

บ่อยครั้งที่นำออกจากเส้นทาง เตลิดไปไกล ต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะรู้ตัวว่าหลงทางและเรียกกลับมาสู้วิถีที่ตั้งใจได้

บ่อยครั้งที่ต้องกลับมาอยู่กับลมหายใจเข้าออก หายใจเข้า หายใจออก รับรู้อยู่อย่างนั้น จนมั่นใจได้บ้างว่านิ่งพอจะเคลื่อนต่อไปเส้นทางรับรู้ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับอณูเนื้อให้ถึงปลายเท้า

อุปสรรคดังที่ว่ามาเกิดขึ้นตลอดทาง
และดูกะเกณฑ์ไม่ได้เลยว่าจะไม่ให้เกิดขึ้น
เมื่อจะเกิดก็เกิดขึ้นเอง เมื่อหายไปก็หายไปเอง

รู้ตัวขึ้นมาก็ทำได้แค่ไม่ไปคิดปรุงแต่งให้เรื่องราวทั้งหลายเหล่านั้นแตกก้านต่อกิ่ง ขยายใหญ่ขึ้น

ทำแค่เพียงนี้ยังดูยากเย็น และแรงปรารภสารพัดที่เข้ามาแทรกแซงควบคุมให้อยากปรุงแต่งในทิศทางอันความชอบหรือไม่ชอบกำหนด

มีแต่ลมหายใจเข้า หายใจออกเท่านั้นพอเป็นที่พึ่งให้ละจากเรื่องราวทั้งหลายเหล่านั้นได้

ทว่าในเส้นทางที่ดูจะทำอะไรไม่ได้เลยนี้

เมื่อทุกครั้งที่รู้ตัว ตั้งมั่นตอกย้ำถึงความแนวแน่เข้าไป ยืนหยัดว่าจะเดินในหนทางนี้โดยจะไม่แปรเปลี่ยน

มีบางสิ่งบางอย่างเกิดขึ้น
เหมือนมีอีกตัวตนแยกออกมา

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับผิวกับเนื้อ กระทั่งเรื่องราวที่โผล่มาจากความทรงจำ สภาวะที่เกิดจากการหยิบเอามาปรุงแต่งต่อให้เป็นนั่นเป็นนี่ เป็นตัวตนหนึ่ง

แต่มีอีกตัวตนหนึ่งที่แยกมารู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้น โดยไม่ถูกควบคุมบังคับจากความรู้สึกนึกคิดข้างต้น

สภาวะที่มีตัวตนเข้ามารู้ แต่ไม่เป็นไปตามอันเกิดขึ้นนี้ ก่อความรู้สึกโปร่งโล่ง พ้นจากการถูกกดดัน เคี่ยวเข็น บังคับ

สัมผัสถึงความสุขอันเกิดจากความสงบ

แต่พริบตาที่เกิดปรารถนาจะให้สภาวะรู้นี้คงอยู่ กลับเกิดสูญเสียความสงบไปในทันที

เหมือนทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่หมด

ขมอยู่ในความรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว พล่านอยู่กับความทรงจำในอดีต ดิ้นรนไปกับความปรารถนาที่ปรุงแต่งขึ้นมา

กระทั่งหาทางกลับสูู่ลมหายใจเช้า หายใจออก ยังยากเย็น

ทำอย่างอื่นไม่ได้เลย นอกจากเมื่อรู้สึกตัวขึ้นมา ได้แค่ตั้งใจที่จะรักษาความมุ่งมั่นแนวแน่ไว้

สภาวะรู้ที่แยกออกมา

เกิดขึ้นเอง จะเกิดขึ้นเอง โดยกำหนดไม่ได้

แม้กระทั่งความตั้งใจจะรอคอยให้เกิดขึ้น ยังเป็นอุปสรรค